แพทย์ช็อก! เจอพยาธิตัวตืดเต็มตัวคนไข้
05 พ.ค. 2566 | piyarom

แพทย์ชาวบราซิลเผยภาพเอกซเรย์สุดช็อก ซากตัวอ่อนพยาธิตัวตืดกระจายเต็มลำตัวผู้ป่วยที่มาขอรักษาอาการไอเรื้อรัง แต่ยืนยันว่าตัวอ่อนพยาธิมักไม่รอดและไม่อันตรายถึงชีวิต
ต่างประเทศ
05 พ.ค. 2566 | piyarom

แพทย์ชาวบราซิลเผยภาพเอกซเรย์สุดช็อก ซากตัวอ่อนพยาธิตัวตืดกระจายเต็มลำตัวผู้ป่วยที่มาขอรักษาอาการไอเรื้อรัง แต่ยืนยันว่าตัวอ่อนพยาธิมักไม่รอดและไม่อันตรายถึงชีวิต
ภาพเอ็กซเรย์ที่ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วน ที่ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดียโดยแพทย์ชาวบราซิล แสดงให้เห็นแสงสีขาวหลายร้อยจุด แต่ละจุดเป็นตัวแทนของซากปรสิตที่กลายเป็นหินปูนจำนวนมาก ซึ่งสภาพที่เป็นอยู่นี้เรียกว่า "โรคถุงตัวตืด" (Cysticercosis) เป็นโรคที่เกิดจากมีถุงตัวอ่อนของพยาธิตืดหมูในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
ซึ่งปกติจะอาศัยอยู่ในลำไส้เข้าสู่เนื้อเยื่อ เช่น กล้ามเนื้อหรือสมอง โดยจะก่อตัวเป็นก้อนแข็งคล้ายซีสต์ที่รู้สึกเหมือนมีก้อนใต้ผิวหนัง แม้จะดูน่ากลัวแต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่เป็นอันตราย เนื่องจากตัวอ่อนพยาธิจะไม่รอด แต่ซีสต์ที่ยังคงอยู่อาจทำให้เกิดปัญหาได้ ถ้าพวกมันพัฒนาในสมองหรือดวงตา
ดร.วิทเตอร์ บอริน เด เซาซา แพทย์ของ Hospital das Clínicas ในเมืองโบตูคาตู ได้แชร์ภาพเอกซเรย์บนทวิตเตอร์แต่ปัจจุบันถูกลบไปแล้ว โดยในโพสต์ระบุว่า
"Cysticercosis ได้มาจากการกินไข่ของพยาธิตัวตืด (มีอยู่ในอุจจาระของมนุษย์ที่มีพยาธิตัวตืด) ถ้าไม่อยากจับมัน ให้ล้างอาหารให้ดีก่อนบริโภค"
เขายังบอกด้วยว่าเคสแบบนี้ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา
เขายกตัวอย่างว่าถ้าผู้ป่วยไม่ได้บาดเจ็บภายในศีรษะ กระดูสันหลัง หรือดวงตา ก็ไม่จำเป็นต้องรักษา รอยโรคเหล่านี้ถูกทำให้กลายเป็นปูน ดังนั้นพวกมันจึงไม่สามารถมีชีวิตได้ ซึ่งถ้า cysticerci (ตัวอ่อนของพยาธิตัวตืด) ไม่ได้รบกวนหรือทำให้ลำบากใจก็สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการเอกซเรย์บางรายกำลังรอการสแกน MRI เพื่อตรวจหาตำแหน่งของซีสต์ในสมอง เพราะถ้าอยู่ในตำแหน่งนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต