ด้าน "บริษัท เอพี ไทยแลนด์จำกัด (มหาชน)" หรือ "AP" นั้น ปีนี้บริษัทมีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาดจำนวน 58 โครงการ มูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 58,000 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ 42,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 14,300 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 57,500 ล้านบาท
ปัจจุบัน เอพีฯ มี Backlog รวม 42,072 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ 23,048 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ปีนี้ทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นคอนโดมิเนิยม ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 68 ขณะที่งบจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ ตั้งวงเงินไว้ 2 หมี่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้เงินประมาณ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเปิดโครงการใหม่ปีนี้บริษัทมีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการหมดแล้ว
ปิดท้ายที่ "บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน)" หรือ “KUN” นั้น วางกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 66 มีแผนเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 11,600 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
พร้อมตั้งเป้ายอดขาย (Presale) ในปีนี้ไว้ที่ 1,800 ล้านบาท ขณะที่รายได้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตแตะระดับ 1,300 ล้านบาท ซึ่งทุบสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปี 2565 ที่ผ่านมา โดย ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 180 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 ทั้งหมด
โดยบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมแผน 5 ปี (ปี 2566-2570) ซึ่งในเบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายรายได้จะแตะระดับ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 จากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และในแผน 5 ปีจากนี้ “KUN”จะเติบโตไปในธุรกิจอื่น ๆทั้งในรูปแบบการร่วมทุน (JV) และการเข้าซื้อกิจการ (M&A)
จากแผนงานและเป้าหมายที่กำหนดออกมาของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แต่ละราย ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้มีการวางแผนการลงทุนเพิ่ม หลังจากที่อัดอั้นมานานในช่วงโควิด ซึ่งสะท้อนถึงสัญญาณเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น และจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น
แต่สิ่งที่ยังละเลยไม่ได้ก็คือ การบริหารความเสี่ยงและการติดตามดูสมดุลระหว่างดีมานด์กับซัพพลายในตลาดอย่างใกล้ชิด เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ยังมีความเปราะบางสูงนั้น การพลิกคว่ำพลิกหงายของกำลังซื้อย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ หากผู้ประกอบการอ่านเกมพลาดหรือปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะในรายกลาง-รายเล็ก ก็อาจต้องเผชิญกับปัญหาซัพพลายล้นตลาด กินทุนของผู้ประกอบการจนสุดสายป่านที่จะเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้