ตามไทม์ไลน์ของแลนด์บริดจ์ประมาณ 10 ปีขึ้น ในฐานะเอกชนเรารู้และคุ้นเคยว่าเดตไลน์ของประเทศไทยมักจะเลื่อนเสมอสำหรับโครงการใหญ่ ๆ ที่เรามองจริง ๆ คือ ระยะเวลาอีกประมาณซัก 6 เดือนถึง 3-4 ปีข้างหน้า สิ่งนี้คือสิ่งที่จับต้องได้ ไม่ได้มองไกลถึงระดับ 5-8 ปี และยิ่งผู้บริหารสายเดินเรือระดับโลกทั้งหลายก่อนหน้าที่จะเกิดโควิดทุกคนตระหนักดีว่า วงจรธุรกิจจะไม่ยาวระดับ 10 ปี อีกต่อไป และแผนจะต้องปรับเปลี่ยนทุก 2-3 ปี
ดังนั้น commitment (ความมุ่งมั่น) ระยะยาว 15-20 ปี จะต้องเป็นแผนธุรกิจหรือแผนปฏิบัติการที่ต้องใช้จริงและมีความเสี่ยงน้อย แต่ในกรณีที่เกิดความรุนแรงมีการเปลี่ยนแปลงทั้งจากเรื่องของสงคราม เรื่องน้ำแห้งอย่างกรณีของคลองปานามาที่กำลังเผชิญในขณะนี้ แผนเหล่านี้ต้องทนกระสุนปืนได้ และทำงานได้จริง
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่าภายในปี 2040 การค้าการขนส่งเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโลกจะเกิดขึ้นในเอเชียแปซิฟิกและอาเซียน (ไม่รวมอินเดีย) ตามการบริโภคและการผลิตสินค้า โจทย์ของแลนด์บริดจ์ คือปริมาณการขนส่งสินค้าจะค่อย ๆ ลดลง สะท้อนจากเรือที่ใหญ่ขึ้น จึงต้องติดตามว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าตัวเลขจะลดลงไปอีกเท่าไร และความคุ้มที่จะวิ่งอ้อมช่องแคบมะละกา หรือใช้บริการแลนด์บริดจ์ในการถ่ายสินค้าในอนาคตจะเป็นอย่างไร