'เอกนิติ' ชู 4 ปี ใช้ยุทธศาสตร์ Big Wins พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย
25 ก.พ. 2569
'เอกนิติ' ชู 4 ปี ใช้ยุทธศาสตร์ Big Wins พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยกลับมาแกร่ง มุ่งลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาคน ปลดล็อกกฎหมายเบ็ดเสร็จ ตั้งเป้าดึง FDI 9.7 แสนล้าน
Business
25 ก.พ. 2569
'เอกนิติ' ชู 4 ปี ใช้ยุทธศาสตร์ Big Wins พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยกลับมาแกร่ง มุ่งลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาคน ปลดล็อกกฎหมายเบ็ดเสร็จ ตั้งเป้าดึง FDI 9.7 แสนล้าน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ฝ่ามรสุมปี 2569“ ในงานสัมมนา “Thailand Economic Drives 2026” จัดโดยโพสต์ทูเดย์ ระบุว่า รัฐบาลเร่งนโยบาย “Quick Big Win” เพื่อฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4 จากที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์เพียง 0.3% กระโดดมาที่ 2.5%
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยพ้นหล่มและออกจาก ICU แต่ไม่ได้แปลว่าจะอยู่อย่างนี้ต่อได้เพราะมีมรสุมลูกใหญ่กำลังตั้งเค้าในปี 2569 จำนวน 3 ลูก ได้แก่
1.มรสุมภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมหาอำนาจนำความขัดแย้งทางการเมืองมาเชื่อมโยงเศรษฐกิจ
2.มรสุมภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ซึ่งปีที่ผ่านมาภาครัฐใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทเยียวยาน้ำท่วม และปีนี้อาจต้องเผชิญภัยแล้ง
3.มรสุมความอ่อนแอในประเทศ เป็นผลพวงจากการบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนและประชากรสูงอายุ ผนวกกับการเมืองในประเทศที่เคยไม่มีเสถียรภาพ และเอกชนขาดการลงทุนมานาน
ดังนั้น เพื่อทะลวงฝ่าวิกฤติดังกล่าว รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยยุทธศาสตร์ “Big Wins” ระยะ 4 ปี ซึ่งมุ่งเป้านโยบายการลงทุน 3 ด้าน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืน ประกอบด้วย
1.การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งไทยต้องดันการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพลังงานสะอาดที่เป็นรากฐานสำคัญของโลกยุคใหม่ ภาครัฐเตรียมเดินหน้าเปิดรับซื้อไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดภาระการก่อหนี้สาธารณะ
รวมทั้งท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ จุดยืนที่เป็นกลางและโครงสร้างพลังงานสะอาดทำให้ไทยเป็นแม่เหล็กดึงลงทุน โดยมีเม็ดเงินรออนุมัติจาก BOI กว่า 1.8 ล้านล้านบาท หากเร่งปลดล็อกกฎหมายคาดว่าปีนี้ยอด FDI พุ่งแตะ 9.7 แสนล้านบาท โตขึ้นเกือบ 20%
ขณะที่ การลงทุนภาครัฐ จะมีการสนับสนุนท้องถิ่นให้ลงทุนด้านการป้องกันภัยพิบัติ ผ่านรูปแบบให้งบประมาณคนละครึ่งกับส่วนกลาง รวมถึงการดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP เพื่อให้รัฐไม่ต้องแบกรับภาระหนี้เยอะ
2.การลงทุนในคน หรือทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเป้าปฏิรูปการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อนผ่านโครงการ “Skill Bridge” ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบริษัทที่ช่วยออกแบบหลักสูตรพัฒนาคน ควบคู่เงื่อนไขรับนักศึกษาทำงาน
3.การลงทุนด้านกฎหมาย ถือเป็นกุญแจสำคัญปลดล็อกอุปสรรค เช่น ทบทวนเงื่อนไขวีซ่า การรายงานตัวทุก 90 วันของแรงงานทักษะสูง (High-Skill Labor) กฎหมายที่ดินที่เป็นอุปสรรค โดยรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายรวบยอดด้านการลงทุน (Omnibus Law) เพื่อช่วย Fast Track ทุกด้านและเป็นกฎหมายเปลี่ยนโฉมประเทศ รวมทั้งนำระบบ BOI Fast Pass มาใช้เต็มรูปแบบ
“3 เรื่องที่จะทำคือ การลงทุน การลงทุน และการลงทุน ดังที่กล่าวข้างต้น แล้วสิ่งเหล่านี้จะทำให้การลงทุนเข้ามาต่างประเทศเข้ามาอย่างเข้มแข็ง และทำให้ประเทศไทยกลับมาแข็งแกร่งได้ เราจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย แต่จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งในเอเชีย”
