ดังนั้นพรรคใหญ่ตอนนี้ทยอยเปิดตัวคนการเมืองกันเเล้ว เพื่อสร้างเเรงต่อรองเเละโอกาสในการชนะเลือกตั้ง หากเป็นเช่นนี้รอเพียงกติกาบางเรื่อง ( พื้นที่เลือกตั้งที่งอก 50 เขต,จำนวนประชากรที่มีสิทธิลงคะเเนนจากกระทรวงมหาดไทย , รอกกต.เคาะงบหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร ส.ส.เเละพรรค
ยามนี้พรรคเเกนนำรัฐบาลคือ"พลังประชารัฐ"ที่หลายคนมองว่าเเพจ่อเเตกเพราะหลายมุ้งย้ายบ้านจน"ลุงป้อม"ออกมาเหน็บพรรคสีน้ำเงินในการดูดส.ส.ไปเเล้ว เเต่เมื่อ"พปชร." เปิดตัว"นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" จากพรรคสร้างอนาคตไทย เเละยังมี"อันวาร์ สาเเระ"จากประชาธิปัตย์ รวมทั้ง"อนุมัติ ซูสารอ" อดีตส.ว.มาช่วยลุยปักษ์ใต้ให้"พล.อ.ประวิตร"นั้น ราคาพปชร. ที่ร่วงไประดับหนึ่งก็ขยับเพดานได้บ้าง
เเม้"พล.อ.ประวิตร" จะได้คนไหลเข้ามาไม่เท่ากับสิ่งที่เสียไป(บางมุ้งย้ายตาม"ลุงตู่")ก็ตาม แต่ขณะเดียวกันอย่ามองข้ามความปั่นป่วนในพปชร.ยังมีคลื่นใต้น้ำที่รอปะทุได้เนืองๆ หลายคนมองว่า"มิ่งขวัญ เเสงสุวรรณ์" จะไปต่อหรือจอดป้ายหน้าเมื่อใดบนสนามการเมืองในสีเสื้อพปชร.
นอกจากนี้ ยังต้องลุ้นลีลาของ"ป.ที่สี่" เเละ"ป.ที่ห้า" ซึ่งขยับมาเเถวหน้าเเทน"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" เเละ"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา"นั้น จะเดินหมากเช่นใดให้อำนาจ ,เเต้มต่อยังมีในมือ
เมื่อฝ่ายหนึ่งได้ อีกฝ่ายย่อมเสีย หากไล่ปรากฏการณ์ของ"นิพิฏฐ์"นั้นพบว่า พรรคของ"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" นั้นราคาไม่ขยับเลย บวกกับกระเเสควบรวมพรรคกับ "พรรคไทยสร้างไทย" ของ"คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ส่อเป็นหมันเกินร้อยละ 99 เพราะดีลไม่ลงตัวกับตำเเหน่งเเห่งหนของเเกนนำสองพรรค
เหตุนี้ทำให้"นิพิฏฐ์"กล่าวอ้างย้ายออกเเถมเเว่วว่าขุนพลพรรคของสมคิดหลายคนจ่อเดินตาม"นิพิฏฐ์" บางรายจะไป"พรรคสีน้ำเงิน"ที่กำลังรุกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอีสาน ภาคใต้ ภาคกลางเพราะเป็นพื้นที่พรรคสีนำ้เงินจ่อคว้าคนการเมืองเบอร์ต้นๆมาเสริมทัพ(ปัจจัยการย้ายขั้วนั้นหากอยากรู้เชิงลึกคงต้องสอบถามครูใหญ่ของพรรคสีน้ำเงินเอาเอง)
เมื่อกล่าวถึง"นิพิฏฐ์" คงต้องเจาะไปยังอดีตต้นสังกัดของเจ้าตัวด้วยความจริงตอนนี้เเทบทุกคนประเมินเเล้วโอกาสเเจ้งเกิดของพรรค"สร้างอนาคตไทย"ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากกระเเสไม่ขึ้นล่าสุดมีกระเเสข่าวว่าพรรคของ"สมคิด"อาจจะไปรวมกับ"พรรคชาติพัฒนากล้า" เเพลมออกมาเเล้ว เเละเเกนนำบางคนจ่อเว้นวรรค บางคนมองว่าหนึ่งในนั้นอาจเป็นสมคิด หากเป็นจริงขึ้นมา ถามว่าราคาของเเกนนำ"พรรคสร้างอนาคตไทย"จะมีเเต้มต่อเช่นใด คำตอบนี้คงไม่ยากที่จะประเมิน?!?!
ส่วนพรรคที่ราคาหุ้นในตอนนี้ทะลุเป้าคือ"พรรคภูมิใจไทย"กลายเป็นเเม่เหล็กที่จ่อเปิดตัวส.ส.ตามกระเเสข่าวกว่า 37 คนเเละรอดีลอีกไม่ต่ำกว่าห้าคนในวันที่ 16 ธันวาคม ดังนั้นตัวเลขประเมิน 120 ส.ส.ในงวดหน้านั้นอาจมีลุ้นเเต่ที่เเน่ๆพรรคสีนำ้เงินน่าจะมีส.ส.ขั้นต่ำ 60-80 คน กับการเลือกตั้งในคราวนี้เเละจะเป็นตัวเเปรหลักไปทันที
เเต่ศึกที่ต้องปะทะเเน่ๆคือภาคใต้กับพรรคสีฟ้าเเละพปชร.
