เนชั่นทีวี

Business thai

หุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ ! แนะเก็งกำไรหุ้นเชื่อมโยงจีน-รับอานิสงส์บาทแข็ง

31 ต.ค. 2566 | sukanya_san

หุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ !  แนะเก็งกำไรหุ้นเชื่อมโยงจีน-รับอานิสงส์บาทแข็ง

โบรกประเมินหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพ ในกรอบ 1,390-1,405 จุด ตลาดจับตาประชุมเฟด-บีโอเจ  แนะเก็งกำไรระยะสั้นหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับจีน รับผลบวกจากเงินบาทแข็งค่า เคาะ 5 หุ้นเด่น

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า แม้ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้จะคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในกรอบแคบเป็นส่วนใหญ่ จากการติดตามปัจจัยมหภาคที่หนาแน่นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ทั้งการประชุมธนาคารกลางหลักของโลกคือ BOJ, Fed และ BOE รวมถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ยอดจ้างงานของสหรัฐฯ ช่วงปลายสัปดาห์

แต่ SET Index วานนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น +7.62 จุด (+0.55%) ปิดที่ 1,395.85 จุด ถือเป็นอัตราการรีบาวด์ที่โดดเด่นกว่าภูมิภาค จาก 2 ปัจจัยหลักคือ 1. ราคาสินค้าพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง จากผลของความกังวลการขยายตัวของสงครามอิสราเอล-ฮามาสได้ผ่อนคลายในระยะสั้น

2.อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปี ที่ปรับตัวลดลง -5 bps จากวันก่อนหน้าเป็น 3.22% หนุนการฟื้นตัวของหุ้นในกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ผกผันกับ Bond Yield เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นกว่า +5.86%

ด้านตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น Outperform ตลาดหุ้นเอเชีย หลังตลาดประเมินว่าการเคลื่อนกำลังพลทางบกของอิสราเอลเข้าไปยังฉนวนกาซาอาจไม่สงผลกระทบเป็นวงกว้างหรือกระตุ้นประเทศในภูมิภาคให้เข้ามามีส่วนร่วมในสงครามในระยะสั้น จึงทำให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT วานนี้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ  86.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะที่การไหลเวียนของกระแสเงินทุน ได้เคลื่อนย้ายออกจาก Safe Haven Assets เช่น สกุลเงินดอลลาร์และสกุลเงินเยน รวมถึงทองคำเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงคือตลาดหุ้นและสกุลเงินดิจิทัลอย่างชัดเจน

หุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ !  แนะเก็งกำไรหุ้นเชื่อมโยงจีน-รับอานิสงส์บาทแข็ง

สำหรับประเด็นสำคัญในภูมิภาคเอเชียที่คาดจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นวันนี้ คือการที่ศาลสูงฮ่องกง ประกาศเลื่อนการตัดสินการเลิกล้มกิจการของบริษัท China Evergrande Group ไปเป็น 4 ธ.ค. จึงมีเวลาเพิ่มขึ้นในการเสนอแผนการฟื้นฟู เพื่อหลีกเลี่ยงการขายทอดสินทรัพย์ในตลาด (Liquidation) คาดประเด็นดังกล่าว เอื้อต่อการฟื้นตัวของหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน เช่น ปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้าง

คาด SET Index วันนี้เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways-up ในกรอบ 1,390-1,405 จุด อย่างไรก็ตาม เชิงกลยุทธ์ยังแนะนำการเข้าเก็งกำไรเพียงระยะสั้น (Day Trading) ในหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับจีน และกลุ่มหุ้นที่ได้อานิสงส์เชิงบวกจากแนวโน้มการไหลเวียนเข้าของ Fund flow ต่างชาติจากการแข็งค่าของสกุลเงินบาท อาทิ โรงไฟฟ้า, ธนาคารพาณิชย์, ค้าปลีก และสื่อสาร เป็นต้น

