เนชั่นทีวี

Business thai

หุ้นไทยรีบาวด์ ! เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด เคาะ 6 หุ้นเด่น 

02 พ.ย. 2566 | sukanya_san

หุ้นไทยรีบาวด์ ! เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด เคาะ 6 หุ้นเด่น 

บล.หยวนต้าประเมินหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์ในกรอบ 1,380-1,400 จุด หลังประชุมเฟดมีทิศทางบวกส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี ย่อตัวลงสู่ระดับ 4.72% สอดรับกับบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฯ แกร่งหนุนการฟื้นตัว เคาะ 6 หุ้นเด่น

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ในช่วงต้นการซื้อขายของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงหนุนของการประกาศจากกระทรวงการคลังสำหรับแผนในการออกประมูลพันธบัตรรัฐบาลสำหรับรอบเดือน พ.ย. 66 – ม.ค. 67 ซึ่งโดยรวม มีการปรับเพิ่มการจำหน่ายตราสารหนี้ชะลอลงจากการประกาศครั้งล่าสุดในเดือน ส.ค. 66

นอกจากนี้แผนการประมูลพันธบัตรสัปดาห์หน้าที่ 1.12 แสนล้านดอลลาร์ยังออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดเล็กน้อยซึ่งเป็นผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ วานนี้ปรับตัวลดลงเอื้อต่อการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยง

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุนต่อเนื่องจากผลการประชุม FOMC ซึ่งออกไปในทิศทาง “Dovish” หรือผ่อนคลายมากกว่าคาด คือ

1.Fed คงดอกเบี้ยที่ 5.25-5.50% ตามคาดการณ์ของตลาด และยังดำเนินแผนการลดงบดุล (QT) ต่อเนื่อง

2. มุมมองจากประธาน Fed ชี้ถึงพัฒนาการการปรับเข้าสู่สมดุลของภาคการจ้างงานโดยเฉพาะอัตราการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงรายชั่วโมง

3. ความสามารถในการเข้าถึงเงินทุนของทั้งภาคธุรกิจและภาคเอกชนมีความตึงตัวมากยิ่งขึ้นจากผลของ Bond Yield ระยะยาวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เราประเมินว่าจะทำให้ความจำเป็นในการปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตลดลง

4. การเกิด Soft Landing ยังเป็น Base-case กล่าวคือ Fed ยังคงมุมมองว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากผลของการดำเนินนโยบายที่ตึงตัว

หุ้นไทยรีบาวด์ ! เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด เคาะ 6 หุ้นเด่น 

สำหรับการรายงานตัวเลข เศรษฐกิจ สำคัญวานนี้ (1 พ.ย.) ออกไปในทิศทางผสมผสาน กล่าวคือ การรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ สำหรับเดือน ต.ค. ที่ 46.7 จุด ต่ำกว่าคาดที่ 49.0 จุดอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการชะลอตัวของธุรกิจภาคการผลิตอย่างชัดเจน

ขณะที่การรายงานตัวเลขตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTs) สำหรับเดือน ก.ย. อยู่ที่ 9.553 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าคาดและรีบาวน์ขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนภาคการจ้างงานที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้ปัญหาเงินเฟ้อยืดเยื้อกว่าคาด

ทั้งนี้ประเมิน SET Index วันนี้รีบาวด์เพิ่มขึ้นในกรอบ 1,380-1,400 จุด การประชุม FOMC ที่มีทิศทางบวกส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ 10 ปี ย่อตัวลงสู่ระดับ 4.72% คาดเอื้อในการเข้าเก็งกำไรกลุ่มหุ้นที่มีความสัมพันธ์ผกผันต่อ Bond Yield เช่น โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ และ Digital Transfor mation อย่างไรก็ตาม แนะนำติดตามการรายงานตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์ ซึ่งจะเป็น Swing Factor หลักที่จะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า

หุ้นเด่นตัวแรกแนะนำ TRUE  ราคาเป้าหมาย 6.40  บาท เราคาดว่าราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากเกินไป ได้แก่ ศาลปกครองสูงสุดรับคำฟ้องวินิจฉัยกสทช.เพื่อให้เพิกถอนการควบรวมระหว่าง DTAC-TRUE และอนุญาโตตุลาการตัดสินให้ชำระค่า IC ให้กับ NT รวมเงินต้นและดอกเบี้ยราว 1.1 หมื่นลบ.ทั้ง 2 เรื่องคาดว่าจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้ข้อสรุป 

