เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

ผู้นำยุโรปควงแขนเยือนจีนพร้อมกัน แม้จุดยืนต่อจีนต่างกัน

06 เม.ย. 2566 | krailuk_n

ผู้นำยุโรปควงแขนเยือนจีนพร้อมกัน แม้จุดยืนต่อจีนต่างกัน

ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส และนาง เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เดินทางไปจีนเมื่อวาน และจะพบปะประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนในวันนี้ เพื่อสื่อให้เห็นถึงความกลมเกลียวในยุโรป แม้จีนจะจับได้ว่า เริ่มมีรอยแยกในกลุ่มพันธมิตรยุโรป

การเดินทางเยือนจีนหนนี้ เป็นการผลักดันที่เห็นได้ชัดจากกลุ่มผู้นำยุโรปที่จะเชื่อมต่อกับจีน ซึ่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ก็เพิ่งเห็นนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี และนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ แห่งสเปน เดินทางเยือนจีนเช่นกัน 

การเยือนจีนของสองผู้นำยุโรปในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อกดดันให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน เดินหน้าอีกขั้นเพื่อหยุดยั้งสงครามยูเครน  แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นไปเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองฝ่าย  ซึ่งจีนก็ถือเป็นหุ้นส่วนทางการค้าใหญ่สุดของสหภาพยุโรป 

ดูเหมือนว่า ประธานาธิบดี มาครง ของฝรั่งเศส และประธานคณะกรรมาธิการยุโรปคนนี้ จะมีจุดยืนต่างกัน เพราะผู้นำฝรั่งเศสพยายามจะเชื่อมต่อกับวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย  เหมือนเล่นบทเป็นตำรวจที่ดี  โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสยังบอกว่า มาครงเห็นพ้องในหลายจุดที่จีนเสนอจะยุติสงคราม ผู้นำยุโรปควงแขนเยือนจีนพร้อมกัน แม้จุดยืนต่อจีนต่างกัน ผู้นำยุโรปควงแขนเยือนจีนพร้อมกัน แม้จุดยืนต่อจีนต่างกัน ผู้นำยุโรปควงแขนเยือนจีนพร้อมกัน แม้จุดยืนต่อจีนต่างกัน

ในส่วนของนาง  ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ดูจะเล่นบทตำรวจร้าย เพราะนางผูกสายสัมพันธ์อย่างกล้าแข็งกับประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐ และสนับสนุนจุดยืนของนาโต้อย่างแข็งขัน     

ก่อนเดินทางเยือนจีนไม่กี่วัน  นางยังวิจารณ์ผู้นำจีนด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน ที่ผู้นำจีนยังผูกสัมพันธ์กับปูติน  โดยอ้างถึงแผนสันติภาพ 12 ข้อของจีน ที่นางย้ำว่า แผนใดใดก็ตามที่จะรวมชาวรัสเซียเข้าด้วยกัน เป็นแผนที่ใช้ไม่ได้  แต่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปคนนี้ ก็เดินหน้าสายสัมพันธ์กับจีนไปในเวลาเดียวกัน เพื่อลดความเสี่ยง 

นักวิเคราะห์มองว่า การที่สองผู้นำยุโรปเดินทางเยือนจีน พร้อมหอบหิ้วคณะนักธุรกิจไปด้วยกองโต แสดงให้เห็นว่า ยุโรปและฝรั่งเศสยังต้องการจะทำธุรกิจกับจีน  และการที่มาครงเชิญประธานคณะกรรมาธิการยุโรปให้เดินทางเยือนจีนพร้อมกันนี้  ยังชี้ชัดว่า เขาไม่ต้องการให้เห็นว่า ฝรั่งเศสมีจุดยืนที่แตกแยกจากยุโรป  เพราะไม่เพียงแต่สมาชิกสหภาพยุโรป ที่สงสัยว่า ผู้นำฝรั่งเศสกำลังหันเข้าหาจีนและรัสเซีย แต่คนอเมริกันเองก็จับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ผู้นำยุโรปควงแขนเยือนจีนพร้อมกัน แม้จุดยืนต่อจีนต่างกัน  

