การเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เป็นการเลือกตั้งที่พรรคการเมืองแข่งขันนโยบายกันอย่างเข้มข้น นโยบายที่ออกมายังคงเป็นนโยบายประชานิยม เช่น การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ การเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการจ่ายเงินให้ประชาชนในรูปแบบต่างๆ อย่างกระเป๋าเงินดิจิทัล ของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้จ่ายในรัศมี 4 กิโลเมตร ภายในระยะเวลา 6 เดือน มีผู้ที่เข้าข่ายได้รับเงิน 55 ล้านคน รวมเป็นวงเงินกว่า 5.5 แสนล้านบาท
ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชน บอกว่า นโยบายที่พรรคการเมืองประกาศออกมายังไม่ชัดเจนว่าแหล่งเงินที่จะนำมาใช้มาจากไหน และจะทำได้จริงหรือไม่ เป็นห่วงว่างบประมาณมากกว่า 5 แสนล้านบาท ที่จะนำมาแจกอาจเป็นการก่อหนี้ให้กับประชาชนในอนาคต เพราะรัฐบาลอาจต้องใช้วิธีกู้เงินมาใช้จ่าย ทั้งนี้ มองว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่เพียงการแจกเงิน แต่ควรเป็นนโยบายสร้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชนมีงานทำ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตในระยะยาว
ด้านนักเศรษฐศาสตร์ สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ มองว่า นโยบายแจกเงิน 10,000 บาท หากได้ทำจริง มีข้อเสียคือการเพิ่มภาระงบประมาณ และซ้ำเติมหนี้สิน ส่วนข้อดีคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่แล้ว และยังมีเงินจากช่วงเลือกตั้งหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น นโยบายนี้จึงเป็นเรื่องหาเสียงมากกว่า