หมอในกาซาบอก ‘เป็นไปไม่ได้’ ที่จะอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล
30 ต.ค. 2566 | chanchai_pra

อิสราเอลได้เตือนโรงพยาบาลในฉนวนกาซาให้อพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล เพราะอยู่ใกล้พื้นที่โจมตี แต่หมอในโรงพยาบาลบอกว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เพราะผู้ป่วยมีจำนวนมาก
ต่างประเทศ
30 ต.ค. 2566 | chanchai_pra

อิสราเอลได้เตือนโรงพยาบาลในฉนวนกาซาให้อพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล เพราะอยู่ใกล้พื้นที่โจมตี แต่หมอในโรงพยาบาลบอกว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เพราะผู้ป่วยมีจำนวนมาก
สภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของกาชาดสากลที่ปฏิบัติหน้าที่ในตะวันออกกลาง เปิดเผยว่าทางการอิสราเอลเตือนให้โรงพยาล ‘อัล-คุด’ ในฉนวนกาซา อพยพผู้ป่วยออกไปจากโรงพยาบาล เพราะอยู่ในพื้นที่ที่มีการโจมตี แต่หมอที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะอพยพคนไข้ทั้งหมดออกจากโรงพยาบาล เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ มีทั้งผู้ป่วยในห้องไอซียู และเด็กทารกที่อยู่ในตู้อบ การที่อิสราเอลเตือนมาที่โรงพยาบาลให้ย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พื้นที่รอบๆ โรงพยาบาลแห่งนี้ถูกกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศอย่างหนัก ซึ่งตามรายงานของอิสราเอลบะบุว่าสามารถสังหารผู้ก่อการร้ายฮามาสได้หลายสิบคน แต่ก็ทำให้ประชาชนและคนไข้ที่หลบอยู่ภายในโรงพยาบาลมีความเสี่ยงที่จะถูกลูกหลงตามไปด้วย ซึ่งภายในโรงพยาบาลและพื้นที่รอบๆ มีประชาชนใช้เป็นพื้นที่หลบภัยมากถึง 14,000 คน เพราะประชาชนเชื่อว่าพื้นที่ใกล้โรงพยาบาลคือพื้นที่ปลอดภัยจากการโจมตีของอิสราเอล
ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่าได้โจมตีเป้าหมายฮามาส 450 จุด เมื่อวันเสาร์ และโจมตีอีก 600 จุดในวันอาทิตย์ ซึ่งการโจมตีส่วนใหญ่คือพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา และบอกด้วยว่าตอนนี้ ปฏิบัติการโจมตีฉนวนกาซาเข้าสู่ช่วงที่สองแล้ว โดยอิสราเอล ประกาศว่า จะใช้ปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินเพื่อกำจัดกลุ่มฮามาสในกาซาให้หมดสิ้น โดยเฉพาะการโจมตีเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่กลุ่มฮามาสสร้างไว้ ท่ามกลางความวิตว่า สงครามครั้งนี้ อาจลุกลามออกไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง
ด้านสหรัฐฯ ที่แม้จะสนับสนุนอิสราเอลในการทำสงครามกวาดล้างกล่มฮามาส แต่ก็เป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนในฉนวนกาซา ได้บอกกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ขอให้อิสราเอลปฏิบัติการทางทหารโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในฉนวนกาซาด้วย และสหรัฐฯ กำลังพยายามผลักดันให้มีการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในฉนวนกาซาให้มากกว่านี้ เนื่องจากประชาชนกำลังขาดแคลนปัจจัยในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็น อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค