"เราช้ำจากเหตุการณ์แต่ไม่ได้ทำให้เราท้อถอย ไม่ได้ทำให้เราตัดสินใจว่าฉันเลิกเป็นนักการเมืองเถอะ" ส่วนหนึ่งจากเสียงสะท้อนพลังหญิงจากประชาธิปัตย์ร่วมด้วยช่วยกันทำหน้าที่ตรวจสอบสางปมฉาวร่วมฟื้นฟูศรัทธาประชาชน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

วันนี้รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี โดยวราวิทย์ ฉิมมณี พิธีกรรายการ สัมภาษณ์ แขกรับเชิญ ดร.รัชดา  ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นางสาวศิริภา อินทรวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์

 

กองทัพหญิงฝ่ามรสุมปมฉาวกู้ชีพประชาธิปัตย์ฟื้นฟูศรัทธาประชาชน
 

กองทัพหญิงกู้ชีพ “ประชาธิปัตย์”

 

คุณรัชฎาภรณ์ - เราก็อึดอัดนะถ้าเกิดเหตุอย่างนี้ เพราะว่าพวกเราทุกคนเลยเราก็มีประวัติที่เราทำงานเคลื่อนไหวร่วมกับพวกองค์กรผู้หญิงแล้วก็ทำเรื่องช่วยเหลือกรณีต่างๆ แล้วก็พูดไปเยอะพอเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นในพรรคเราก็เดือดร้อน แล้วเราก็คุยกันว่าเราจะร้องขออะไรดีอันดับแรก เพราะว่าอย่างที่ดิฉันก็บอกว่าประชาธิปัตย์ เราเคยมีมาตรฐานของพรรคอยู่แล้ว รัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่าทุจริตหรือไม่ทุจริตพรรคก็ให้ออกไปก่อน แล้วก็พอตรวจสอบแล้วทุกคนไม่มีใครทุจริตสักคน  กรณีนี้ก็เหมือนกันถ้าว่าถูกกล่าวหาจริงไม่จริงไม่รู้ ต้องออกจากทุกตำแหน่งในพรรคไว้ก่อน ก็เป็นข้อเรียกร้องของเราก็หารือกัน 

 

ดร.รัชดา - ตัวผู้ถูกกล่าวหาเองก็รับรู้ได้ถึงกระแสสังคม พรรคเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย ก็มีการขับเคลื่อนว่าสิ่งที่ดีที่สุด ณ สถานการณ์เวลานั้น คือการที่ให้คุณปริญญ์ลาออกจากทุกตำแหน่ง รวมถึงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วย เพราะฉะนั้นคุณปริญญ์ก็ตัดสินใจลาออกจึงเห็นได้ว่าบ่าย 2 โมงก็แจ้งนักข่าวว่า 15:00 น จะมาแถลง ซึ่งการตัดสินใจว่าจะลาออกก็มีมาตั้งแต่ในช่วงเช้า ถือว่าไม่ได้ช้า  ถ้าเกิดบางท่านอาจจะรู้สึกว่าทำไมไม่ 7:00-8:00 น อันนี้เรื่องส่วนตัวแล้ว เพียงแต่ว่ากระบวนการ มีอยู่แล้วเขาก็จบความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนไปแล้ว 

 

กองทัพหญิงฝ่ามรสุมปมฉาวกู้ชีพประชาธิปัตย์ฟื้นฟูศรัทธาประชาชน

 

วราวิทย์ - ผมสรุปถูกไหมครั ว่านักการเมืองหญิงของประชาธิปัตย์ตื่นตัวกับปัญหานี้มากกว่าผู้ชายในพรรคเอาจริงๆ

 

รัชฎาภรณ์ - เป็นธรรมดาคือถ้าพูดถึงผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้ชายเป็นฝ่ายกระทำ  ผู้หญิงเป็นฝ่ายถูกกระทำ คนถูกกระทำต้องเดือดร้อนแต่ในขณะเดียวกัน ค่านิยมของสังคมทำให้ผู้หญิงเสียหายแล้วต้องเดือดร้อนมากกว่าอยู่แล้ว 

 

 

กองทัพหญิงฝ่ามรสุมปมฉาวกู้ชีพประชาธิปัตย์ฟื้นฟูศรัทธาประชาชน

กู้ศรัทธา…ประชาธิปัตย์

 

