รับมือเปิดเทอม! เตือนเฝ้าระวัง 3 โรคระบาดในเด็ก ย้ำสถานศึกษาคัดกรองเข้ม
12 พ.ค. 2569

กรมควบคุมโรคห่วงเด็กนักเรียนช่วงเปิดเทอม เสี่ยงแพร่กระจายโรคติดต่อได้ง่าย ย้ำมาตรการสุขอนามัย "ล้างมือ-กินสุก-แยกป่วย" ลดความเสี่ยงระบาดกลุ่มก้อนในโรงเรียน
Feature & Lifestyle
12 พ.ค. 2569

กรมควบคุมโรคห่วงเด็กนักเรียนช่วงเปิดเทอม เสี่ยงแพร่กระจายโรคติดต่อได้ง่าย ย้ำมาตรการสุขอนามัย "ล้างมือ-กินสุก-แยกป่วย" ลดความเสี่ยงระบาดกลุ่มก้อนในโรงเรียน
ช่วงเปิดภาคเรียนถือเป็นอีกช่วงเวลาที่หลายครอบครัวต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพของเด็กเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเด็กนักเรียนกลับเข้าสู่ห้องเรียนและต้องอยู่รวมกันจำนวนมาก โอกาสในการแพร่กระจายของโรคติดต่อก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะโรคที่ติดต่อผ่านการไอ จาม การสัมผัสร่วมกัน หรือการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แสดงความห่วงใยต่อสุขภาพของเด็กวัยเรียน พร้อมออกมาเตือนผู้ปกครอง ครู และสถานศึกษา ให้ร่วมกันเฝ้าระวังโรคติดต่อที่มักระบาดในช่วงเปิดเทอม และปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยและป้องกันการแพร่ระบาดภายในโรงเรียน
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า หลังเปิดภาคเรียนของทุกปี มักพบแนวโน้มการเจ็บป่วยจากโรคติดต่อในกลุ่มเด็กวัยเรียนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเด็กต้องใช้ชีวิตร่วมกันในห้องเรียน โรงอาหาร และพื้นที่กิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน
เด็กเล็กจำนวนมากยังดูแลสุขอนามัยของตนเองได้ไม่ดีพอ เช่น ล้างมือไม่สะอาด ใช้ของร่วมกับผู้อื่น หรือปิดปากและจมูกไม่ถูกวิธีเวลาไอจาม ส่งผลให้เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านน้ำลาย น้ำมูก การสัมผัส หรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม อาจเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้
โรคไข้หวัดใหญ่เป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน โดยติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจามของผู้ป่วย เด็กที่ติดเชื้อมักมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย และบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือเด็กที่มีโรคประจำตัว
สิ่งสำคัญคือ หากเด็กเริ่มมีอาการป่วย ผู้ปกครองควรให้หยุดเรียนและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายดี เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อไปยังเพื่อนร่วมชั้นและครูในโรงเรียน
นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ยังเป็นอีกวิธีสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสการระบาดในสถานศึกษาได้
อีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี คือโรคมือ เท้า ปาก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแพร่กระจายได้ง่ายในสถานที่ที่เด็กอยู่รวมกัน
อาการสำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่
โรคนี้สามารถติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ รวมถึงของเล่นหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ จึงจำเป็นต้องดูแลความสะอาดของห้องเรียน ของเล่น โต๊ะ เก้าอี้ และจุดสัมผัสร่วมอย่างสม่ำเสมอ
หากพบเด็กป่วย ควรแยกออกจากเด็กปกติและหยุดเรียนจนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ
โรคอุจจาระร่วงยังคงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเด็กช่วงเปิดเทอม โดยเฉพาะจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิ
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่
อาการที่พบได้คือ ถ่ายเหลว ถ่ายเป็นน้ำ บางรายอาจมีมูกหรือเลือดปน รวมถึงอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ และอ่อนเพลียร่วมด้วย
เมื่อเด็กมีอาการถ่ายเหลว ควรให้ดื่มสารละลายเกลือแร่ ORS เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง เช่น ซึม อ่อนแรง ถ่ายเป็นเลือด หรือรับประทานอาหารไม่ได้ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การป้องกันโรคในโรงเรียนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน
โรงเรียนควรมีมาตรการคัดกรองสุขภาพเด็กก่อนเข้าเรียนทุกวัน หากพบเด็กมีไข้หรือมีอาการผิดปกติ ควรแยกพักสังเกตอาการ และแจ้งผู้ปกครองให้รับกลับบ้านพร้อมพาไปพบแพทย์
ขณะเดียวกัน ควรดูแลความสะอาดของสถานที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียน ห้องน้ำ โรงอาหาร รวมถึงอุปกรณ์ที่มีการสัมผัสร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะเรียน ราวบันได และของเล่นเด็ก เพื่อช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค
นอกจากมาตรการในโรงเรียนแล้ว ผู้ปกครองถือเป็นอีกกำลังสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคในเด็ก
สิ่งที่ควรปฏิบัติ ได้แก่ การสังเกตอาการป่วยของบุตรหลานก่อนออกจากบ้านทุกวัน หากมีไข้ ไอ หรืออ่อนเพลีย ควรให้หยุดพักรักษาตัว รวมถึงปลูกฝังพฤติกรรมสุขอนามัยที่ถูกต้อง เช่น
นอกจากนี้ เด็กกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก เด็กที่มีโรคประจำตัว หรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสเกิดการระบาดในสถานศึกษา
กรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่า การป้องกันโรคติดต่อในช่วงเปิดภาคเรียนจะได้ผลดี จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา และตัวนักเรียนเอง ในการปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด
แม้หลายโรคอาจดูเป็นอาการเจ็บป่วยทั่วไป แต่หากปล่อยให้เกิดการแพร่ระบาดในโรงเรียน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กจำนวนมากได้ การเฝ้าระวังตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยให้เด็ก ๆ สามารถเรียนหนังสือได้อย่างปลอดภัยตลอดภาคเรียน
ข่าวล่าสุด