svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"อุ๊งอิ๊งค์" ควง "โอ๊ค" ลุยเชียงราย "ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด"

เสื้อแดงครอบครัวเพื่อไทย ลั่นแลนด์สไลด์ สนั่นรับ"อุ๊งอิ๊งค์" นำ "ครอบครัวเพื่อไทย"’ จัดกิจกรรม "ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด" ‘ส.ส.-ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.’ ตบเท้าขึ้นเวทีพร้อมหน้า ร่วมกันเดินหน้าคืนชีวิตที่ดีและอนาคตให้ชาวเชียงราย

\"อุ๊งอิ๊งค์\" ควง \"โอ๊ค\" ลุยเชียงราย \"ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด\"

 

7 สิงหาคม 2565 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อาทิ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์  พร้อมด้วยประชาชนที่สวมเสื้อสีแดง “ครอบครัวเพื่อไทย” รอต้อนรับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ เพื่อร่วมงาน "ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด" จ.เชียงราย

 

ทันทีที่ น.ส.แพทองธาร พร้อมคณะเดินทางมาถึง กองเชียร์ครอบครัวเพื่อไทย ได้ส่งเสียง “ครอบครัวเพื่อไทย แลนด์สไลด์’ ดังสนั่นกึกก้อง โดยมีประชาชนร่วมคล้องพวงมาลัยให้กับ น.ส.แพทองธาร

 

จากนั้น น.ส.แพทองธาร พร้อมคณะได้เดินทางไปที่ศูนย์ประชุมท่องเที่ยวและกีฬา นครเชียงราย อ.เมือง จ. เชียงราย เพื่อร่วมปราศรัยในงาน “ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด”

 

สำหรับกิจกรรมบนเวทีได้มีการนำเสนอแนวนโยบายของพรรคเพื่อไทยและทิศทางของครอบครัวเพื่อไทยในก้าวต่อไป พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยในจังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย นายธนรัช จงสุทธานามณี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายมงคลชัย ดวงแสงทอง นางสาวละออง ติยะไพรัช นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ นายอิทธิเดช แก้วหลวง และนายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์

\"อุ๊งอิ๊งค์\" ควง \"โอ๊ค\" ลุยเชียงราย \"ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด\"

จบปัญหา 'ยาเสพติด' ต้องสร้างเศรษฐกิจที่ดี

 

นอกจากนี้ ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย ยังได้แสดงวิสัยทัศน์ การแก้ไขปัญหาและแนวทางการพัฒนาพื้นที่จังหวัดเชียงรายในด้านต่างๆ โดย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย กล่าวว่า วันนี้ยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ลูกหลานเสพยา สร้างปัญหาครอบครัว สร้างปัญหาสังคมมากมาย แต่รัฐบาลประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จนยาเสพติดท่วมประเทศและทั่วโลกหวาดกลัวประเทศไทย ซึ่งก็ได้ทำให้เชียงรายถูกมองเป็นต้นทางของยาเสพติด เพราะรัฐบาลชุดนี้ละทิ้งเรา

 

ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา ช่วยกันเปลี่ยนภาพที่ถูกมองเป็นเมืองยาเสพติดเป็นเมืองเศรษฐกิจ เพราะจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมโยงไปยังจีน ดังนั้นเราจึงเป็นช่องทางการค้าที่สำคัญ เรามีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่และมีเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน มีความพร้อมเปิดรับนักลงทุน เราจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง อีกทั้งเรายังเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ จากวันนี้เราจะร่วมกันทำให้เชียงรายเป็นเมืองเศรฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ได้

\"อุ๊งอิ๊งค์\" ควง \"โอ๊ค\" ลุยเชียงราย \"ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด\"

เชียงราย ความงามแห่งแผ่นดิน ชาติพันธุ์

 

นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย กล่าวต่อ เชียงรายจังหวัดเดียว มีกลุ่มชาติพันธุ์มากถึง 18% จากจำนวนประชากรทั้งหมด และในจำนวณ 130,000 คนนี้ ยังเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะการไม่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่แม้จะเกิดในโรงพยาบาลบนแผ่นดินไทย แต่กลับไม่ได้รับสิทธิใดๆ ทั้งสิทธิในการเลือกตั้ง สิทธิทางการศึกษาหรือสิทธิการเข้าถึงธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งในยุครัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา พี่น้องชาติพันธุ์ต้องใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น เพราะทัศนคติและการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ ที่ไม่มองเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ถ้าการเมืองดี มีผู้นำที่ดีและเข้าใจประชาชน เหมือนในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่มีการสำรวจกลุ่มชาติพันธุ์อย่างจริงจังเพื่อให้สัญชาติไทย หรือในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้สิทธิการรักษาพยาบาลครอบคลุมบุคคลไร้สัญชาติ

 

โครงการดีๆ ในสมัยรัฐบาลทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องจบลงไป เพราะการรัฐประหาร ดังนั้นหากพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลจะผลักดันกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อคืนความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้พี่น้องให้สำเร็จ โดยเสนอ 4 เรื่องดังนี้

1. โครงการ ‘อำเภอสุขใจ’ ต่อยอดการให้บริการประชาชนด้วยใจโดยเปิดโอกาสให้กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เข้ามาทำงานในที่ว่าการอำเภอ สร้างงานสร้างอาชีพและการมีส่วนร่วม

 

2. ผลักดันโฉนดชุมชน ออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินโดยคนในชุมชน เพื่อคนในชุมชนและจัดสรรที่ดินให้คนในชุมชน

 

3.ส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและผลักดันรัฐวิสาหกิจชุมชน เพื่อส่งเสริมการตลาดและเทคโนโลยีเพื่อสร้างอาชีพและ

 

4. ผลักดันกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ และสภาชาติพันธุ์ เข้าถึงสิทธิทรัพยากรและสิทธิในการจัดการตนเองในชุมชน

\"อุ๊งอิ๊งค์\" ควง \"โอ๊ค\" ลุยเชียงราย \"ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด\"

 

เชียงราย แผ่นดินทอง 'การค้าชายแดน' ประตูสู่ตลาดโลก

 

นายอิทธิเดช แก้วหลวง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงราย กล่าวว่า การค้าชายแดนและการเชื่อมโยงกับอนุภูมิภาคเป็นเรื่องสำคัญของเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญการติดต่อด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ในระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง (GMS Economic Corridors) ตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งในอดีตรัฐบาลไทยรักไทยและรัฐบาลเพื่อไทย ที่นำโดยอดีตนายกฯทักษิณและอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้พัฒนาจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านไว้อย่างต่อเนื่องทั้งสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน สะพานมิตรภาพไทย-ลาว การริเริ่มจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมทั้งเสนอโครงการ 2 ล้านล้าน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบ หากทำสำเร็จจะเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจประเทศและพัฒนาสู่ฮับการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ซึ่งเชียงรายจะได้ประโยชน์มหาศาล

 

ตัวเลขการส่งออกที่ ‘ด่านแม่สาย’ ในปี 2564 ยังมีมูลค่าถึง 13,888 ล้านบาท เป็นมูลค่าการส่งออก 12,000 ล้านบาท มูลค่านำเข้าเพียง 1,854 ล้านบาทและเราได้ดุลการค้ากว่า 10,171 ล้านบาท ส่วน ‘ด่านเชียงของ’ และ ‘เชียงแสน’ ปี 2564 มีมูลค่ารวมโดยประมาณ 5,900 ล้านบาท ได้ดุลการค้ารวมกว่า 4,900 ล้านบาท ทั้ง 3 ด่านนี้สร้างดุลการค้า สร้างรายได้ สร้างงาน สร้างเงินให้ประเทศกว่า 15,000 ล้านบาท ยืนยันว่าเชียงรายคือจุดยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญนำเงินเข้าประเทศมหาศาล

 

พร้อมย้ำว่า อยากให้เศรษฐกิจดี ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลสัก 8 ปีสถานการณ์ต่างๆ จะดีกว่านี้นับร้อยเท่า โดย

1.เจรจาเปิดการค้าที่ติดขัดในเชิงนโยบาย พร้อมจัดทำ ‘ยุทธศาสตร์การค้าชายแดน’ เพื่อเชื่อมต่อการค้ากับประเทศในกลุ่มตามกรอบข้อตกลงต่างๆที่ไทยเป็นภาคีสมาชิกและภายใน 3 ปีจะเพิ่มมูลค่าการค้ารวมกันทุกด่านพรมแดนของเชียงราย จาก 5 หมื่นล้านบาท ให้เป็น 1 แสนล้านบาทและเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและค้าผ่านแดนทั่วประเทศ จากปีละ 1.7 ล้านล้านบาท เป็น 3 ล้านล้านบาท

 

2.จัดตั้งหน่วยงานมารับผิดชอบการค้าชายแดนโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการค้าชายแดนอย่างมีเอกภาพ

3. ทำ Mobile Customs and Certifications หรือรับรอง Cerfiticate ของผลิตภัณฑ์เชียงราย โดยรัฐบาลให้กรณีผ่านมาตรฐาน เป็น C3 สร้างมาตรฐานการคัดกรองสินค้าส่งออก ลดความเสี่ยงถูกกักกันสินค้าที่ชายแดนจีน

4.จะผลักดันให้มีการทำ Vat Refund ที่ด่านพรมแดนได้ รวมถึงให้ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้ามาประเทศไทยสามารถทำ Visa on Arrival (VOA) ณ ด่านพรมแดนที่เป็น ‘จุดผ่านแดนถาวร’ รวมทั้ง สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง

5. เร่งรัดจัดทำระบบผังเมืองชายแดน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบขนส่งระหว่างเมืองชายแดน สร้างระบบการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิและระบบขนถ่ายสินค้า สร้างตลาดขายส่งขายปลีกสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ส่งเสริมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์จากวัตถุดิบในท้องถิ่นและสร้างเทอร์มินอลผู้โดยสาร เพื่อเชื่อมต่อระบบเดินทางทั้งทางรถ ทางราง เรือ และทางอากาศ เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว ตลาดส่งออกสินค้าและ”เป็นศูนย์กลางการส่งสินค้าข้ามแดนหลายรูปแบบ”

