เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

IMF คาด ศก.โลกช่วง 5 ปีหน้า เติบโตต่ำสุดในกว่า 30 ปี

12 เม.ย. 2566 | jurairat

IMF คาด ศก.โลกช่วง 5 ปีหน้า เติบโตต่ำสุดในกว่า 30 ปี

IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่ำที่สุดในรอบกว่า 30 ปี และปรับลดตัวเลขการเติบโตของปีนี้ เตือนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอาจเกิดภาวะถดถอยในประเทศพัฒนาแล้ว หลังเกิดวิกฤตธนาคารล้มในสหรัฐฯ และยุโรป

IMF คาด ศก.โลกช่วง 5 ปีหน้า เติบโตต่ำสุดในกว่า 30 ปี กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แถลงเปิดตัวรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเมื่อวันอังคาร ว่า สภาพเศรษฐกิจโลกในขณะนี้จะยังไม่สามารถกลับคืนสู่การเติบโตในระยะกลางเหมือนช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 และช่วง 5 ปีนับจากนี้ เศรษฐกิจทั่วโลกอาจเติบโตเพียงเกือบ 3% ซึ่งเป็นการคาดการณ์ระยะกลางที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มออกรายงานคาดการณ์ประจำปีในปี 2533

การประเมินนี้มีปัจจัยจากเขตเศรษฐกิจอย่าง จีนและเกาหลีใต้ มีการเพิ่มมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้น การเติบโตของแรงงานทั่วโลกชะลอลง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น เบร็กซิต และรัสเซียบุกยูเครน

ส่วนการประเมินระยะสั้น IMF คาดว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโต 2.8% ในปีนี้ และ 3% ในปี 2567 ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่เผยแพร่เมื่อเดือนม.ค. เล็กน้อย

IMF คาด ศก.โลกช่วง 5 ปีหน้า เติบโตต่ำสุดในกว่า 30 ปี รายงานระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ การล่มสลายของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เมื่อเดือนมี.ค.  สงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อ และความแตกแยกทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น

รายงานยังประเมินการเติบโตในรายประเทศด้วยว่า ในปี 2566 สหรัฐฯ จะเติบโต 1.6%. กลุ่มยูโรโซนเติบโต 0.8% แต่สหราชอาณาจักรอาจหดตัว 0.3% กลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีสถานการณ์เศรษฐกิจเลวร้ายที่สุดในกลุ่ม G20

ส่วนจีนจะเติบโต 5.2% และอินเดียขยายตัว 5.9% ขณะที่รัสเซียจะเติบโต 0.7% หลังหดตัวกว่า 2% ในปี 2565

IMF คาด ศก.โลกช่วง 5 ปีหน้า เติบโตต่ำสุดในกว่า 30 ปี IMF เตือนด้วยว่า มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่อาจเกิดเศรษฐกิจถดถอยในประเทศพัฒนาแล้วสืบเนื่องจากปัญหาธนาคารล้มในสหรัฐฯ และยุโรปเมื่อเดือนมี.ค. โดยมีความเสี่ยงอย่างมีนัยะสำคัญว่า วิกฤตธนาคารเมื่อเร็ว ๆ นี้ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง และกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชน

นอกจากนี้ IMF คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของทั่วโลกจะลดลงเหลือ 7% ในปีนี้ จากเดิม 8.7% ในปี 2565 เนื่องจากราคาพลังงานลดลง และมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวน จะลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 6.2% ในปีนี้  

ข่าวล่าสุด