รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ttb analytics นริศ สถาผลเดชา ระบุ บริบทหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นมาโดยตลอดก็เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายการคลังเช่นกัน โดยแม้หนี้สาธารณะคงค้างของไทยยังต่ำกว่ากรอบเพดานหนี้สาธารณะ หรืออยู่ที่ 61.7% ต่อจีดีพีในเดือนกรกฎาคม แต่การขาดดุลการคลังต่อเนื่องมาตลอดหลายสิบปี จากโครงสร้างการจัดเก็บรายได้ที่ค่อนข้างต่ำ สวนทางกับภาระรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด ส่งผลให้รัฐจะต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเป็นประจำราว 3-5% ของจีดีพี และดันให้ยอดหนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มขึ้นปีละ 6-8% ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง จะทำให้หนี้สาธารณะไทยเสี่ยงแตะกรอบเพดานหนี้ที่ 70% ต่อจีดีพีภายในปี 2570 ซึ่งภาระการคลังจะเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีข้อจำกัดในการออกมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ มากขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ หากรัฐบาลใช้จ่ายในระดับที่สูงจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ได้ประกาศออกมา เช่น มาตรการกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท หากสามารถทำได้จริงประเมินได้ว่าจะเพิ่มจีดีพีได้ประมาณ 0.5% ในปีหน้า แต่จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และเป็นข้อจำกัดทางการคลังในอนาคต คาดการณ์ว่าหากเงินที่นำมาใช้มาตรการเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท มาจากเงินกู้จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 65% GDP จากปัจจุบันที่ 61.7% และจะทำให้ชนเพดานที่ 70% ในช่วง 2-3 ปี