เนชั่นทีวี

Exclusive

เจาะลึกเบื้องหลัง "อาร์เซน่อล" ทะยานสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี

20 พ.ค. 2569

เจาะลึกเบื้องหลัง "อาร์เซน่อล" ทะยานสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของ อาร์เซน่อล ภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตต้า จากทีมบ๊วยสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกหนแรกในรอบ 22 ปี เผยกลยุทธ์แปลกใหม่และวินัยเกมรับสุดแกร่ง

ในที่สุดการรอคอยอันยาวนานกว่า 22 ปีของสโมสรฟุตบอลอาร์เซน่อลก็สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ภายหลังจากความบอบช้ำและการเฉียดไปเฉียดมาในฐานะ "พระรอง" ตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด ผลการแข่งขันที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้เพียงเสมอกับบอร์นมัธ 1-1 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้อาร์เซน่อลเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกหนแรกนับตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ "แชมป์ไร้พ่าย" (The Invincibles) ของ อาร์เซน เวนเกอร์ เมื่อปี 2004 ได้สำเร็จ

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นมหากาพย์แห่งการต่อสู้ การวางรากฐาน และกลยุทธ์สุดแปลกใหม่ภายใต้การนำทัพของชายที่ชื่อ มิเกล อาร์เตต้า

เจาะลึกเบื้องหลัง "อาร์เซน่อล" ทะยานสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี

1. ยืนหยัดเคียงข้างกุนซือ: การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของบอร์ดบริหาร

หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2021 บอร์ดบริหารของอาร์เซน่อลนำโดย สแตน โครเอนเก้ เจ้าของทีมชาวอเมริกัน ต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุด หลังจากทีมบุกไปพ่ายแมนฯ ซิตี้ ยับเยิน 0-5 ส่งผลให้ทีมจมบ๊วยอันดับสุดท้ายของตารางจากการแพ้ 3 นัดรวดเปิดซีซั่น ซึ่งเป็นสถิติย่ำแย่ที่สุดในรอบ 67 ปีนับตั้งแต่ปี 1954

ในเวลานั้น อาร์เตต้าซึ่งเพิ่งรับงานคุมทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ยอมรับว่าเขาเริ่มตั้งคำถามและวิจารณ์ความสามารถของตัวเอง ท่ามกลางกระแสขับไล่ของแฟนบอล แม้กระทั่ง เมซุต โอซิล อดีตสตาร์ดังที่โดนอาร์เตต้าดองยาวก่อนย้ายออกไป ยังโพสต์ข้อความประชดประชันผ่านโซเชียลมีเดียว่า "Trust the process" (จงเชื่อมั่นในกระบวนการ)

แต่ทว่า บอร์ดบริหารเลือกที่จะนิ่งและหนุนหลังอาร์เตต้าต่อไป เพราะพวกเขาเห็นกลยุทธ์ในการล้างบางกลุ่มนักเตะที่สร้างความแตกแยกในห้องแต่งตัวอย่างโอซิล และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง เพื่อสถาปนาวัฒนธรรมและวินัยของสโมสรขึ้นมาใหม่ แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานเกือบ 6 ปีกว่าที่ความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกจะผลิดอกออกผลก็ตาม

เจาะลึกเบื้องหลัง "อาร์เซน่อล" ทะยานสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี

2. ยุทธศาสตร์ปั้นเด็กสร้าง ควบคู่การทุ่มทุนระดับสถิติ

ในช่วงแรกของการคุมทีม อาร์เตต้าเลือกที่จะฝากอนาคตไว้กับกลุ่มสายเลือดใหม่จากอะคาเดมีและดาวรุ่งอายุน้อยเพื่อวางโครงสร้างระยะยาว

  • แกนหลักดาวรุ่ง: บูกาโย่ ซาก้า และ เอมิล สมิธ โรว์ ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ขณะที่ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (ย้ายมาปี 2019) และ วิลเลี่ยม ซาลีบา ในวัย 18 ปี ถูกเซ็นสัญญาเข้ามาบ่มเพาะ ควบคู่กับการดึงตัวผู้เล่นอายุไม่เกิน 23 ปีที่มีศักยภาพสูงอย่าง เบน ไวท์ และ มาร์ติน โอเดอการ์ด
  • เติมจิ๊กซอว์ระดับอีลีท: เมื่อดาวรุ่งเหล่านี้เติบโตจนแข็งแกร่ง อาร์เตต้าตระหนักดีว่าหากจะก้าวข้ามไปเป็นแชมป์ เขาจำเป็นต้องมีผู้เล่นระดับโลกเข้ามาเติมเต็ม สโมสรจึงจัดหนักทุ่มเงินเป็นสถิติสหราชอาณาจักร 105 ล้านปอนด์คว้าตัว ดีแคลน ไรซ์ ในปี 2023 ตามด้วยการทุ่มอีกกว่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อกระชากตัว วิคตอร์ เยอเคเรส และ เอเบเรชี่ เอเซ่ มาร่วมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งการลงทุนมหาศาลนี้บีบให้อาร์เตต้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปลี่ยนเป็นถ้วยแชมป์ทันที

เจาะลึกเบื้องหลัง "อาร์เซน่อล" ทะยานสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี

