โดยชาวเน็ตพากัน ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า กรณีของ ลิซ่า เดินหน้ารับงานโฆษณาชุดนี้ จะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้เคยมีดาราศิลปินในประเทศไทย ถูกดำเนินคดีตามาตรา 32 “ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือทางอ้อม” ไปแล้วหลายราย
นอกจากนี้ เคยมีนักกฎหมายบางคนระบุว่า กฎหมายส่งผลกับการรับโฆษณาที่ต่างประเทศด้วย เพราะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ “บินไปซื้อกินตาม”
สำหรับคำถามดังๆ ในตอนนี้ก็คือ ลิซ่า ยังคงถือสัญชาติไทย ดังนั้น หากเดินทางกลับมายังประเทศไทย ก็จะเท่ากับว่าทำผิดกฎหมายมาตรา 32 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะโดนตำรวจจับกุม เพื่อดำเนินคดีหรือไม่อย่างไร ??
ล่าสุด สำหรับประเด็นร้อนๆ เช่นนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเฟซบุ๊ก BLACKPINK Thailand โพสต์ภาพ ลลิษา มโนบาล หรือลิซ่า Blackpinkที่ถ่ายคู่กับขวดวิสกี้ยี่ห้อดัง ซึ่งเป็นภาพจากการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้แก่สุราดังกล่าว แต่ในประเทศไทยมีมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ทางด้านนายอนุทิน กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องของ ระเบียบ กฎกระทรวง ที่ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย
สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2565 มีรายงานข่าวระบุว่าทางด้าน นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการร้องเรียนว่า มีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์กรณีเฟซบุ๊ก BLACKPINK Thailand ได้โพสต์ภาพของ ลิซ่า BLACKPINK สมาชิกในวง ถ่ายภาพคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดัง
นพ.นิพนธ์ ระบุว่า ทางสำนักงานฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่โพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวแล้ว เพราะประเทศไทยมีมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 แต่ในบางประเทศไม่ได้มีกฎหมายที่ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเรื่องนี้โดยเฉพาะเหมือนกับประเทศไทย การกระทำบางอย่างจึงไม่เป็นความผิดในประเทศนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานฯ จะดำเนินการออกหนังสือเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป