svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Exclusive

วิกฤตศรัทธา “อนุทิน” น้ำมันการเมือง “ปั๊มบ้านใหญ่” เปิดหัวจ่ายรักษาฐานเสียง

26 มี.ค. 2569

ประชาชนไม่รอด รัฐบาล “อนุทิน 2” เผชิญวิกฤตน้ำมัน แฉเล่ห์ “ปั๊มบ้านใหญ่” เล่นการเมืองแบบเครือข่าย

26 มีนาคม 2569 โจทย์หิน อนุทิน 2 เผชิญวิกฤตพลังงาน เจาะลึกปั๊มบ้านใหญ่ เอาตัวรอดยามคับขัน เปิดหัวจ่ายน้ำมันรักษาฐานเสียง

 

 

วิกฤตศรัทธา “อนุทิน” น้ำมันการเมือง “ปั๊มบ้านใหญ่” เปิดหัวจ่ายรักษาฐานเสียง อนุทิน-พิพัฒน์ เผชิญวิกฤตพลังงาน-วิกฤตศรัทธา 

 

 

ยามดีเซลขาดแคลน 10 วัน บ้านใหญ่ไม่เดือดร้อน มีสถานีบริการน้ำมัน รองรับเครือข่ายธุรกิจ สจ. สท. และ อบต. 

จากวิกฤตพลังงานกลายเป็นวิกฤตขาดความเชื่อมั่นของประชาชน เมื่อรัฐบาล “อนุทิน 2” ยังประกอบร่างไม่ทันเสร็จ ก็ต้องมาเจอกับวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง 

 

 

 

 

ช่วงแรกๆของสงครามอิหร่าน คนไทยประสบปัญหาปั๊มน้ำมันปิดป้าย “ไม่มีน้ำมันขาย” หรือให้เติมแบบจำกัดวงเงิน หลังรัฐบาลอนุทินลอยตัวน้ำมันดีเซล ราคาก็ปรับขึ้น 6 บาท จนชาวบ้านช็อกตาตั้ง 

 

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงถึงกรณีปัญหาน้ำมันขาดแคลนนั้นมาจากเครือข่ายบ้านใหญ่และธุรกิจในแต่ละพื้นที่แย่งชิงน้ำมันจากประชาชน

 

 

วิกฤตศรัทธา “อนุทิน” น้ำมันการเมือง “ปั๊มบ้านใหญ่” เปิดหัวจ่ายรักษาฐานเสียง

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เปิดประเด็นบ้านใหญ่กับน้ำมันแพง

 

 

“ประชาชนธรรมดาไปต่อคิวเติมน้ำมันรอเท่าไหร่ก็ไม่ได้เติม แต่เมื่อเครือข่ายธุรกิจใหญ่เข้ามาแซงคิวเข้าไปเติมได้เลย เมื่อน้ำมันหมดก็ไม่มีน้ำมันเหลือให้กับคนตัวเล็กตัวน้อย”

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกือบทุกจังหวัดล้วนมี “ปั๊มบ้านใหญ่” หรือสถานีบริการน้ำมันของ “นักการเมือง” ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น

 

น้ำมันดีเซลยังเหลือให้เติมได้ รถเล็กจำกัด 1,000 บาท รถบรรทุกไม่จำกัด...ส่วน 91 95 E20 ยังมีให้บริการได้ตามปกติ ไม่จำกัด

นี่คือข้อความที่แจ้งผ่านเพจปั๊มน้ำมันของ สส.อีสานคนหนึ่ง สังกัดพรรคร่วมรัฐบาล 

ชาวบ้านในเขตเลือกตั้ง ต่างเข้าคอมเมนท์ใต้เพจปั๊มบ้านใหญ่ทำนองว่า สมกับเป็นผู้แทนของคนรากหญ้า ไม่ทิ้งกันยามยากลำบาก

 

 

 


หัวจ่ายกับหัวคะแนน

 

60-70 ปีที่แล้ว “เจ้าพ่อ” หรือ “บ้านใหญ่” ในภาคอีสาน จะทำธุรกิจหลัก 3 อย่างคือ โรงสีข้าว โรงเหล้า และโรงน้ำแข็ง บางเจ้าพ่ออาจทำโรงโม่หิน 

 

ยุคประชาธิปไตยเบ่งบานหลัง 14 ตุลา “บ้านใหญ่” พาเหรดเข้าสู่สภาฯ ในสังกัดพรรคธรรมสังคม พรรคชาติไทย พรรคสังคมชาตินิยม ฯลฯ พวกเขาจะประกอบธุรกิจผูกขาดในท้องถิ่นเช่น การเดินรถ, ก่อสร้าง, และรับซื้อพืชผลการเกษตร 

