สำหรับการประชุมคณะมนตรี APTERR จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ของสำนักเลขานุการ APTERR รับทราบแผนงานการดำเนินงานและงบประมาณสำหรับปี 2566 รวมถึงรายงานสถานะทางการเงินของกองทุน APTERR ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือแนวทางการยกระดับการดำเนินงาน APTERR ให้เป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายสินค้าอาหารอื่น (ข้าวสาลี) เพื่อสำรองนอกจากข้าว และการเพิ่มจำนวนสมาชิก APTERR นอกเหนือจาก ASEAN+3 รวมถึงข้อเสนอที่จะรวม AFSIS เข้ากับ APTERR
โอกาสนี้ รองเลขาธิการ สศก. ในฐานะประธานร่วมของการประชุมฯ ได้เน้นย้ำกับประเทศสมาชิกว่า การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญ และเป็นการพบกันครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากโควิด-19 และยังคงเป็นปีที่ประเทศสมาชิกต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งความไม่แน่นอนของความมั่นคงทางอาหารรวมถึง ภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา APTERR มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความมั่นคงอาหารในภูมิภาค และได้รับการกล่าวถึงในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลกว่าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญสำหรับการช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19