ภาพที่ปรากฏหลังการยุบสภา ที่มีคนบ้านใหญ่แสนสุข อย่าง นายสนธยา คุณปลื้ม พร้อมกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น ตัวแทนบ้านใหม่ ที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมา ต่างตบเท้าสวมเสื้อภูมิใจไทย เพื่อหวังร่วมกันทวงคืนพื้นที่ชลบุรีทั้ง 10 เขตหลังจากการเลือกตั้งปี 66 ต้องสูญเสียที่นั่งให้กับพรรคก้าวไกลขณะนั้นถึง 7 เขต
“วันนี้ค่อนข้างชัดเจน ลองไปไล่ดูตัวผู้สมัคร ชัดเจนว่าบ้านใหญ่ที่ครั้งที่แล้วอยู่กับเพื่อไทย วันนี้ย้ายมาภูมิใจไทยหมด แล้วก็บ้านใหม่ ที่เคยอยู่กับรวมไทยสร้างชาติเดิมก็ย้ายมาอยู่กับภูมิใจไทยหมด”
“เราเห็นในวันที่เขาเปิดตัวกัน คุยกันอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ระหว่างคุณสนธยา คุณปลื้ม คุณสุชาติ ชมกลิ่น ตอนนั้นอาจจะยังดูแบบไม่ค่อยลงล็อกเท่าไหร่ แต่พอเราเห็นรายชื่อผู้สมัครลงล็อกแล้ว กลายเป็นว่าในชลบุรีวันนี้ เพื่อไทยซะอีก คือจากเดิมมีบ้านใหญ่วันนี้ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย ผู้สมัครเพื่อไทยลองไปไล่ดู กลายเป็นส่วนหนึ่ง เป็นคนที่อกหักไม่ได้ลงต่อ เคยเป็นผู้สมัครของรวมไทยสร้างชาติมาก่อนบ้าง บางคนถูกดันขึ้นมาจากการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่บ้างกลายเป็นคนที่ไม่มีจุดแข็งเลย”
อย่างไรก็ดี การปรับตัวของบ้านใหญ่ และบ้านใหม่ ในสีเสื้อภูมิใจไทย จะส่งผลสะเทือนต่อ พรรคประชาชน จะสามารถรักษาเก้าอี้ สส. 7 ที่นั่ง จาก 10 ที่นั่ง ไว้ได้เหมือนเดิมหรือไม่นั้น ดร.สติธร ยอมรับว่า เป็นไปได้ยาก พร้อมกับประเมินพรรคประชาชน จะรักษาเก้าอี้เขตใดไว้ได้บ้าง
“ผมว่ายาก วันนี้ผมประเมินมี 3 เขตที่มีโอกาสค่อนข้างดี คือ เขต 2 เขต 7 เขต 9"
โดยเฉพาะเขต 9 ครั้งที่แล้วชนะค่อนข้างขาด แล้วดูคะแนนของสองบ้าน ( บ้านใหญ่ บ้านใหม่ ) อันดับสอง อันดับสาม รวมกันจะเกินกว่าคะแนนที่ก้าวไกลเคยได้ครั้งที่แล้วไม่มาก แปลว่า ถ้ารักษาทรงดีๆ ไม่ให้คะแนนเขาไหลรวมกันเป็นก้อนได้ชัดพอไหว ส่วนเขต 7 เขต 2 อยู่ในระดับพอลุ้นว่าอาจจะรักษาได้ แต่ก็เหนื่อย
ด้วยความที่เขต 2 เขต 7 เป็นอดีต สส. ที่พอมีผลงานในสภา ผู้คนจดจำคุณวรรณิดา นพสิทธิ์ คุณสหัสวัต คุ้มคง เป็นสองคนที่เราเห็นบทบาทในสภา แปลว่า ตัวบุคคลช่วยและโดยความที่คุณวรรณิดา นพสิทธิ์ มีฐานการเมืองท้องถิ่นอยู่แล้ว เขาเป็นตระกูลการเมืองที่รุ่นพ่อเคยลงจะเสริมกัน
คือ นอกจากพึ่งกระแสพรรคอย่างเดียวแล้ว เขายังมีกระแสบุคคลคอยหนุน อย่างนี้พอสู้ไหว แต่อีก 4 เขตที่เป็นแชมป์เก่า ผมว่าเหนื่อย มีลุ้นได้จริงๆ 4 เขต เหลือลุ้นได้อีกสัก 2 เขต