 

เชียงราย เที่ยวทุกฤดู พร้อมสรรพสายมู-ศิลปะประวัติศาสตร์

 

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงราย กล่าวว่า เชียงรายคือเมืองแห่งประตูการค้าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และด้วยศักยภาพที่มีทำให้เชื่อมั่นว่าเชียงรายต้องเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่อุดมไปด้วย ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และความหลากหลาย ซึ่งไม่เพียงวัดวาอารามแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศิลป์และมีเกจิอาจารย์ชื่อดังที่คนทั่วประเทศเดินทางมาสักการะเท่านั้น แต่การท่องเที่ยวสายมูยังพัฒนามาไกลจนมีการทำ one day trip ไหว้พระธาตุ 9 จอมซึ่งยังต่อยอดได้อีกไกล แล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังระดับโลกมากมาย อาทิ ถ้ำหลวง อำเภอแม่สาย จากภารกิจเสี่ยงตายช่วยเหลือน้องๆ 13 หมูป่า ซึ่งเรื่องราวแห่งความประทับใจนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสู่ถ้ำหลวงวันละนับหมื่นคน รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ยืนยันว่าเชียงรายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ความหลากหลาย วัฒนธรรมที่น่าค้นหาที่เที่ยวได้ทุกฤดู!  ที่สำคัญเชียงรายมีรอยยิ้มและมิตรภาพอันดีที่ประทับใจนักท่องเที่ยวทุกคน

 

3 ปีที่ผ่านมาการบริหารและนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล ซ้ำเติมวิกฤตโควิด ให้หนักขึ้น ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวจำนวนมากเดินต่อไม่ไหวต้องปิดตัวไป จนเชียงรายเกือบกลายเป็นเมืองร้าง กระทบผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ แม้วันนี้จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแล้วแต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น การท่องเที่ยวยังคงซบเซา หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเราจะเราจะผลักแคมเปญ ‘เชียงราย ท่องเที่ยวทุกฤดู’ เราเที่ยวกันได้ทั้งปี โดยหยิบจับสิ่งที่มีอยู่มาปรุงใหม่ให้ออกมาขายได้ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ฟื้นขึ้นมาให้ได้ในระยะสั้น และวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวให้คงอยู่คู่กับเชียงรายได้อย่างยั่งยืน โดย

 

1. ภาครัฐจะต้องกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำสิ่งต่างๆเพื่อพัฒนาจังหวัดได้เพื่อเอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยว

2.ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหรือธรรมชาติ จัดเทศกาลใหญ่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่เพื่อดึงดูดคนทั่วโลก ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองเห็นโอกาสในส่วนนี้ ซึ่งเชียงรายเป็นดินแดนที่ล้ำค่า เป็นแผ่นดินทองที่รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่สามารถสืบสานและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกมากหากได้รัฐบาลประชาชนที่บริหารเป็นเข้ามาทำหน้าที่

 

HUB ภาพยนตร์ เมืองแฝด โอกาสใหญ่ของเชียงราย-เชียงใหม่

 

ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงราย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมองเห็นโอกาสของการพัฒนาวงการภาพยนตร์ไทย ซึ่งพลังของภาพยนตร์ คือ Soft Power ที่จะนำมาซึ่งการฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ สร้างรายได้ที่ดีสำหรับประชาชน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วมากมาย อาทิ ละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่มีอิทธิพลทำให้คน ‘ออเจ้า’ กันทั้งบ้านทั้งเมืองและเกิดกระแสการใส่ชุดย้อนยุคไปตามสถานที่ต่างๆ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือ อิทธิพลจากซีรี่ส์เกาหลีใต้ ที่ทำให้เกิดการบินท่องเที่ยวตรงสู่เกาหลีใต้จำนวนมาก หรือเมื่อ 10 ปีก่อนที่ภาพยนตร์จีน Lost in Thailand มาถ่ายทำในประเทศไทย หลังออกฉายในปี 2555 ทำให้มีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นในทันทีถึง 13% ในเดือนถัดมา และจังหวัดเชียงใหม่กลายเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายสำคัญที่คนจีนต้องไปเยือนเพื่อตามรอยภาพยนตร์

 

พร้อมเสนอให้จัดตั้งเขตพิเศษเศรษฐกิจภาพยนตร์ เมืองแฝด เชียงใหม่-เชียงราย ซึ่งมีต้นทุนความพร้อม ทั้งธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวและกองถ่ายทำ โดยรัฐจะต้องสนับสนุนส่งเสริมในด้านต่างๆ และอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service ลดอุปสรรคยุ่งยากซับซ้อน พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย หากทำได้สำเร็จ ‘เงิน’ จะไม่สะพัดแค่ที่เชียงราย แต่การพัฒนาความรู้ความสามารถและโอกาสจะส่งผลต่อคนทั้งประเทศ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองเห็นโอกาสและพร้อมทำทุกอย่างให้พ่อแม่พี่น้องมีชีวิตที่ดีขึ้น