ขณะเดียวกันทอท.กำลังพิจารณามาตรการจูงใจสายการบิน เช่น ส่วนลดบริการกราวด์เซอร์วิส ค่าใช้จ่ายค่าเช่าออฟฟิศและค่าใช้สะพานเทียบ โดยจะพิจารณาเสร็จพร้อมเสนอคณะกรรมการ ทอท.ภายใน 1 เดือนหลังจากนี้
ส่วนปริมาณผู้โดยสาร 6 ท่าอากาศยาน ทอท.ปัจจุบันผู้โดยสารระหว่างประเทศฟื้นตัวในระดับ 70% โดยส่วนใหญ่เป็นตลาดยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง ส่วนจีนยังฟื้นตัวน้อย
ขณะที่ผู้โดยสารในประเทศตอนนี้ฟื้นตัว 100% ซึ่ง ทอท.ประเมินว่าปีงบประมาณ 2566 จะมีผู้โดยสารรวม 6 ท่าอากาศยาน 100 ล้านคน และเพิ่มในปี 2567 อยู่ที่ 150 ล้านคน สูงกว่าช่วงก่อนโควิดที่มี 142 ล้านคน โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดว่าปีงบ 2566 จะมีผู้โดยสาร 40 ล้านคน และปีงบประมาณ 2567 ขยายตัวไป 60 ล้านคน กลับมาเทียบเท่าปี 2562
ด้านปริมาณผู้โดยสารจะสูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เพราะการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก และ ทอท.ลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานต่างๆ โดยเฉพาะสุวรรณภูมิที่เตรียมเปิดรันเวย์ 3 และอาคาร SAT-1 ที่จะเพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสาร รวมถึงมีหลุมจอดรองรับอากาศยานเพิ่มอีก 28 หลุมจอด ดังนั้นเมื่อขีดความสามารถเพิ่มขึ้นจะรองรับดีมานด์ผู้โดยสารได้มากขึ้น
ส่วนนโยบายวีซ่าฟรี จะจูงใจนักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมากขึ้น โดยช่วง 5 เดือนของการใช้มาตรการระหว่าง 25 ก.ย.66-29 ก.พ.67 คาดว่าผู้โดยสารจีนเพิ่มสูงถึง 5 ล้านคน จากเดิม ทอท. ประเมินว่ามีปริมาณ 2.4 ล้านคน ซึ่งถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่าตัว
โดยเริ่มเห็นสัญญาณการเดินทางแล้ว จากปริมาณเที่ยวบินจีนในเดือน ส.ค.-ก.ย.2566 มีจำนวน 100-200 เที่ยวบินต่อเดือน ขณะที่เดือน ต.ค.2566 คาดว่ามี 300 เที่ยวบินต่อเดือน เช่นเดียวกับผู้โดยสารเดือน ส.ค.-ก.ย.2566 มีจำนวน 3.5 แสนคนต่อเดือน ขณะที่เดือน ต.ค.2566 คาดว่าจะมี 6.2 แสนคนต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ทอท.มีแผนลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะมีการประมูลระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าส่วนอาคาร SAT-1 เพราะปัจจุบันมีเฉพาะระบบของบริการขาออก แต่ขาเข้ายังเป็นการลำเลียงกระเป๋าด้วยรถลาก
ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ ทอท.จึงได้มีการศึกษาระบบสายพานเพิ่มเติม เพื่อให้บริการในรูปแบบอุโมงค์ทางลอดติดอุโมงค์รถไฟฟ้าไร้คนขับ APM ซึ่งจะใช้งบประมาณพัฒนาระบบสายพานกระเป๋าขาเข้า 3,700 ล้านบาท โดยจะเปิดประมูลต้นปี 67 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี รวมทั้งคาดว่าจะมีการเปิดให้บริการได้ปี 69
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยกำลังหารือ ทอท.เพื่อพิจารณาการใช้พื้นที่อาคาร SAT-1 เนื่องจากการบินไทยต้องประเมินว่าการเพิ่มพื้นที่บริการอีกอาคารนั้น จะทำให้การบินไทยต้องเพิ่มต้นทุนบริหารจัดการเท่าไหร่ คุ้มค่าหรือไม่ เพราะจะต้องมีต้นทุนเพิ่ม อาทิ ต้นทุนค่าเช่าที่จอดรถและอุปกรณ์
รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ทั้งอาคารผู้โดยสารหลัก (Main Terminal) และไปให้บริการที่ SAT-1 ซึ่งต้องรอประเมินความพร้อมบริการอาคารดังกล่าว และหลุมจอดทั้ง 28 หลุมจอดว่ามีความพร้อมเพียงใด คาดว่าได้ข้อสรุปภายในปีนี้