สศก. ศึกษาแนวทางพัฒนาสินค้ามันสำปะหลัง รับอุตสาหกรรมชีวภาพในพื้นที่ NeEC
11 ก.ย. 2566 | titayu_pur

สศก. ศึกษาแนวทางการพัฒนาสินค้ามันสำปะหลัง รองรับอุตสาหกรรมชีวภาพใน "พื้นที่ NeEC" ผลักดันการผลิตให้เพียงพอ ต่อการใช้งานในประเทศ และการส่งออก
Business thai
11 ก.ย. 2566 | titayu_pur

สศก. ศึกษาแนวทางการพัฒนาสินค้ามันสำปะหลัง รองรับอุตสาหกรรมชีวภาพใน "พื้นที่ NeEC" ผลักดันการผลิตให้เพียงพอ ต่อการใช้งานในประเทศ และการส่งออก
11 กันยายน 2566 นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากแผนการพัฒนา พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ได้วางกรอบแนวทางการพัฒนา โดยมีเป้าหมายสำคัญ ในการพัฒนา พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor : NeEC) ให้เป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพ แห่งใหม่ของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดห่วงโซ่การผลิต เชื่อมโยงการเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพ
ซึ่งการดำเนินแผนดังกล่าว ต้องมีการวางแผน การบริหารจัดการวัตถุดิบ ให้เพียงพอ มีต้นทุนต่ำ มีตลาดและอุตสาหกรรมรองรับที่ชัดเจน รวมถึงมีการสนับสนุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบ โลจิสติกส์ และการลดต้นทุนด้านพลังงาน
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ สามารถประกอบกิจการ ได้อย่างมีศักยภาพ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมชีวภาพในพื้นที่ สศก. ในฐานะหน่วยงานหลัก ในการเสนอแนะนโยบาย จัดทำแผนพัฒนาและมาตรการทางการเกษตร
จึงได้มีการศึกษา “ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาสินค้ามันสำปะหลัง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมชีวภาพในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor : NeEC)” โดยรวบรวม ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูล เกี่ยวกับสถานการณ์การผลิต การตลาด ที่เกี่ยวข้องกับสินค้ามันสำปะหลัง ใน พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และหนองคาย
โดยในช่วงเดือน ม.ค. และ มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครรราชสีมา เพื่อสำรวจผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และสถาบันการศึกษา ได้แก่ บริษัท พูลอุดม จำกัด บริษัท อัพเวนเจอร์ จำกัด , บริษัท เยนเนรัล สตาร์ช จำกัด , บริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด และโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบ การจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาสินค้า มันสำปะหลัง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมชีวภาพ ในพื้นที่ NeEC
เบื้องต้น จากการเก็บรวบรวมข้อมูล ด้านการผลิต พบว่า ผลผลิตมันสำปะหลัง ภายในประเทศ ปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยในปี 2564/2565 ประเทศไทย ผลิตหัวมันสดได้ 35 ล้านตัน แต่มีความต้องการใช้หัวมันสด มากถึง 46.57 ล้านตัน
ดังนั้น การส่งเสริมการผลิต มันสำปะหลัง จึงควรเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และลดต้นทุนการผลิต ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการ กระบวนการผลิตทั้งหมด โดยการส่งเสริมองค์ความรู้ ในการเพาะปลูก เช่น การปรับปรุงและเตรียมดิน การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การใช้สารชีวภัณฑ์ การใช้เปลือกดินมันสำปะหลัง เพื่อนำไปปรับปรุงบำรุงดิน การวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ให้ผลผลิตสูง และต้านทานโรค เป็นต้น
รวมถึงควรควบคุมคุณภาพ ของเปอร์เซ็นต์แป้ง และสิ่งเจือปน ที่มากับมันสำปะหลัง เพื่อพัฒนาให้สินค้า มีคุณภาพมาตรฐานยิ่งขึ้น เพื่อลดการนำเข้ามันสำปะหลัง จากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนโอกาส ในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง กับมันสำปะหลังของประเทศได้
ด้านการแปรรูป มันสำปะหลัง สามารถนำไปแปรรูปได้ หลายผลิตภัณฑ์ โดยอุตสาหกรรมแปรรูปมันสำปะหลัง ส่วนใหญ่ของไทย เป็นการแปรรูปขั้นต้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นมันเส้น มันอัดเม็ด เอทานอล แป้งมันสำปะหลัง แป้งดัดแปลง
ดังนั้น จึงควรส่งเสริม ให้มีการพัฒนาต่อยอดที่หลากหลาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ เพื่อผลิตเป็นถุงมือทางการแพทย์ ยา หลอดฉีดยา ที่สามารถย่อยสลาย และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมถึงการผลักดัน ให้ผลิตภัณฑ์เอทานอลของไทย สามารถแปรรูป และจำหน่าย ได้อย่างหลากหลาย จะช่วยเพิ่มความสามารถในแข่งขัน ของห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ และส่งเสริมให้เกิดการต่อยอด ไปสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ
ด้านการตลาด มีความต้องการผลผลิตมันสำปะหลัง เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม ต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้น เช่น อาหารสำหรับบริโภค เอทานอล และอาหารสัตว์ โดยเฉพาะตลาดส่งออกหลัก คือ จีน ทำให้ราคาส่งออกทั้งมันเส้น มันอัดเม็ด และแป้งมันสำปะหลัง ปรับตัวเพิ่มขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ผลผลิตที่ได้ยังไม่สอดคล้อง กับความต้องการของตลาด ดังนั้น จึงควรพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน ให้ตรงตามความต้องการของตลาด และเพิ่มช่องทางการตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาเพียงตลาดเดียว
“การจัดทำข้อเสนอแนวทาง การพัฒนาสินค้ามันสำปะหลัง จะเป็นการเชื่อมโยงและรองรับ การพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ ในพื้นที่ NeEC ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป โดยขณะนี้ สศก. อยู่ระหว่างการประมวลผล และวิเคราะห์ผลการศึกษาดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม เพี่อนำมาประกอบ การกำหนดนโยบาย มาตรการต่าง ๆ รวมทั้งเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนา ต่อยอด วางแผนการผลิต และการตลาด ให้กับเกษตรกรต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจ ผลการศึกษาดังกล่าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ โทร. 0 2940 7216