คมนาคมจ่อชง ครม. เคาะ 'บ้านเพื่อคนไทย' ต.ค.นี้ เฟสแรก 5 พันยูนิต
14 พ.ค. 2568

คมนาคมเตรียมชง “บ้านเพื่อคนไทย” เข้า ครม. ต.ค.นี้ เฟสแรก 5,000 ยูนิต เข้า ต.ค.นี้ เร่งถกสลากกำหนดเงื่อนไข เตรียมจับสิทธิผู้ผ่านเกณฑ์คัดเลือก 1.3 แสนคน พร้อมเข้าอยู่ปี 69
Business thai
14 พ.ค. 2568

คมนาคมเตรียมชง “บ้านเพื่อคนไทย” เข้า ครม. ต.ค.นี้ เฟสแรก 5,000 ยูนิต เข้า ต.ค.นี้ เร่งถกสลากกำหนดเงื่อนไข เตรียมจับสิทธิผู้ผ่านเกณฑ์คัดเลือก 1.3 แสนคน พร้อมเข้าอยู่ปี 69
นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจับสลาก เพื่อหาผู้ได้รับสิทธิ “บ้านเพื่อคนไทย” ระหว่างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกับบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด โดยระบุว่า ภายหลังโครงการบ้านเพื่อคนไทยได้ปิดลงทะเบียน ระยะที่ 1 ไปเมื่อ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 260,000 คน และในจำนวนนี้มีผู้ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจากธนาคารอาคารสงเคราะห์แล้วกว่า 130,000 คน
โดยเนื่องจากมีจำนวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมากกว่าจำนวนที่อยู่อาศัยในระยะที่ 1 ซึ่งกำหนดไว้ราว 5,000 ยูนิต ส่งผลให้กระทรวงฯ ต้องกำหนดรูปแบบการจับสลากสิทธิ และได้ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อกำหนดรูปแบบที่เหมาะสม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยให้โครงการบรรลุเป้าหมายในการเป็นโครงการที่สร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีบ้านเป็นของตนเอง อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
สำหรับขั้นตอนดำเนินการหลังจากนี้ กระทรวงฯ เตรียมเปิดประมูลคัดเลือกที่ปรึกษาดำเนินการสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ภายในเดือน มิ.ย.นี้ หลังจากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ต.ค.2568 เพื่ออนุมัติโครงการ และเริ่มกระบวนการเปิดประกวดราคาจัดหาผู้รับเหมาทันที จึงคาดว่าภายในปีนี้จะเริ่มก่อสร้าง คาดมูลค่าก่อสร้างราว 6 - 7 พันล้านบาท โดยยังคงเป้าหมายทยอยสร้างแล้วเสร็จเพื่อเริ่มส่งมอบให้ผู้อยู่อาศัยในช่วงปี 2569 เป็นต้นไป
ตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนขออนุมัติ EIA หากแล้วเสร็จก็จะเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติโครงการ และเริ่มกระบวนการก่อสร้าง ควบคู่ไปกับการจับสลากสิทธิประชาชนเข้าอยู่อาศัย อีกทั้งในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ทันทีที่ได้รับการอนุมัติโครงการระยะที่ 1 แล้ว กระทรวงฯ ก็จะดำเนินการประกาศพื้นที่ก่อสร้างระยะที่ 2 เพื่อให้ประชาชนสามารถจองสิทธิเข้ามาได้ทันที
ทั้งนี้ โครงการบ้านเพื่อคนไทยระยะที่ 1 จะมีการจับสลากสิทธิประชาชนเข้าอยู่อาศัยประมาณ 5 พันยูนิต ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างปีนี้ และทยอยส่งมอบเพื่อเข้าอยู่ในปี 2569 ขณะเดียวกันจะเดินหน้าโครงการระยะที่ 2 รวมจำนวนเพิ่มเติมประมาณ 1.2 หมื่นยูนิต โดยประชาชนที่ลงทะเบียนแสดงเจตจำนงไว้ หากไม่ได้รับสิทธิในระยะที่ 1 ก็จะมีสิทธิเข้าร่วมในระยะอื่นต่อไป โดยเฉพาะพื้นที่ โครงการ กม.11 ซึ่งมีจำนวนกว่า 10,000 ยูนิต จะยังคงมีอยู่ในทุกรอบการจับสลาก
สำหรับโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” โดยบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เป็นผู้พัฒนาและบริหารโครงการ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการศึกษาและพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนชาวไทย โดยนำที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาดำเนินโครงการ ซึ่งจะมีโครงการหรือพื้นที่ดำเนินการที่มีศักยภาพที่สุด 25 พื้นที่ ทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนำร่อง (2568-2569) มีจำนวน 4 พื้นที่ คือ พื้นที่โครงการบางซื่อ กม.11(วิภาวดี),พื้นที่ในจ.เชียงใหม่,พื้นที่โครงการเชียงราก(ปทุมธานี), พื้นที่ธนบุรี
สำหรับคุณสมบัติผู้ซื้อสิทธิโครงการบ้านเพื่อคนไทย เป็นผู้มีสัญชาติไทยเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ณ วันลงทะเบียนเป็นผู้ที่มีรายได้ ไม่เกิน 50,000 บาท ต่อเดือนต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจใช้พักอาศัยได้ทุกประเภทต้องไม่เคยได้สิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทย
ทั้งนี่้มีเงื่อนไขในการซื้อสิทธิโครงการบ้านเพื่อคนไทย คือ ผู้ซื้อสิทธิ 1 ท่าน มีสิทธิจองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างได้ 1 หน่วย ต่อ 1 โครงการเท่านั้น แต่หากการพิจารณาให้สิทธิในโครงการใดเสร็จสิ้นไปแล้วและไม่ได้สิทธิ สามารถใช้สิทธิจองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอีกครั้งในจังหวัดเดิมได้ห้ามโอนสิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทยภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันจดทะเบียนสิทธิห้ามนำอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในโครงการบ้านเพื่อคนไทยไปให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ หรือทำนิติกรรมในลักษณะที่เป็นการต่างตอบแทนเพื่อให้บุคคลอื่นได้ใช้ประโยชน์ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เว้นแต่เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ของสมาชิกในครอบครัวของผู้ซื้อสิทธิ เป็นต้น
ข่าวล่าสุด