"รมช.คมนาคม" เปิดเผยด้วยว่า จากการเปิดดูข้อมูลหลังบ้าน พบว่า กม. 11 วิภาวดีรังสิต กทม. เป็นทำเลที่ผู้แสดงสิทธิ์ต้องการมากที่สุด รองลงมา คือพื้นที่ธนบุรี และไล่ไปตามลำดับ นี่คือโครงการนำร่อง ต่อไปจะมีเฟสสองเฟสสาม ในรัฐบาลสมัยนี้ ตั้งใจหนึ่งแสนถึงสามแสนให้ได้
ทั้งนี้ พื้นที่บางซื่อ ย่าน กม. 11 วิภาวดีรังสิต ยังดำเนินการก่อสร้างโครงการเพิ่มได้ทั้งการเพิ่มจำนวนชั้น ขนาดห้อง ในเฟสสอง - เฟสสาม โดยรอทีมงานในการวางแพลน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำมาวิเคราะห์ ว่าจริงๆแล้วตลาดผู้บริโภค และเป้าหมายที่เราวางไว้ ต้องการขนาดไหน
ยอมรับเพื่อไทย ดึงกลุ่มเป้าหมายคนวัยทำงาน
"นายสุรพงษ์" รมช.คมนาคม ได้ตอบคำถามเนชั่นทีวีที่ว่า "โครงการบ้านเพื่อคนไทย" ได้กำหนดคุณสมบัติการจองสิทธิ์ ที่มุ่งเน้นกับคนวัยทำงานเป็นการดึงคะแนนจากคนรุ่นใหม่ให้กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่
โดย"รมช.คมนาคม" ตอบว่า โปรเจคนี้ให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ ไม่ได้เป็นภาระรัฐบาล เพียงแต่ว่า เราดึง"ธอส." มาช่วยสินเชื่อ ซึ่งเรานำทุกภาคส่วนมาร่วมกันสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่
"ถามว่า คนคิดเป็นพรรคเพื่อไทยไหม ยอมรับว่าใช่ แต่ถ้าพรรคไหนๆมีนโยบยายดีๆก็คิดได้แต่นโยบายนี้เป็นของนายก กระทรวงคมนาคม และท่านทักษิณอาจได้ช่วยแนะนำ วันนี้เราใช้คำว่า ให้โอกาสกับประชาชนทุกมิติดีกว่า อย่างเรื่อง บ้านเพื่อคนไทย เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ หรือ ยารักษาโรค กรณี 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งโครงการบ้านเพื่อนคนไทย ที่เราให้ผ่อนได้ในราคา 4,000 บาท โดยไม่ต้องมีเงินดาวน์ ซึ่งจะกระจายไปยังหัวเมืองต่างๆ และต่างจังหวัดด้วย"
"ใช่ครับ เราจะสร้างคนรุ่นใหม่ให้แข็งแรง เพื่อมาขับเคลื่อนประเทศชาติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพราะอยู่ในวัยทำงาน ดึงอนาคตมาอยู่ในปัจจุบัน ให้ทันกับค่าใช้จ่าย ผมว่าทุกพรรคควรดีใจร่วมกันดีกว่า ผลประโยชน์สุดท้ายตกกับคนวัยทำงาน" หมอหนุ่ย ตอบข้อถามที่ว่า จะไม่เป็นการดึงความนิยมคนรุ่นใหม่จากพรรคการเมืองคู่แข่งมาที่พรรคเพื่อไทย หรือ