แดงอีสานป่วน “แพทองธาร” รอนายใหญ่จัดทัพ “สุริยะ-สมศักดิ์” นับถอยหลัง
19 มี.ค. 2569
นับวันรอนายใหญ่พ้นโทษ “แพทองธาร” สยบก๊วน “สุริยะ-สมศักดิ์” สส.อีสานแย่งเก้าอี้ รมต. ซุ้มแป้งมันเลือกบ้านจันทร์
Exclusive
19 มี.ค. 2569
นับวันรอนายใหญ่พ้นโทษ “แพทองธาร” สยบก๊วน “สุริยะ-สมศักดิ์” สส.อีสานแย่งเก้าอี้ รมต. ซุ้มแป้งมันเลือกบ้านจันทร์
19 มีนาคม 2569 นายน้อยออกโรง แพทองธาร สยบป่วนทุนใหญ่ สุริยะ-สมศักดิ์ ปม สส.อีสานแย่งเก้าอี้ รมต. ซุ้มแป้งมันยืนข้างบ้านจันทร์
นับวันรอนายใหญ่พ้นโทษ เพื่อไทยไปต่อ บ้านจันทร์ไม่ทิ้ง เชน-ยศชนัน ทายาทเจ๊แดง ส่อแวว 2 ส.แยกทางไปสร้างรังใหม่ในอนาคต
วลีมุ่นอุ้ยปุ้ย เป็นภาษาอีสานแปลว่า เละตุ้มเป๊ะ อาจใช้ได้กับพรรคเพื่อไทยยามขาลง เมื่อ สส.อีสาน ที่มีเสียงข้างมากในพรรคไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่าง ขอมีเอี่ยวในเก้าอี้ รมต.
ด้วยเหตุนี้ “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ต้องเข้ามากุมสภาพการนำของพรรค ในฐานะตัวแทน “นายใหญ่” ที่ยังไม่ได้รับอิสรภาพ
เนื่องจากเพื่อไทยได้รับโควตารัฐมนตรี “5 รมว.” และ “3 รมช.” จึงมีการปล่อยข่าวจากกลุ่มที่ต้องการเก้าอี้ รมต. โดยเฉพาะสายกลุ่มทุน “2 ส.” และกลุ่มนักรบห้องแอร์ ที่ใกล้ชิด “นายใหญ่-นายน้อย”
ตำแหน่งที่ชัดเจนแล้วคือ “เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นั่ง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) ควบรองนายกรัฐมนตรี และ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” นั่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์
ส่วน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แกนนำโคราช ยังไม่ชัดว่าจะนั่งกระทรวงไหน
ดังที่ทราบกัน วันนี้ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร ยังอยู่ในเรือนจำ ส่งผลให้การบริหารจัดการเรื่องเก้าอี้ รมต.ของ “แกนนำพรรค” ทำได้ยาก โดยพักหลัง “นายน้อย” แพทองธาร เดินทางเข้าเรือนจำถี่ขึ้น ซึ่งหัวข้อสนทนาก็หนีไม่พ้นเรื่องโควตารัฐมนตรี
อีกด้านหนึ่ง สายกลุ่มทุน “2 ส.” ก็มีการปล่อยข่าวมาเป็นระยะๆ กรณีของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ที่ถูกกดดันให้วางมือ แต่คนใกล้ชิดยังดันให้สมศักดิ์ไปต่อ
นับถอยหลังการยกเครื่องพรรคเพื่อไทยอีกรอบ หลังวันที่ 11 พ.ค.2569 ซึ่งทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษ เพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป
เชื่อกันว่า “นายใหญ่” คงถอยไปอยู่หลังม่าน แต่จะเป็นลมใต้ปีกให้ “นายน้อย” และสนับสนุนทายาทการเมือง “เชน ยศชนัน” ก้าวขึ้นเป็นผู้นำค่ายแดงเต็มตัว
มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ “นายหญิง” บ้านจันทร์ส่องหล้าได้เข้ามาบริหารจัดการปิดดีบโควตา “5 รมว.” กับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นการทำแทนผู้มากบารมีที่ยังไร้อิสรภาพ
เนื่องจากค่ายแดงตกอยู่ในสภาพพรรคต่ำร้อย “5 รมว.” ย่อมไม่พอแบ่งให้ทุกซุ้มพอใจ จึงบริหารจัดการไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม โดย “บ้านจันทร์” จะรวบอำนาจแบบเดิมไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ตัวบุคคลที่ “บ้านจันทร์” จัดวางในบางตำแหน่งยังเป็นเรื่องที่กลุ่มทุนใหญ่ 2 ส.ไม่พอใจ
นับว่าเป็นความโชคดีของ “นายน้อย” และบ้านจันทร์ที่กลุ่มแป้งมันโคราช นำโดย “ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ประกาศยืนเคียงข้างขั้วบ้านจันทร์
เลือกตั้ง สส.นครราชสีมารอบนี้ เพื่อไทยได้ สส.10 ที่นั่ง โดยแยกเป็นซุ้มแป้งมัน สส.8 คน ประเสริฐ จันทรรวงทอง 1 คน และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ 1 คน
สัญญาณจากค่ายแป้งมัน อาจต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มทุน 2 ส. หากวันข้างหน้า ค่ายแดงไร้กลุ่มทุนใหญ่ แต่ก็ยังมีทุนแป้งมันยืนหยัดอยู่กับค่ายเดิม
บทเรียนราคาแพงของพรรคเพื่อไทยคือ ความพ่ายแพ้ในภาคอีสาน โดยเฉพาะคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในภาคอีสานหายไปประมาณ 16%
อย่างไรก็ตาม เพื่อไทยยังได้ สส.เขตในภาคอีสาน 43 ที่นั่ง เป็นอันดับ 2 รองจากพรรคภูมิใจไทย และ สส.อีสานยังเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ที่สุดในอีสาน
ดังนั้น สส.ซุ้มบ้านใหญ่อีสานหลายจังหวัด จึงออกฤทธิ์ไม่ยอมแบ่งโควตา “3 รมช” ให้ภาคอื่น เพราะแกนนำพรรคแดงต้องการแบ่งให้ภาคละ 1 เก้าอี้(ยกเว้นภาคใต้)
เบื้องต้นมีรายงานว่า พัฒนา สัพโส สส.สกลนคร วิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ ศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี และ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย
ขณะที่ซุ้มแดงอุดร นำโดย วิเชียร ขาวขำ อดีตนายก อบจ.อุดรฯ และ ศราวุธ เพชรพนมพร นายก อบจ.อุดรฯ มี สส.4 ที่นั่ง ก็หวังเก้าอี้ รมช.เหมือนกัน
นัยว่า กลุ่มทุน 2 ส.ให้การสนับสนุน พัฒนา สัพโส สส.สกลนคร และ วิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ ก็ต้องวัดใจกับพลังบ้านจันทร์