ADVANC รายงานกำไร 3Q66 ออกมาดี และ ARPU ขยับขึ้นทั้งธุรกิจมือถือและ Internet Broadband เรามองว่าเป็นบวกต่อหุ้นทุกบริษัทในอุตสาหกรรม แม้งบ 3Q66 ของ TRUE คาดว่าจะยังขาดทุน แต่คาดว่าจะเห็นพัฒนาที่ดีขึ้นมากตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป

หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ  KBANK ราคาเป้าหมาย 135 บาท ราคาหุ้นกำลังปรับตัวขึ้นทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 133.00 บาท หากผ่านได้เราประเมินว่าจะเป็นบวกเชิง Sentiment และเห็นการ Rotate จากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ Outperform ตลาด YTD เช่น BBL, TTB เข้าสู่ KBANK อย่างชัดเจน

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ KBANK กลับมามีความน่าสนใจ คือ ผลประกอบการ 3Q66 สะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ทั้ง NPL และลูกหนี้ Stage 2 ปรับตัวลง พร้อมระดับ Coverage Ratio สูงขึ้นเป็น 148.5% ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q66 คาดเติบโต YoY สูงสุดในกลุ่มธนาคาร ราคาหุ้นไม่แพงที่ระดับ PBV เพียง 0.6 เท่า

หุ้นเด่นอีกตัวคือ  GPSC  ราคาเป้าหมาย 42 บาท หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามีโอกาสรีบาวน์ จาก Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ ที่อ่อนตัวลงเหลือ 4.71% หลังเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันที่ 5.50% แม้ยังไม่ประกาศชัดเจนถึงการสิ้นสุดขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ย แต่ความเห็นของคุณ Powell ที่ค่อนข้างผ่อนคลายส่งผลให้ตลาดมองว่ามีโอกาสสูงขึ้นที่จะสิ้นสุดการปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว

คาดกำไร 3Q66 ที่ 1.5 พันลบ. เติบโต +343% YoY และ +374% QoQ สูงสุดรอบ 7 ไตรมาส หลังโรงไฟฟ้า Glow Phase 5 กลับมาผลิตเต็มไตรมาสอีกครั้ง และต้นทุนก๊าซ-ถ่านหินลดลง ซื้อขายระดับ PER2567 ที่ 15.2 เท่า เทียบเท่าระดับ -1.5SD

หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ MTC ราคาเป้าหมาย 39 บาท  ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 39.00 บาท แนวรับ  37.00 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 36.00 บาท ราคา Breakout ออกจากรูปแบบ Symmetrical Triangle ขึ้นมาได้แล้ว และกำลังทดสอบเส้น SMA-200 วัน หากผ่านได้จะการ Confirm สัญญาณบวก

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า   คาด SET ได้ sentiment บวก หลังเฟดคงดอกเบี้ย แม้เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง หนุนการฟื้นตัว โดยแนวโน้มราคา มีจุดติดตามบริเวณ 1,370 จุด หากไม่ต่ำกว่า คาดว่าดัชนียังฟื้นตัวได้อยู่ โดยมีแนวต้านที่ 1388 และ 1,398 จุด ตามลำดับ ส่วนกรณีต่ำกว่า 1,370 จุด จะเป็นสัญญาณลบต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,360 จุด

หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ  KCE  ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 64 บาท  มองน่าสนใจที่สุดในกลุ่มฯ จากเห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นใน 2H66 ตามช่วง High season ของธุรกิจ และต่อเนื่องไปยังปี 67 ตามดีมานด์ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับรถยนต์ที่ฟื้นตัวจากการลดสินค้าคงคลัง ขณะที่ Valuation ยังมีส่วนลดเมื่อเทียบกับ PE mean ในอดีต 

หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ GULF  ราคาเป้าหมาย 63 บาท  2H66 คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น YoY และ HoH แรงหนุนจากโรงไฟฟ้า IPP อีกแห่งหนึ่ง คือ GPD หน่วยที่ 2 (662.5MW) จะเริ่มดำเนินการใน ต.ค. 66 และส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson Generation คาดจะเพิ่มขึ้น HoH เทียบกับขาดทุน 349 ลบ. ใน 1H66 จากราคาไฟฟ้าต่ำ

ข่าวล่าสุด