เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

“อีซอนคยุน” เหยื่อของการตีตราความผิด แม้ศาลยังไม่ตัดสิน

29 ธ.ค. 2566

“อีซอนคยุน” เหยื่อของการตีตราความผิด แม้ศาลยังไม่ตัดสิน

การเสียชีวิตของ อีซอนคยุน นักแสดงเกาหลีชื่อดัง ทำให้อดีตประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ ออกมาพูดถึงปัญหาการทำงานของตำรวจและสื่อเกาหลีใต้ ที่ปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาเหมือนเป็นผู้กระทำผิด จนนำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิตของนักแสดงชื่อดัง

มุนแจอิน อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ อีซอนคยุน นักแสดงชื่อดังจากภาพยนตร์เรื่อง Parasite ที่ถูกสอบสวนว่ามีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด จนทำให้เขาเกิดความเครียด จนตัดสินใจจบชีวิตของตัวเอง ซึ่ง มุนแจอิน ได้พูดถึงปัญหาการทำงานของตำรวจและสื่อของเกาหลีใต้ ที่ปฏิบัติกับผู้ถูกกล่าวหาเหมือนเป็นผู้กระทำผิดไปเรียบร้อยแล้ว แม้ศาลจะยังไม่มีคำตัดสินออกมา และเขาหวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะทำให้ตำรวจและสื่อของเกาหลีใต้ทบทวนการทำงานของตัวเอง  เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องน่าเศร้าเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ในอนาคต

“อีซอนคยุน” เหยื่อของการตีตราความผิด แม้ศาลยังไม่ตัดสิน

อีซอนคยุน นักแสดงวัย 48 ปี ถูกกล่าวหาว่าใช้กัญชาและยาเสพติด และอยู่ระหว่างการถูกสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาและบอกว่าถูกหลอกจากสาวที่ทำงานในบาร์ให้เสพ โดยไม่กี่วันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาถูกตำรวจสอบปากคำนานกว่า 19 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เขาเกิดความเครียดอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจของเกาหลีใต้ ยืนยันว่าการสอบปากคำ อีซอนคยุน ซึ่งใช้เวลานานกว่า 19 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อที่จะได้รับฟังข้อมูลจากฝั่งของเขาอย่างละเอียด และในระหว่างการสอบปากคำ ก็มีทนายความของเขาอยู่ด้วย การดำเนินการทุกอย่างจึงเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย

“อีซอนคยุน” เหยื่อของการตีตราความผิด แม้ศาลยังไม่ตัดสิน

ขณะเดียวกัน สื่อของเกาหลีใต้ รายงานเรื่องที่เขาถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดจนกลายเป็นข่าวใหญ่ และกระทบการทำงานของเขา จนทำให้เขาถูกยกเลิกสัญญางานแสดงและงานโฆษณาหลายชิ้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับตัวเขาเท่านั้น แต่ทำให้บริษัทต้นสังกัดต้องรับผิดชอบเงื่อนไขการผิดสัญญามูลค่ากว่าหมื่นล้านวอน หรือประมาณ 265 ล้านบาท  

มุนแจอิน อดีตประธานาธิบดีจึง ขอให้สื่อเกาหลีใต้ ยุติการรายงานข่าวที่เกินความเป็นจริง หรือตัดสินความผิดให้ใคร จนทำให้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ถูกกล่าวหาเสียหาย ก่อนที่จะมีคำตัดสินของศาล