คุณศิริภา - เรื่องที่พรรคทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในด้านนโยบายต่างๆ เรายังคงเดินหน้าทำงานกันเหมือนเดิม ก็เดินหน้าเต็มที่ แต่ถามว่าในเมื่อมีเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นแล้ว  เราจะไปยังไงต่อ เราได้เห็นแล้วว่าทางพรรคประชาธิปัตย์เองไม่ได้นิ่งดูดาย ก็ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณปริญญ์เองที่ออกมาลาออกจากทุกตำแหน่งจากพรรค หัวหน้าจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็ลาออกจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับสตรีถึง 2 คณะกรรมการด้วยกัน แล้วออกมาแสดงความเสียใจรวมถึงการแสดงความรับผิดชอบด้านอื่นๆในการตั้งคณะกรรมการ รวมถึงทีมงานที่จะเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อด้วย แต่ถามว่าต่อจากนี้เราจะไปยังไงต่อ มองว่ากรรมการชุดนี้ไม่ได้อยู่เพื่อแก้ปัญหา ณ วันนี้เท่านั้น แต่อยู่เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตแล้วปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศต้องเรียนตามตรงว่าไม่ได้เกิดขึ้นที่พรรคประชาธิปัตย์ที่เดียว มีโอกาสที่จะได้ทุกที่แล้วเป็นปัญหาที่สังคมไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราน่าจะยกระดับให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะชูด้วยในการต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ ที่จะออกมาต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศในทุกๆที่ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานที่โรงเรียนหรือแม้กระทั่งที่บ้านเอง เพราะว่าการล่วงละเมิดทางเพศไม่ได้เป็นการกระทำทางเพศโดยตรง แต่รวมถึงการใช้วาจาการส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมการส่งรูปภาพที่ไม่เหมาะสมแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดก็สามารถเป็นการล่วงละเมิดทางเพศได้แล้ว คิดว่าในเรื่องนี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ทำมาอยู่แล้วตลอด จะกลับมาทำให้ยิ่งเข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมซึ่ง ดร.รัชดา เองก็รับผิดชอบในเรื่องของ Woman swing ที่ขับเคลื่อนในเรื่องนี้อยู่แล้วด้วย

 

กองทัพหญิงฝ่ามรสุมปมฉาวกู้ชีพประชาธิปัตย์ฟื้นฟูศรัทธาประชาชน

 

วราวิทย์ - คุณรัชดาจะทำยังไงดี

 

ดร.รัชดา - ประชาธิปัตย์เป็นนักการเมืองที่มีนโยบายในการดูแลพี่น้องประชาชนในทุกๆด้าน เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องเกษตรสหกรณ์ เรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุขที่ดินทำกิน ปัญหาวันนี้เราก็ต้องแก้ไขแต่มันก็ต้องจบ หน้าที่ของการเป็นพรรคการเมืองสมาชิกพรรคที่เป็นผู้แทนราษฎรทุกวันนี้ก็ลงพื้นที่อย่างหนัก ต้องแยกปัญหาที่กระทบชื่อเสียงต่อศรัทธาของพรรค อะไรที่ทำได้ เราก็รวมพลังกันแล้วแก้ไข ส่วนหน้าที่ของเพื่อนๆที่เป็นส.ส.เขาก็ทำไป

 

นโยบายวันนี้เราก็ลงพื้นที่รับรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชน คนเวลาสภาเปิดเข้าไปหารือเสนอแนวทางกับรัฐบาลในการแก้ปัญหา อะไรที่ต้องแก้ในระยะยาวพวกเราทำการบ้านแล้วก็เตรียมไปพัฒนา ยกร่างนโยบายสู่การนำเสนอสู่การเลือกตั้งในครั้งหน้า

 

วันนี้เป็นปัญหาใช่ค่ะ แต่สิ่งที่เราต้องทำและเป็นความตั้งใจของพวกเราเดินหน้าต่อ พวกเราวันนี้เข้ามาในการเมืองด้วยความตั้งใจว่าอยากจะเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎร เราช้ำจากเหตุการณ์แต่ไม่ได้ทำให้เราท้อถอยไม่ได้ทำให้เราตัดสินใจว่าฉันเลิกเป็นนักการเมืองเถอะคนละเรื่องกัน คาดหวังว่าประชาชนวันนี้อาจจะยังมีอารมณ์รู้สึกอยู่ แต่ในระยะยาวคงจะเข้าใจว่านี่คือความผิดส่วนตัวที่พรรคตั้งใจจะรับผิดชอบ และเราก็จะทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมืองต่อไป