เนชั่นทีวี

Business thai

"ไทยพาณิชย์" คว้าแชมป์ธนาคารแห่งปี 2566 หลังสร้างผลกำไรสูงสุดอันดับ 1

19 เม.ย. 2566

"ไทยพาณิชย์" คว้าแชมป์ธนาคารแห่งปี 2566 หลังสร้างผลกำไรสูงสุดอันดับ 1

ธนาคารไทยพาณิชย์ คว้าแชมป์ ธนาคารแห่งปี 2566 จากการจัดอันดับของ วารสารการเงินธนาคาร โดยมีผลกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในระบบธนาคารพาณิชย์ พร้อมเปิดแผนธุรกิจปี 66 เน้นปรับปรุงบริการ สู่ระบบดิจิทัลครบวงจร สร้างความสมดุลพอร์ตสินเชื่ออย่างมั่นคง

วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนเมษายน 2566 ประกาศผลการจัดอันดับ ธนาคารแห่งปี 2566  Bank of the Year 2023 โดยใช้ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ 12 แห่ง ในรอบปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2565 มาพิจารณาจัดอันดับ ปรากฏว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ครองแชมป์ธนาคารแห่งปี 2566 

โดยในปี 2565 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 53,626.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,231.32 ล้านบาท 51.51% และมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 15.95 บาท สูงเป็นอันดับ 1 ของระบบธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นผลจากความสามารถ ในการทำกำไรของธุรกิจที่ดีขึ้นจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และ กำไรจากการขายบริษัทย่อย และ การโอนธุรกิจตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม SCBX การตั้งสำรองที่ลดลง และ การบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

"ไทยพาณิชย์" คว้าแชมป์ธนาคารแห่งปี 2566 หลังสร้างผลกำไรสูงสุดอันดับ 1

โดยธนาคารไทยพาณิชย์ มีความมุ่งมั่นสู่การเป็น “ธนาคารที่ดีขึ้น” (To Be A Better Bank) อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดพันธกิจในการเป็น ดิจิทัลแบงก์ที่เป็นอันดับหนึ่งด้านการบริหารความมั่งคั่ง พร้อมมอบประสบการณ์การให้บริการที่เชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อในทุกช่องทาง และ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุล ของพอร์ตสินเชื่อเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

"ไทยพาณิชย์" คว้าแชมป์ธนาคารแห่งปี 2566 หลังสร้างผลกำไรสูงสุดอันดับ 1

โดยธุรกิจของธนาคารจะมุ่งเน้น ไปที่ธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน ซึ่งได้วางเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่ออย่างค่อยเป็นค่อยไป และ บริหารอัตราผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง ให้น้ำหนักกับลูกค้ากลุ่มที่มีคุณภาพสูง เพื่อพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ย ในตลาดการเงินมีทิศทางปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่อาจผันผวน พร้อมด้วยการดำเนินงาน ที่ให้ความสำคัญกับนโยบาย ความยั่งยืนทั้งการให้บริการลูกค้า และ การบริหารงานภายใน

ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้กำหนดแผนธุรกิจปี 2566 เพื่อเป็นธนาคารที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1.ปรับกระบวนการให้เป็นดิจิทัลอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและเสถียรภาพของการดำเนินงาน โดยใช้กลยุทธ์สร้างผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัล ทั้งในช่องทางดิจิทัลและทุกช่องทางให้บริการลูกค้า โดยตั้งเป้าปริมาณธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลให้มีสัดส่วน 90% ของปริมาณธุรกรรมทั้งหมด

2.สร้างความเข้มแข็งให้กับบริการด้านการบริหารความมั่งคั่งแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อเสนอบริการด้านการบริหารความมั่งคั่งอย่างครบวงจร โดยใช้กลยุทธ์สามมิติ ได้แก่

ประการแรก เสนอบริการแบบองค์รวมที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ

ประการที่สอง พัฒนาคุณภาพการให้บริการที่ปรึกษาด้านการเงิน โดยยกระดับทักษะของผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า และขยายศักยภาพของการใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลในการให้คำปรึกษา

ประการสุดท้าย การมีพันธมิตรที่หลากหลายจะสนับสนุนให้ธนาคารสามารถให้บริการด้านการบริหารความมั่งคั่งอย่างครอบคลุมและครบถ้วน

3.สร้างสมดุลของพอร์ตการให้สินเชื่อ และ การบริหารอัตราผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง โดยเน้นการสร้างผลตอบแทนที่ดี  การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินการอย่างเหมาะสม โดยตั้งเป้าที่จะรักษาอัตราส่วน ค่าใช้จ่ายต่อรายได้ให้ไม่เกิน 40% รวมทั้งให้น้ำหนักกับลูกค้ากลุ่มที่มีคุณภาพสูง เพื่อพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีทิศทางสูงขึ้น

4.ให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืน โดยธนาคารมีเป้าหมายในการมีบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืน สนับสนุนการปรับตัวไปสู่การปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ของกลุ่มลูกค้าผ่านการให้สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม และโซลูชั่นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยกระดับการดำเนินงานด้านต่างๆ ของธนาคารให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ระดับสากล โดยกำหนดเป้าหมายผลักดันสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) เพิ่มอีก 1 แสนล้านบาทในช่วงปี 2566-2568

"ไทยพาณิชย์" คว้าแชมป์ธนาคารแห่งปี 2566 หลังสร้างผลกำไรสูงสุดอันดับ 1