จนถึงบัดนี้ สหรัฐยังไม่ได้พบปะกับผู้นำจีน นับจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐที่คาดหมายจะเดินทางเยือนจีน แต่ถูกยกเลิกไปในช่วงที่เกิดเหตุบอลลูนสอดแนมจากจีน ส่วนผู้นำฝรั่งเศสก่อนเดินทางเยือนจีน ก็ได้พูดคุยกับประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ว่า พวกเขาจะหารือแผนการเชื่อมต่อกับจีน
การควงแขนกันเดินทางเยือนจีนของผู้นำฝรั่งเศสและประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยังมุ่งหวังเพื่อให้ชาวโลกเห็นถึงความกลมเกลียว แม้จีนจับได้ว่า เริ่มมีรอยร้าวในกลุ่มยุโรป ผู้สังเกตการณ์เชื่อว่า จีนมีเป้าหมาย พยายามจะดันยุโรปให้ถอยห่างจากอิทธิพลของสหรัฐ
แต่จริงๆ แล้ว ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ยังมีความเห็นที่ต่างกันในการเข้าหาจีน พวกเขายังไม่มีจุดยืนร่วมกันที่ชัดเจนว่า จะจัดการจีนอย่างไร เช่น ฝรั่งเศสกับเยอรมนี ที่มีแนวโน้มจะผูกสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนต่อไป แต่ในขณะที่กลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต อยากให้จัดการกับจีนให้หนักหน่วงขึ้น เพราะเกรงจีนจะช่วยรัสเซียผนวกดินแดนอื่นเข้าไปอีก นอกเหนือจากยูเครน
ด้านผู้สังเกตการณ์เตือนให้ระวังว่า จีนอาจใช้สายสัมพันธ์ที่ผูกติดกับรัสเซีย หันมางัดข้อกับยุโรป ดังนั้น นอกเหนือจากการเดินตามสหรัฐและนาโต้แล้ว ยุโรปต้องร่างจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจน และร่างผลกระทบที่ตามมา หากจีนล้ำเส้น การเดินทางเยือนจีนหนนี้เป็นโอกาสที่ยุโรปจะต้องบอกจีนให้ถอยห่างจากรัสเซีย ในสงครามยูเครน เหมือนที่จีนไม่ได้เข้ามายุ่งตอนที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียเมื่อปี 2014
สงครามยูเครน ทำให้ชาติพันธมิตรตะวันตกดูสมัครสมานกันมากขึ้น เห็นได้ชัดจากการที่ฟินแลนด์เข้าร่วมนาโต้เมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้จีนไม่เหลือช่องว่างที่จะชูจุดยืนแข็งกร้าวในเรื่องนี้ เพราะมันจะกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างรุนแรง หนทางเดียวที่จีนควรเลือก คือ ให้ความร่วมมือเพื่อให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ อย่างเช่น การยกเลิกการคว่ำบาตรการค้า เพราะเมื่อไม่นานมานี้ จีนห้ามนำเข้าสินค้าจากลิทัวเนีย จากการที่ลิทัวเนียอนุญาตให้ไต้หวันเข้ามาเปิดสำนักงานซึ่งมีบทบาทคล้ายสถานทูต
ส่วนการเยือนจีนของผู้นำฝรั่งเศสหนนี้ ดูเหมือนว่า คงไม่อาจสร้างอิทธิพลครอบงำจีนได้เลย แม้ว่า ประธานาธิบดีมาครงเคยเข้าข้างจีนมาหลายครั้ง ทั้งเรื่องที่ยืนยันว่า เป็นสิทธิของจีนหลังผู้นำจีนเยือนรัสเซีย จนถึงการที่สองประเทศแสดงให้ชาวโลกเห็นถึงมิตรภาพที่ไร้ขีดจำกัด แต่การเยือนจีนหนนี้ ก็คงไม่เกิดผลอะไร เหมือนเมื่อครั้งที่เขาเยือนรัสเซียและได้พูดคุยกับปูติน
นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อช่วงเดือนก่อน เราได้เห็นจีนออกมาแสดงบทบาทต่อชาวโลกหลายเรื่อง และภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้ คงยากที่จีนจะเปลี่ยนจุดยืน แต่จีนอาจใช้โอกาสนี้ร่วมมือกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสช่วยกันหยุดยั้งสงครามยูเครน ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐไม่สามารถทำได้