ก่อนแบ่งไปยังสถานีบริการ ซึ่งปกติโรงกลั่น จะส่งให้กับผู้ค้ารายใหญ่ หรือ ผู้ค้ามาตรา 7 หรือส่งให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเมื่อน้ำมันถึงผู้ค้ารายใหญ่ ก็จะกระจายให้สถานีบริการน้ำมันแบรนด์ต่าง ๆ รวมถึงปั๊มอิสระ รวมถึงยังส่งให้พ่อค้าคนกลางด้วย
ซึ่งช่วงที่ผ่านมา การจัดส่งน้ำมันให้พ่อค้าคนกลาง อาจจะมีเหตุการณ์ที่ผิดพลาด เพราะบางส่วน พ่อค้าคนกลางไม่ได้รับน้ำมัน ซึ่งปกติพ่อค้าคนกลาง จะจัดส่งน้ำมันให้พ่อค้าคนกลางด้วย แต่เมื่อพ่อค้าคนกลางส่งน้ำมันให้ภาคอุตสาหกรรมไม่ได้ ทั้งหมดจึงมารวมกันที่สถานีบริการน้ำมัน
ดังนั้น จากปัปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ประสานกับโรงกลั่นทุกโรงให้กลั่นน้ำมันเต็มที่ และไม่ให้มีการหยุดผลิต
พร้อมให้ผู้ค้ารายใหญ่ กระจายไปยังพ่อค้าคนกลางด้วย เพื่อช่วยกระจายเชื้อเพลิง
นอกเหนือจากสถานีบริการน้ำมัน และยังประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เพื่อผ่อนผันเวลาการจัดส่งน้ำมันนอกเหนือเวลา เพื่อให้น้ำมันกระจายไปยังสถานีน้ำมัน พร้อมยังเปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน จะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ ดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนเชื้อเพลิงตามจุดต่างๆ
ส่วนปริมาณสำรองน้ำมันนั้น
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันว่า ปริมาณสำรองที่เตรียมไว้ ที่สามารถใช้การได้ และน้ำมันสำรองตามกฎหมาย สามารถอยู่ได้ 17 วัน บวกกับ 25 วัน รวม 42 วัน และจะมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งจากแองโกลา ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทาง 1.9 ล้านบาร์เรล และสหรัฐอเมริกา 625,000 บาร์เรล รวมเพิ่มอีก 29 วัน และได้สัญญาณที่แน่ชัดเพิ่มอีก 30 วัน ดังนั้น จึงยืนยันว่า มีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ ไม่น้อยกว่า 101 วัน
ปัญหาที่เกิดขึ้น
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยังกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาว่า ได้มีการตรวจสต๊อกน้ำมัน เมื่อ 13 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ได้เดินหน้าตรวจสต๊อกต้นทางน้ำมันดิบ รวมถึงน้ำมันเบนซิน และดีเซล 23 จังหวัด รวม 53 คลัง รวมทั้งสิ้น 589 ถัง มีน้ำมันสำรองตามที่ได้แถลงไว้ และยังได้ตรวจจำนวนสำรองที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ เมื่อ 15-18 มีนาคมที่ผ่านมา มีการตรวจสอบกว่า 1,500 แห่ง พบว่า มีสถานีปิดบริการ เพราะน้ำมันหมด ประมาณ 150 แห่งซึ่งมีการตรวจสอบแล้ว ไม่ได้เป็นการกักตุนใด ๆ มีเปิดบริการแต่น้ำมันไม่ครบและรอน้ำมันอีก 1,039 แห่ง และมีสถานีที่มีน้ำมันเพียงพอจำหน่ายกว่า 300 แห่ง
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ย้ำว่า ยังมีปริมาณน้ำมันเพียงพอในประเทศ และขอประชาชนใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องกักตุน และขอให้ร่วมมือกันประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง และหากประชาชนกลับไปเติมน้ำมันตามปกติ สถานการณ์ก็จะกลับสู่สถานการณ์ปกติตามหน้าสถานีบริการน้ำมันโดยเร็ว เพราะบางวันที่ผ่านมา การเติมน้ำมันผ่านสถานีบริการ 90-120 ล้านลิตร ซึ่งเกินกำลังการผลิต แสดงให้เห็นว่า มีการตื่นตระหนก ดังนั้น หากประชาชน กลับเข้าสู่การใช้ปกติ อย่างดีเซล วันละ 70 ล้านลิตร สถานการณ์ก็จะกลับสู่ปกติ และไทยก็มีกำลังการผลิตที่เพียงพอ ซึ่งจุดใดที่ยังขาดแคลนน้ำมัน ก็สามารถแจ้งส่วนราชการในจังหวัดได้
ส่วนความชัดเจนการขึ้นราคาน้ำมันหลังจากนี้นั้น
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยอมรับว่า ประชาชนอาจจะได้รับผลกระทบ ซึ่งรายละเอียดนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา รวมถึงช่วงบ่ายวันนี้ (17 มี.ค.) ก็จะมีการหารือกันในที่ประชุม ศบก.อีกครั้งด้วย
เจรจาจัดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ประเทศไทย เคยใช้ช่วงก่อนปี 2565 แต่หลังจากถูกมาตรการการห้ามซื้อ จากการลงโทษจากประเทศต่างๆ จึงอยู่ระหว่างการหารือว่า จะดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ถูกแซงก์ชันจากอเมริกาด้วย ดังนั้น จึงจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ และได้ให้ทาง ปตท.คอยหาแหล่งน้ำมันอื่น ซึ่งล่าสุด ได้จากแอฟริกาตะวันตก เช่น จากแองโกลา รวมถึงสหรัฐอเมริกา และยังอยู่ระหว่างการหารือกับแถบลาตินอเมริกาด้วย
น้ำมันที่นำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยว่า น้ำมันจากตะวันออกกลาง ที่เรือทุกลำต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้มีการกระจาย 2 ลักษณะ ส่วนหนึ่งไปรับน้ำมันที่ท่าเรือฟูไจราห์ และส่วนหนึ่งไปรับที่บริเวณทะเลแดงของซาอุดีอาราเบีย