หุ้นเด่นตัวแรกคือ ADVANC ราคาเป้าหมาย 225 บาท รายงานกำไรสุทธิ 3Q66 ที่ 8.2 พันลบ. และกำไรปกติที่ 7.6 พันลบ. เติบโต +22% YoY และ +6% QoQ ดีกว่าคาดของเรา 8% และดีกว่าคาดของตลาด 3% จาก ARPU ที่เติบโตทั้งธุรกิจมือถือและ Broadband

กำไร 9M66 คิดเป็น 74% ของคาดการณ์กำไรทั้งปี 2566 ที่ 2.9 หมื่นลบ. (+12% YoY) ขณะที่ปี 2567 คาดกำไรเติบโต +14% YoY เป็น 3.2 หมื่นล้านบาท

หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ KJL  ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท เราคาดรายได้ 3Q66 ที่ 316 ลบ. เติบโต +24% YoY และ +10% QoQ รับรู้รายได้จากการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 25% QoQ ใน 2Q66  ส่งผลให้เกิด Economy of Scale ดังนั้น เราคาดว่ามีโอกาสที่กำไรสุทธิ 3Q66 มีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาสที่ 44 ลบ. เติบโต +35% YoY และ +11% QoQ

บริษัทได้ประโยชน์โดยตรงทั้งจากเติบโตของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่-เล็กของรัฐบาล เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้ตู้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท ซื้อขายที่ PER2567 เพียง 10 เท่า และให้ Dividend Yield 5% 

หุ้นเด่นอีกตัวคือ  GPSC  ราคาเป้าหมาย 42 บาท เราคาดว่ากลุ่มโรงไฟฟ้ามีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากคาดว่า Bond Yield ไทยและสหรัฐฯ มีโอกาสแกว่งตัว Sideway เพื่อรอดูการประชุมเฟดในคืนวันพุธนี้ คาดว่าหากเฟดส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นกลุ่ม Yield Play

คาดกำไร 3Q66 ที่ 1.5 พันล้านบาท เติบโต +343% YoY และ +374% QoQ ทำระดับสูงสุดรอบ 7 ไตรมาส หลังโรงไฟฟ้า Glow Phase 5 กลับมาผลิตได้เต็มไตรมาสอีกครั้ง และต้นทุนก๊าซ-ถ่านหินลดลง ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาก YTD ส่งผลให้ซื้อขาย PER2567 ระดับ 15.2 เท่า เทียบเท่าระดับ -1.5SD

หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ CPALL ราคาเป้าหมาย 57.50 บาท ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 57.50 บาท แนวรับ  56.75 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 54.00 บาท  RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence พร้อมกับ Candlestick ที่เริ่มกลับตัว ทำให้ประเมินการเข้าสู่รอบ Technical Rebound

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า  คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ โดยกรอบบนถูกจำกัดบริเวณแนวต้าน 1,402 จุด - 1,411 จุด จากสัญญาณเทคนิคในระยะสั้นที่เข้าสู่ภาวะ overbought และนักลงทุนในตลาด รอประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟดในการประชุมวันที่ 31 ต.ค. - 1 พ.ย. ส่วนกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1,390 จุด และ 1,380 จุด ตามลำดับ คาดว่ายังรองรับได้ จากสัญญาณเทคนิคในภาพรวมที่เป็นบวก

หุ้นเด่นตัวแรกคือ CPALL  ราคาเป้าหมาย 78 บาท มองเป็นหุ้น Undervalued ซึ่งราคาปรับลงมาจนเข้าเขต Oversold โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PER 66F ระดับ 30 เท่า (-1S.D. จาก PE เฉลี่ย 10 ปี) ขณะที่ 3Q66 คาดจะมีกำไรปกติเติบโต 11%YoY ดีสุดในกลุ่มพาณิชย์

หุ้นเด่นอีกตัวคือ MINT  ราคาเป้าหมาย 44 บาท มองเป็นหุ้น Undervalued ซึ่งราคาปรับลงมาจนเข้าเขต Oversold และยังมีพื้นฐานดี โดยคาดว่ากำไรปกติ 3Q66 จะปรับตัวดีขึ้น YoY ต่อเนื่อง แต่จะลดลง QoQ โดยมีสาเหตุมาจากช่วงโลว์ซีซั่นในยุโรป


 

ข่าวล่าสุด