ส่วนหลักทรัพย์มูลค่าประมาณ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ จะยังคงอยู่ภายในมาตรการพิทักษ์ทรัพย์ ขณะเดียวกัน FDIC จะได้รับสิทธิในมูลค่าเพิ่มของหุ้นเฟิร์สต์ ซิติเซนส์ ในวงเงินไม่เกิน 500 ล้านดอลลาร์
เบื้องต้นคาดว่า ต้นทุนการล้มละลายของเอสวีบีที่ FDIC ต้องแบกรับไว้มีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยต้นทุนที่แท้จริงจะได้รับการประเมินอีกครั้งเมื่อมาตรการพิทักษ์ทรัพย์สิ้นสุดลง
สำหรับเฟิร์สต์ ซิติเซนส์มีสินทรัพย์ประมาณ 1.09 แสนล้านดอลลาร์ และมีเงินฝากประมาณ 8.94 หมื่นล้านดอลลาร์
ด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารยูบีเอส ราล์ฟ แฮมเมอร์ส ระบุ การเข้าซื้อกิจการของเครดิต สวิส ถือเป็นโอกาสในการขยายตัว แม้ว่าธนาคารไม่ได้เป็นฝ่ายเรียกร้องให้เกิดการทำธุรกรรมดังกล่าว แต่มีความพร้อมและมองว่าเป็นโอกาสในการเร่งการขยายตัวของทางธนาคาร เราไม่ได้ซื้อเครดิต สวิสเพียงเพื่อจะปิดลงในภายหลัง