 

ระยะหลังการสะสมทุนของ “บ้านใหญ่” จะมาจากธุรกิจสัมปทานรับเหมาก่อสร้างเป็นหลัก ทำให้ต้องมี “ปั๊มน้ำมัน” หรือสถานีบริการน้ำมันเป็นของตัวเอง เพื่อสนองให้รถบรรทุก รถปิกอัพ เครื่องจักรกลการก่อสร้าง รวมทั้งบริการแก่เครือข่ายทุนท้องถิ่น

มีรายงานว่า ช่วงน้ำมันขาดแคลนประมาณ 10 วัน ปรากฏว่า “ปั๊มบ้านใหญ่” ได้จัดสรรปันส่วนน้ำมันดีเซลให้กับ “หัวคะแนน” ตามหมู่บ้านอย่างทั่วถึง และหัวคะแนนก็แจกจ่ายไปยัง “โหวตเตอร์” ของตัวเอง

 

อินฟลูฯสายการเมืองสีส้มบางคนเหน็บแนมชาวบ้านว่า “ชอบรับเงินซื้อเสียง 1,000 บาทก็รับกรรมซื้อน้ำมันแพงไป สะใจมั้ย รวยไม่ไหวแล้ว” 

หากอินฟลูฯคนดังกล่าวรู้จักคำว่า “การเมืองแบบเครือข่าย” จะไม่โพสต์ประโยคนี้ เพราะ “ปั๊มบ้านใหญ่” มีกลวิธีดูแลฐานเสียงของตัวเอง ไม่ให้เดือดร้อนจากวิกฤตพลังงานรอบนี้ 

 

 

 


การเมืองแบบเครือข่าย

 

ศัพท์การเมือง “นีโอบ้านใหญ่” มาจากคำอธิบายเรื่อง บ้านใหญ่ในการเลือกตั้ง 2569 ในสายตาของ รศ.ดร.ศุทธิกานต์ มีจั่น อาจารย์วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งให้สัมภาษณ์สำนักข่าว The101 เมื่อเร็วๆนี้

 

อาจารย์ศุทธิกานต์ มองว่า ในอดีตภาพจำของการซื้อเสียงคือจ่ายเงินสดก่อนเลือกตั้งครั้งเดียวแล้วจบ แต่ปัจจุบันเป็นการดูแลแบบต่อเนื่องผ่านเครือข่าย เปลี่ยนจาก “เงินสดรายครั้ง” เป็น “ความสัมพันธ์ระยะยาว

 

“เงินอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่สำคัญพอๆ กับเงินคือความน่าเชื่อถือของเครือข่าย ถ้าผู้สมัครไม่มีฐานในพื้นที่หรือไม่มีความสัมพันธ์ที่สั่งสมมา การใช้เงินอย่างเดียวมักไม่ได้ผล”

 

ดังนั้น อาจารย์ศุทธิกานต์ สรุปว่า การเลือกตั้งปัจจุบันต้องมีทั้งเงิน เครือข่าย ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการจัดการพื้นที่

 

“การเมืองแบบซื้อเสียงล้วนๆ อาจใช้ได้ในอดีต แต่ปัจจุบันเป็นการเมืองแบบเครือข่ายมากกว่า” 

 

กรณีบทบาทของ “ปั๊มบ้านใหญ่” ในวิกฤตพลังงานครั้งนี้ ก็สอดรับกับมุมมองอาจารย์ศุทธิกานต์ ที่ว่าด้วยการเมืองแบบเครือข่าย เหมือนเมื่อครั้งวิกฤตโควิด มีบางพรรคใช้กลไก “อสม.” ดูแลชาวบ้านอย่างทั่วถึง


ภายหลัง “อสม.” หลายจังหวัดถูกมัดรวมเข้ากับ “การเมืองแบบเครือข่าย” และสร้างผลงานให้บางพรรค จึงมีคนเรียกร้องให้ อสม. อย่าตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง
 

 

 

 

 

เนชั่นทั่วไทย

สืบสานพระดำริ “ยกระดับผ้าไทยสู่สากล” | เนชั่นทั่วไทย | 26 มี.ค. 69 | PART 2

พาไปดูบรรยากาศการขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยครั้งสำคัญที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 24 และ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้เปิดฉากโครงการ "สร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้า และงานหัตถกรรมไทย" ตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ปักหมุดเริ่มต้นจุดแรกกันที่ภาคใต้ จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ และ กลุ่มทอผ้าในพื้นที่ภาคใต้