3. จิตวิทยาและนวัตกรรมสร้างความตื่นตัว

การตกรอบและอกหักเป็นรองแชมป์มา 3 ปีติดต่อกัน ทำให้นักวิจารณ์หลายคนตราหน้าอาร์เซน่อลว่าเป็นได้เพียง "ทีมเกือบแชมป์" หรือพวกจิตใจไม่แข็งแกร่งพอในนัดสำคัญ แต่อาร์เตต้ากลับใช้ความผิดหวังเหล่านั้นหล่อหลอมเป็นความแค้นและประสบการณ์ โดยเขาใช้จิตวิทยาแปลกใหม่ที่มักถูกค่อนแคะขบขันจากคนภายนอกมาสร้างแรงกระตุ้นให้ลูกทีม

มีรายงานว่า ในช่วงปรีซีซั่น อาร์เตต้าได้แอบ จ้างนักล้วงกระเป๋ามืออาชีพ ให้เข้ามาขโมยโทรศัพท์และกระเป๋าเงินของนักเตะในระหว่างมื้ออาหารค่ำ เพื่อส่งข้อความเตือนสติลูกทีมว่า "พวกคุณต้องตื่นตัวและระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ทั้งในและนอกสนาม"

นอกจากนี้ เขายังเคยถือหลอดไฟเข้าไปในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มเกมเพื่อเปรียบเทียบว่านักเตะต้องส่องแสงให้เอมิเรตส์ สเตเดียม สว่างไสว และเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เขายังจัดให้มีการเปิดวิดีโอจาก TikTok ที่เป็นเสียงร้องเพลงเชียร์ของแฟนบอลบนจอยักษ์ในระหว่างซ้อมเพื่อจำลองความกดดัน

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้อาร์เซน่อลยุคนี้มีความแข็งแกร่งทางจิตวิทยา สามารถทนทานต่อการไล่บี้ในช่วงโค้งสุดท้ายของแมนฯ ซิตี้ ได้อย่างยอดเยี่ยม

 

4. ปฏิวัติสไตล์ลูกหนังอังกฤษ: หันพึ่งพาศาสตร์ฟุตบอลขั้นพื้นฐาน

อาร์เซน่อลชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกนี้ อาจไม่ได้เล่นฟุตบอลที่สวยงามลื่นไหลตามแบบฉบับดั้งเดิมของ อาร์เซน เวนเกอร์ แต่พวกเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษแบบดั้งเดิม (Back-to-basics) ยุคแห่งการต่อบอลสั้นครองเกมของกวาร์ดิโอล่า หรือเฮฟวี่เมทัลของคล็อปป์ ถูกอาร์เตต้าท้าทายด้วยกลยุทธ์ "ลูกตั้งเตะ, การทุ่มไกล และการวางบอลยาวจากแดนหลัง"

  • อสูรกายเกมรับ: กาเบรียล มากัลเญส กลายเป็นอาวุธร้ายในจังหวะเตะมุม ขณะที่ ดีแคลน ไรซ์ เป็นหัวใจสำคัญทั้งการทุ่มไกลและการเปิดลูกนิ่งที่แม่นยำราวจับวาง โดยมี วิคตอร์ เยอเคเรส เป็นกองหน้าประเภทร่างใหญ่ดุดันคอยบังบอลและพักบอลในแดนหน้า
  • สถิติเกมรับที่ดีที่สุด: ปืนใหญ่ผงาดคว้าแชมป์ด้วยสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลีกอย่างขาดลอย โดยเสียไปเพียง 26 ประตูจากการลงสนาม 37 นัด ความเหนียวแน่นและแข็งแกร่งในเกมรับกลายเป็นเครื่องหมายการค้าสำคัญของทีมชุดนี้

 

เจาะลึกเบื้องหลัง "อาร์เซน่อล" ทะยานสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี

5. สามคีย์แมนผู้บันดาลความสำเร็จ

ความสำเร็จในฤดูกาลนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาด 3 ขุนพลสำคัญที่มีลุ้นคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของอังกฤษ:

  • ดีแคลน ไรซ์: ผู้นำในแดนกลางที่ขับเคลื่อนทีมด้วยพลังงานอันไร้ขีดจำกัด และเป็นแกนหลักสำคัญของทีมชาติอังกฤษในการสู้ศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง
  • ดาบิด ราย่า: นายทวารสเปนโชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟพาทีมเก็บได้ถึง 19 คลีนชีต ผงาดคว้ารางวัลถุงมือทองคำ (Golden Glove) เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และจุดเด่นในการออกบอลจากแดนหลังของเขาถูกยกย่องว่าดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

  • วิคตอร์ เยอเคเรส: ดาวยิงสวีเดนระเบิดฟอร์มตะบันไปถึง 21 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลแรกที่ย้ายมาร่วมทีม เติมเต็มมิติเกมรุกที่อาร์เซน่อลเคยขาดหายไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกของอาร์เซน่อลในปี 2569 ถือเป็นบทพิสูจน์ชั้นยอดถึงความสำเร็จของระบบ "Trust the process" ที่ต้องผ่านทั้งคราบน้ำตา เสียงหัวเราะเยาะ และแรงกดดันมหาศาล การผสมผสานระหว่างศาสตร์ฟุตบอลสมัยใหม่และความเฉียบขาดของแท็กติกลูกตั้งเตะแบบโบราณของอาร์เตต้า ได้กลายเป็นพิมพ์เขียวใหม่ในการคว้าแชมป์ และด้วยขุมกำลังที่อายุยังน้อยประกอบกับความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม ทัพปืนใหญ่ชุดนี้พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปลายเดือนนี้ เพื่อประกาศให้โลกรู้อย่างเต็มภาคภูมิว่าพวกเขากลับมายิ่งใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

เจาะลึกเบื้องหลัง "อาร์เซน่อล" ทะยานสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี