ดีเดย์ 1 เม.ย. 67 ! ผู้โดยสารขาออกเตรียมควักกระเป๋าจ่ายค่าบริการเพิ่ม
24 พ.ย. 2566 | sukanya_san

กพท.ไฟเขียวทอท.เก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกเพิ่ม 30 บาท ทั้งผู้โดยสารในประเทศและระหว่างประเทศ เริ่ม 1 เม.ย. 67 หลังพัฒนาระบบ CUPPS
Business thai
24 พ.ย. 2566 | sukanya_san

กพท.ไฟเขียวทอท.เก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกเพิ่ม 30 บาท ทั้งผู้โดยสารในประเทศและระหว่างประเทศ เริ่ม 1 เม.ย. 67 หลังพัฒนาระบบ CUPPS
นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 เม.ย.67 เป็นต้นไปทอท. จะปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charges: PSC) แบ่งเป็น
ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ
- ปรับจาก 700 บาทต่อคน เป็น 730 บาทต่อคน
ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ
- ปรับจาก 100 บาทต่อคน เป็น 130 บาทต่อคน
ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมา ทอท.ได้นําระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (Common Use Passenger Processing Systems: CUPPS) มาให้บริการ ณ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ AOT ทั้ง 6 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความปลอดภัยในการใช้บริการมากขึ้น
โดยปัจจุบันการให้บริการระบบ CUPPS ประกอบด้วย 1. บริการตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (Common Use Terminal Equipment: CUTE) ที่เข้ามาช่วยยกระดับการให้บริการของเคาน์เตอร์เช็กอินเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการบริการบนมาตรฐานเดียวกันกับท่าอากาศยานระดับสากล
2. บริการเช็กอินด้วยตัวเองอัตโนมัติ (Common Use Self Service: CUSS) เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารไม่ต้องรอแถวเช็กอิน อีกทั้งยังสามารถเช็กอินล่วงหน้าเป็นเวลา 6 – 12 ชั่วโมงก่อนเดินทาง (ตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน)
3. บริการรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag Drop: CUBD) สำหรับให้ผู้โดยสารสามารถโหลดสัมภาระได้ด้วยตนเอง ซึ่งการนําระบบ CUPPS มาให้บริการส่งผลให้มีต้นทุนอัตราค่าบริการที่เพิ่มขึ้น
โดยได้เสนอการปรับปรุงค่า PSC ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับแนวทางการเรียกเก็บค่าบริการระบบ CUPPS ซึ่งกพท.ได้มีการพิจารณาแล้วเห็นว่า การจะเรียกเก็บค่าบริการจากผู้โดยสารเป็นผู้ใช้บริการระบบ CUPPS อีกทั้งค่าบริการดังกล่าวเป็นค่าบริการที่เกี่ยวกับการบิน (Aeronautical charges)
ดังนั้นเห็นว่า ทอท.ควรนำค่าบริการ CUPPS มาคำนวณรวมเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งของค่า PSC ตามมาตรา 56 (1) แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศฯ เพื่อให้ถูกต้องตามประเภทของค่าบริการและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในบริการต่างๆ ที่สนามบินจัดทำขึ้น
ทั้งนี้เพื่อเรียกเก็บค่าบริการจากผู้โดยสาร และประโยชน์ของผู้โดยสาร ใช้ในวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบิน สำหรับผู้โดยสารตามความในมาตรา 60/37 ซึ่งเป็นเจตนารมณ์สำคัญในการที่ผู้ดำเนินงานสนามบินอนุญาตที่ให้บริการแก่สาธารณะสามารถเรียกเก็บค่า PSC ได้ โดยอัตราค่า PSC ที่ปรับเพิ่มดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้ว
สำหรับรายได้จากการจัดเก็บค่า PSC นั้น กฎหมายได้กำหนดให้ผู้บริหารท่าอากาศยานนำไปใช้ในการพัฒนาท่าอากาศยาน จัดหาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และการบำรุงรักษาด้านความปลอดภัยท่าอากาศยานให้เป็นไปตามมาตรฐานของท่าอากาศยานในระดับสากล รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในท่าอากาศยานทุกแห่ง ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อผู้โดยสารให้ได้รับความปลอดภัย และความสะดวกสบายจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จัดไว้รองรับ