เนชั่นทีวี

ข่าว

สมช.ยันคุยสันติสุขไฟใต้ คู่กฎหมายเด็ดขาด ชี้มาเลเซียคือกุญแจ

24 ก.ค. 2569 | titayu_pur

สมช.ยันคุยสันติสุขไฟใต้ คู่กฎหมายเด็ดขาด ชี้มาเลเซียคือกุญแจ

เลขาธิการ สมช. ลั่นเดินหน้าคุยสันติสุขไฟใต้ต่อเนื่อง ชี้ตอบโต้รุนแรงยิ่งวุ่นวาย พร้อมบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดกลุ่มป่วน ย้ำบทบาทมาเลเซียตัวแปรสำคัญช่วยดับร้อนชายแดนใต้

เลขาธิการ สมช. ลั่นเดินหน้าคุยสันติสุขไฟใต้ต่อเนื่อง ชี้ตอบโต้รุนแรงยิ่งวุ่นวาย พร้อมบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดกลุ่มป่วน ย้ำบทบาทมาเลเซียตัวแปรสำคัญช่วยดับร้อนชายแดนใต้

KEY

POINTS

  • เดินหน้าเจรจาต่อเนื่อง: เลขาธิการ สมช. ยันไม่ล้มโต๊ะเจรจา "คุยสันติสุข" ชี้กลุ่มเห็นต่างเกินครึ่งพร้อมร่วมมือกลับสู่สังคม เตือนหากใช้ความรุนแรงตอบโต้กลับอย่างเดียว จะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลายและซับซ้อนกว่าเดิม
     
  • แยกแยะกลุ่ม-บังคับใช้กฎหมายเข้ม: สั่งการฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และพลเรือน บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและเข้มงวดกับกลุ่มที่ยังนิยมความรุนแรง โดยต้องแยกแยะออกจากกลุ่มผู้เห็นต่างที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการพูดคุย
     
  • มาเลเซียคือตัวแปรหลัก: ชี้บทบาทมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกมีความสำคัญสูง สามารถเข้าถึงและช่วยประสานเพื่อควบคุมความรุนแรงได้ดี เผยสถิติช่วงนายกฯ เยือนมาเลเซียไม่มีเหตุป่วน สะท้อนกลุ่มใต้เกรงใจมาเลเซีย

24 กรกฎาคม 2569 เลขาธิการ สมช. ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ชายแดนใต้ ที่ยังคงเกิดเหตุรุนแรง โดยยืนยันคณะทำงานยังคงเดินหน้ากระบวนการ คุยสันติสุข ต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกร่วมกับกลุ่มผู้เห็นต่าง ที่มากกว่าครึ่งที่พร้อมร่วมมือ พร้อมสั่งบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และดึงมาเลเซียเป็นตัวแปรสำคัญร่วมดับ ไฟใต้ ควบคุมสถานการณ์ให้สงบ


ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ สำหรับการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ นั้น มีความคืบหน้าอย่างมาก


โดยนโยบายการพูดคุยตามหลักการ เป็นสิ่งที่ประชาสังคมยอมรับ จึงต้องดำเนินการต่อไปและดำรงไว้ เพราะเชื่อว่ากลุ่มผู้เห็นต่างอีกหลายกลุ่มกว่าครึ่ง พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการพูดคุย ส่วนกลุ่มที่ยังใช้ความรุนแรง ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยต้องแยกแยะออกจากกัน การจะกล่าวว่าหากมีการใช้ความรุนแรง แล้วจะไม่พูดคุยนั้นไม่ถูกต้องนัก  เพราะกลุ่มที่พร้อมให้ความร่วมมือกลับสู่สังคมยังมีอยู่พอสมควร ส่วนกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

 

ขอยืนยันว่า ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตามที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ ส่วนความคืบหน้าการพูดคุยนั้น หัวหน้าคณะพูดคุยฯ มีแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนอยู่แล้ว




 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)


 

-ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าภายในกลุ่มผู้เห็นต่าง สามารถสื่อสารกันได้

 

นายฉัตรชัย กล่าวว่า เชื่อว่ากลุ่มผู้เห็นต่างรวมถึงกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง น่าจะมีการสื่อสารถึงกันในระดับหนึ่ง และอาจรู้จักกัน ซึ่งต้องแยกแยะให้ชัดเจน แต่ขอย้ำว่าหากมีการใช้ความรุนแรงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการดำรงการพูดคุยไว้

 

หากเลือกใช้วิธีตอบโต้ด้วยความรุนแรงเพียงอย่างเดียว จะยิ่งทำให้บรรยากาศเกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้งรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม

 

-เมื่อถามถึงการประเมินทางการข่าวว่า จะมีการก่อเหตุเพิ่มขึ้นหรือไม่

 

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ฝ่ายข่าวพยายามปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในการรวบรวมข้อมูล แต่บางครั้งอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่เชื่อมั่นว่าทุกฝ่าย ทั้งแม่ทัพ ทหาร ตำรวจ และพลเรือน ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว


 

-เมื่อถามถึงท่าทีของฝ่ายความมั่นคงที่จะมีความเข้มงวดมากขึ้น จะทำให้เกิดการตอบโต้หรือไม่

 

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ความเข้มงวดคือการบังคับใช้กฎหมายซึ่งต้องดำเนินการไป แต่การพูดคุยก็ยังต้องทำควบคู่กันไป หากละเลยอย่างใดอย่างหนึ่งคงไม่ได้ เพราะหลักการมีความชัดเจนอยู่แล้ว

 

เลขาธิการ สมช. กล่าวทิ้งท้ายถึงบทบาทของมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยว่า มีความร่วมมือกันในเรื่องชายแดน และเชื่อว่ามาเลเซียสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้เห็นต่างที่อยู่ในมาเลเซีย เพื่อประสานงานในการควบคุมการใช้ความรุนแรงได้

 

จะเห็นได้ว่าในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนมาเลเซีย ทั้งก่อนและหลังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเลย ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มผู้เห็นต่างที่ใช้ความรุนแรงน่าจะเกรงใจมาเลเซีย จึงไม่กล้ากระทำการใดที่ทำให้เสียบรรยากาศในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องร่วมมือกับมาเลเซียต่อไป

ข่าวล่าสุด