ตำรวจส่งอัยการสั่งฟ้อง "บิ๊กโจ๊ก" พร้อมภรรยา คดีร่วมกันฟอกเงิน
11 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ตำรวจ สน.บางรัก นำตัว "บิ๊กโจ๊ก" สุรเชษฐ์ หักพาล และภรรยา พร้อมสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษ สั่งฟ้องข้อหาร่วมกันฟอกเงิน-ยักยอกทรัพย์ รอนัดฟังคำสั่งต่อไป
ข่าว
11 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ตำรวจ สน.บางรัก นำตัว "บิ๊กโจ๊ก" สุรเชษฐ์ หักพาล และภรรยา พร้อมสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษ สั่งฟ้องข้อหาร่วมกันฟอกเงิน-ยักยอกทรัพย์ รอนัดฟังคำสั่งต่อไป
KEY
POINTS
11 สิงหาคม 2569 พนักงานสืบสวนสอบสวน สน.บางรัก นำตัว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย นางศิรินัดดา หักพาล ภรรยา ส่งมอบให้อัยการพร้อมสำนวนสอบสวน โดยมีความเห็นสมควร สั่งฟ้องบิ๊กโจ๊ก และภรรยา ในข้อหาร่วมกัน ฟอกเงิน ซึ่งพนักงานอัยการได้ลงรับสำนวน และตัวผู้ต้องหาไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมนัดฟังคำสั่งคดีต่อไป
ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก มีรายงานว่า พ.ต.อ. ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.บางรัก และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้นำ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และนางศิรินัดดา หักพาล ภรรยา พร้อมสำนวนการสอบสวนและความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง
ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินโดยการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังการกระทำความผิดมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง การได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มาครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และยักย้าย ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารหรือบันทึก ข้อมูล หรือทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดไว้ หรือที่ตนรู้หรือควรรู้ว่าจะตกเป็นของแผ่นดิน
ให้แก่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาเพื่อมีคำสั่ง โดยรับสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไว้เรียบร้อยแล้ว และนัดผู้ต้องหามาฟังคำสั่งคดีต่อไป
สำหรับคดีสืบเนื่องมาจากกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังตรวจสอบพบเส้นทางการเงินจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์เชื่อมโยงถึงทั้งคู่ โดยพบพฤติการณ์ของนายตำรวจลูกน้องคนสนิท นำบัญชีม้าซึ่งเกี่ยวข้องกับเว็บพนันโอนเงินชำระเบี้ยประกันชีวิตให้กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และภรรยา ก่อนจะมีการเวนคืนกรมธรรม์เป็นเงินสดกลับเข้าบัญชี ซึ่งเข้าข่ายการอำพรางแหล่งที่มาของทรัพย์สิน
ขณะที่ในส่วนของการดำเนินการทางแพ่ง ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์สิน เป็นเงินในบัญชีรวมกว่า 4.76 แสนบาทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และภรรยา ให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายฟอกเงิน เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้คัดค้านทั้งสองไม่สามารถชี้แจงหรือพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินสุจริตที่นำมาชำระเบี้ยประกัน ซึ่งปะปนกับเงินจากเครือข่ายเว็บพนันได้อย่างชัดเจน
สำหรับขั้นตอนถัดไป พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาสำนวนการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อเตรียมมีคำสั่งทางคดีว่า จะสั่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ โดยได้นัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางมาฟังคำสั่งคดีต่อไป ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อต่อสู้คดีตามขั้นตอน