จนถึงบัดนี้ สหรัฐยังไม่ได้พบปะกับผู้นำจีน นับจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐที่คาดหมายจะเดินทางเยือนจีน แต่ถูกยกเลิกไปในช่วงที่เกิดเหตุบอลลูนสอดแนมจากจีน  ส่วนผู้นำฝรั่งเศสก่อนเดินทางเยือนจีน ก็ได้พูดคุยกับประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ว่า พวกเขาจะหารือแผนการเชื่อมต่อกับจีน 

การควงแขนกันเดินทางเยือนจีนของผู้นำฝรั่งเศสและประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยังมุ่งหวังเพื่อให้ชาวโลกเห็นถึงความกลมเกลียว แม้จีนจับได้ว่า เริ่มมีรอยร้าวในกลุ่มยุโรป ผู้สังเกตการณ์เชื่อว่า จีนมีเป้าหมาย พยายามจะดันยุโรปให้ถอยห่างจากอิทธิพลของสหรัฐ

แต่จริงๆ แล้ว ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ยังมีความเห็นที่ต่างกันในการเข้าหาจีน  พวกเขายังไม่มีจุดยืนร่วมกันที่ชัดเจนว่า จะจัดการจีนอย่างไร  เช่น ฝรั่งเศสกับเยอรมนี ที่มีแนวโน้มจะผูกสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนต่อไป แต่ในขณะที่กลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต  อยากให้จัดการกับจีนให้หนักหน่วงขึ้น เพราะเกรงจีนจะช่วยรัสเซียผนวกดินแดนอื่นเข้าไปอีก นอกเหนือจากยูเครน 

ด้านผู้สังเกตการณ์เตือนให้ระวังว่า จีนอาจใช้สายสัมพันธ์ที่ผูกติดกับรัสเซีย หันมางัดข้อกับยุโรป  ดังนั้น นอกเหนือจากการเดินตามสหรัฐและนาโต้แล้ว  ยุโรปต้องร่างจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจน และร่างผลกระทบที่ตามมา หากจีนล้ำเส้น  การเดินทางเยือนจีนหนนี้เป็นโอกาสที่ยุโรปจะต้องบอกจีนให้ถอยห่างจากรัสเซีย ในสงครามยูเครน  เหมือนที่จีนไม่ได้เข้ามายุ่งตอนที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียเมื่อปี 2014

สงครามยูเครน ทำให้ชาติพันธมิตรตะวันตกดูสมัครสมานกันมากขึ้น เห็นได้ชัดจากการที่ฟินแลนด์เข้าร่วมนาโต้เมื่อไม่กี่วันก่อน  ทำให้จีนไม่เหลือช่องว่างที่จะชูจุดยืนแข็งกร้าวในเรื่องนี้  เพราะมันจะกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างรุนแรง หนทางเดียวที่จีนควรเลือก คือ ให้ความร่วมมือเพื่อให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ อย่างเช่น การยกเลิกการคว่ำบาตรการค้า เพราะเมื่อไม่นานมานี้ จีนห้ามนำเข้าสินค้าจากลิทัวเนีย  จากการที่ลิทัวเนียอนุญาตให้ไต้หวันเข้ามาเปิดสำนักงานซึ่งมีบทบาทคล้ายสถานทูต 

ส่วนการเยือนจีนของผู้นำฝรั่งเศสหนนี้ ดูเหมือนว่า คงไม่อาจสร้างอิทธิพลครอบงำจีนได้เลย แม้ว่า ประธานาธิบดีมาครงเคยเข้าข้างจีนมาหลายครั้ง ทั้งเรื่องที่ยืนยันว่า เป็นสิทธิของจีนหลังผู้นำจีนเยือนรัสเซีย จนถึงการที่สองประเทศแสดงให้ชาวโลกเห็นถึงมิตรภาพที่ไร้ขีดจำกัด   แต่การเยือนจีนหนนี้ ก็คงไม่เกิดผลอะไร เหมือนเมื่อครั้งที่เขาเยือนรัสเซียและได้พูดคุยกับปูติน 

นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อช่วงเดือนก่อน เราได้เห็นจีนออกมาแสดงบทบาทต่อชาวโลกหลายเรื่อง และภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้  คงยากที่จีนจะเปลี่ยนจุดยืน   แต่จีนอาจใช้โอกาสนี้ร่วมมือกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสช่วยกันหยุดยั้งสงครามยูเครน ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐไม่สามารถทำได้   

ข่าวล่าสุด