แวดวงการเมืองจับตา"พรรครวมไทยสร้างชาติ"เเละ"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ที่ชัดเเล้วว่ามายืนกับพรรคนี้เเต่"ลุงตู่"ยังกั๊กว่าตอนได้เป็นสร.1 เพราะพรรคพลังประชารัฐหนุน พร้อมกับขอให้สังคมรอคำตอบว่าจะรับเทียบเชิญของพรรคใดในการคัมเเบ็กไทยคู่ฟ้าครั้งที่สามกับเวลาทำงานสองปีบนตำเเหน่งหัวหน้ารัฐบาล
เหตุเพราะกระเเสนิยมของ"ลุงตู่"ยังพอไปได้ในภาคใต้พื้นที่ความหวังของพรรคน้องใหม่ซึ่งกำลังระดมคนอกหักจากพรรคสีฟ้ามาร่วมทีม ยังต้องชิงดำกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคสีน้ำเงินในหลายเขต
อีกประการหนึ่งนั้น "พรรครวมไทยฯ" ควรรับสภาพด้วยว่าภาคอื่นๆนั้นพรรครวมไทยฯยังตีกระเเสไม่ขึ้นเเละน่าจะเหนื่อยหากต้องเเตะตัวเลข25ส.ส.ในขั้นเเรกหากจะให้เเคนดิเดต สร.1ของพรรคได้สิทธิเข้าไปโหวต
หันมองตัวเต็งอย่าง"พรรคเพื่อไทย"กับเเคมเปญหาเสียงเมื่อไม่กี่วันก่อนของ"พรรคเพื่อไทย"ที่เปิด 10 นโยบายมาเรียกกระเเสได้ทั่วเมืองกับวาระเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาทเเละค่าเเรง 600 บาทที่จะดำเนินการในสี่ปีข้างหน้า หากได้ชัยชนะเลือกตั้ง
แคมเปญประชานิยม ทำให้กระแสสังคมออกมาวิพากษ์วิจารณ์มีทั้งเห็นด้วยเเละค้านสุดตัว เเต่เมื่อเป็นนโยบายที่ต้องเเสดงที่มาที่ไปของบเเละความเป็นไปได้"พรรคเพื่อไทย"คงเช็กโอกาสเเล้วจึงปล่อยของออกมาเช่นนี้เเละติดลมบนทันที บวกกับการทยอยเเนะนำว่าที่ผู้สมัครส.ส.เพื่อทดเเทนการไหลออกเป็นระยะ เเละ"บิ๊กเนม",คนคุ้นเคยที่ต้องย้ายพรรคในงวดก่อนจ่อกลับรังเก่าหลายคนตรงนึ้ก็ปั่นราคาได้เยอะ เเม้ในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นของเเสลงกับพรรคเพื่อไทยหากเช็กผลโพลล์หลายสำนักจะพบว่ากระเเส"เพื่อไทย"เเละ"เเพรทองธาร ชินวัตร"ไม่ได้หมดลุ้นไปเสียหน่อย...
ส่วน"พรรคก้าวไกล"ที่ทยอยปล่อยเเคมเปญมาเลี้ยงกระเเสเเฟนคลับ ความฮือฮาอาจสู้เเคมเปญของ"เพื่อไทย"ชนิดเหนื่อยหนัก บวกกับการส่งคนรุ่นใหม่เเละเเกนนำม็อบสามนิ้วสวมเสื้อพรรคลงเเข่งขันนั้น เเม้กระเเสพรรค,บุคคลในโพลล์ยังเกาะติดอันดับต้นๆ เเต่พันธมิตรของพรรคสีส้มเวอร์ชั่นสองน่าจะน้อยเพราะเเนวทางเเก้กติกาที่พาดพิงสถาบันนั้น ความจริงพบว่าหลายพรรคส่ายหน้าไม่เอาด้วย
จึงเริ่มเห็นท่าทีแปลกๆผ่านหัวหน้าพรรค "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ " เริ่มออกมาสนับสนุนแนวทางของพรรคเพื่อไทย อย่างกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกนโยบายขึ้นค่าแรง 600 บาท พร้อมกับชงคำหวาน ก้าวไกลมีสายสัมพันธ์ดี กับเพื่อไทยมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต
นี่ก็เป็นอีกสัญญาณของ"พรรคก้าวไกล" เริ่มคิดทบทวนตัวเองอย่างหนัก ว่า จะเดินนโยบายสุดขั้วปฏิรูปสถาบันต่อไปอย่างนี้หรือไม่ เพราะถ้ายังกระเหี้ยนกระหือรือออกแบบนโนบายสุดขั้วแข็งกร้าว ผลลัพธ์ที่จะออกมาในอนาคตก็ไม่ต่างกับอาการของ"พัดลมยังส่ายหน้าเลย" แต่ถ้าปรับนโยบายของพรรคให้ผ่อนคลาย "เพื่อไทย"ก็อาจจะเปิดประตูต้อนรับในการจับขั้วเป็นรัฐบาลในอนาคต (หากเพื่อไทยได้รับเสียงมากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล)
ทั้งหลายทั้งปวง นับจากนี้รอลุ้นรายวันว่าใครย้ายไปไหนกันบ้าง เเละลุ้นว่า"ลุงตู่" จะเเพลมอนาคตบนไทม์ไลน์การเมืองอย่างไร