เนชั่นทีวี

Business thai

อสังหาฯ แข่งเดือดรับเศรษฐกิจฟื้น "เจ้าใหญ่" ลุยเปิดโครงการใหม่คึกคัก

12 ก.พ. 2566 | sukanya_san

อสังหาฯ แข่งเดือดรับเศรษฐกิจฟื้น "เจ้าใหญ่" ลุยเปิดโครงการใหม่คึกคัก

ตลาดอสังหาฯ ร้อนระอุ ค่ายใหญ่ลุยเปิดตัวโครงการคึกคักรองรับเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมแรงหนุนจากจีนเปิดประเทศ ดันดีมานด์ต่างชาติกลับเข้ามาอีกครั้ง ส่วนค่ายไหนวางแผนรุกตลาดกันยังไง ตามมาเกาะติดไปด้วยกัน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่อแข่งกันดุเดือด หลังผู้ประกอบการหลายรายออกมาประกาศแผนผุดโครงการใหม่ เข้ามาทำตลาดปีนี้อย่างคับคั่ง แม้จะมีอสังหาฯที่รอขายอยู่ถึง 218,846 หน่วย ณ สิ้นปี 65 ก็ตาม แต่ผู้ประกอบการยังเล็งเห็นโอกาสจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ทำให้กำลังซื้อของประชาชนเริ่มกลับมาคึกคัก รวมถึงดีมานด์จากลุ่มลูกค้าต่างชาติที่จะทยอยกลับมา หลังจีนเปิดประเทศ

ประกอบกับครม.ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือ 1%-ค่าจดจำนอง 0.01% กับโครงการอสังหาฯราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ และห้องชุด ทั้งบ้านมือ 1 และมือ 2  ก็อาจมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ระดับล่างกลับมาได้บ้าง   ส่วนค่ายไหนจะเปิดโครงการเท่าไหร่ และใช้งบลงทุนมากน้อยแค่ไหน Nation Online ขอพาไปสำรวจกัน

เริ่มจาก "บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)"  หรือ "LH" มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 17 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 34,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 16 โครงการ มูลค่า 28,460 ล้านบาท และ คอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 6,500 ล้านบาท  

โดยโครงการคอนโดมิเนียมที่ได้กลับมาพัฒนาโครงการใหม่คือ โครงการ The Key ศรีนครินทร์ ซึ่งจะเปิดขายในไตรมาสที่ 3 และในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามียอดขาย 35,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ 33,000 ล้านบาท ส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าตั้งเป้าไว้ที่ 7,150 ล้านบาท สำหรับในปี 2565 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 30,207 ล้านบาท เติบโต 5.50%

ตามติดมาด้วย "บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)" หรือ "SIRI" วางแผนโครงการเปิดใหม่กว่า 50 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท ยอดขายก็คงไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท รายได้ต้องมากกว่า 3.5 หมื่นล้านบาทแน่นอน และเติบโตมากกว่า 2 หลัก ทั้งนี้หากย้อนกลับมาที่การลงทุนของแสนสิริ จะยังคงให้น้ำหนักกับบ้านเดี่ยว ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมยังต้องรอให้นักท่องเที่ยวกลับมาก่อน  

อสังหาฯ แข่งเดือดรับเศรษฐกิจฟื้น "เจ้าใหญ่" ลุยเปิดโครงการใหม่คึกคัก

ขณะที่ "บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) " หรือ "SPALI" ไม่น้อยหน้า  วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 37 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 34 โครงการ  มูลค่า 32,700 ล้านบาท  และโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 8,300 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวม 41,000 ล้านบาท และกำหนดงบประมาณการจัดซื้อที่ดิน 8,000 ล้านบาท

โดยในปีนี้บริษัทมุ่งเน้นสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ด้วยความมั่นคง และยั่งยืน เตรียมบุกหนักในโครงการภูมิภาคต่างๆ ในจังหวัดใหม่ๆที่มีทำเลศักยภาพและมีความต้องการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันศุภาลัยพัฒนาโครงการครอบคลุม 28 จังหวัด โดยในปี 2566 เสริมความแข็งแกร่งพัฒนาโครงการใหม่ใน 5 จังหวัดใหม่ ได้แก่ ลำปาง ลำพูน นครปฐม ราชบุรี และจันทบุรี อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายมียอดขาย 36,000 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้ 36,000 ล้านบาท  

 ด้าน  "บริษัท เอพี ไทยแลนด์จำกัด (มหาชน)"  หรือ "AP" นั้น  ปีนี้บริษัทมีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาดจำนวน 58 โครงการ มูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 58,000 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ 42,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 14,300 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 57,500 ล้านบาท ปัจจุบัน เอพีฯ มี Backlog รวม 42,072 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ 23,048 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ปีนี้ทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นคอนโดมิเนิยม ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 68 ขณะที่งบจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ ตั้งวงเงินไว้ 2 หมี่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้เงินประมาณ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเปิดโครงการใหม่ปีนี้บริษัทมีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการหมดแล้ว
 

อสังหาฯ แข่งเดือดรับเศรษฐกิจฟื้น "เจ้าใหญ่" ลุยเปิดโครงการใหม่คึกคัก

ปิดท้ายที่ "บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน)" หรือ “KUN” นั้น วางกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 66 มีแผนเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 11,600 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์     พร้อมตั้งเป้ายอดขาย (Presale) ในปีนี้ไว้ที่ 1,800 ล้านบาท ขณะที่รายได้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตแตะระดับ 1,300 ล้านบาท ซึ่งทุบสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปี 2565 ที่ผ่านมา โดย ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 180 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 ทั้งหมด

โดยบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมแผน 5 ปี (ปี 2566-2570) ซึ่งในเบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายรายได้จะแตะระดับ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 จากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และในแผน 5 ปีจากนี้ “KUN”จะเติบโตไปในธุรกิจอื่น ๆทั้งในรูปแบบการร่วมทุน (JV) และการเข้าซื้อกิจการ (M&A)  

จากแผนงานและเป้าหมายที่กำหนดออกมาของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แต่ละราย ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้มีการวางแผนการลงทุนเพิ่ม หลังจากที่อัดอั้นมานานในช่วงโควิด ซึ่งสะท้อนถึงสัญญาณเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น และจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น     แต่สิ่งที่ยังละเลยไม่ได้ก็คือ การบริหารความเสี่ยงและการติดตามดูสมดุลระหว่างดีมานด์กับซัพพลายในตลาดอย่างใกล้ชิด เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ยังมีความเปราะบางสูงนั้น การพลิกคว่ำพลิกหงายของกำลังซื้อย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ หากผู้ประกอบการอ่านเกมพลาดหรือปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะในรายกลาง-รายเล็ก ก็อาจต้องเผชิญกับปัญหาซัพพลายล้นตลาด กินทุนของผู้ประกอบการจนสุดสายป่านที่จะเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ 

อสังหาฯ แข่งเดือดรับเศรษฐกิจฟื้น "เจ้าใหญ่" ลุยเปิดโครงการใหม่คึกคัก

 

ข่าวล่าสุด