ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เตรียมเร่งปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคนักลงทุน พร้อมเร่งโครงการที่ได้รับอนุมัติ BOI ไปแล้วแต่ติดขัดเพื่อเริ่มลงทุนจริงได้เร็ว เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากนโยบาย BOI Fast Pass ที่เคยกระตุ้นการลงทุนไตรมาส 4 ปี 2568 โดยไม่ต้องใช้งบประมาณภาครัฐ
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 มั่นใจว่าโมเมนตัมจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นฟันเฟืองให้ GDP เติบโตมากกว่า 2% แต่การดันให้เศรษฐกิจโตถึง 3% มีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่คุมไม่ได้ทั้งความผันผวนของตลาดการเงินโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
“ระยะสั้นเห็นผลบวกจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นจนดัชนีแตะระดับ 1,500 จุด แต่รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการลงทุนภาครัฐเป็นอันดับ 1 เพราะเป็นการลงทุนสร้างศักยภาพการเติบโตยั่งยืนระยะยาว”
ส่วนความกังวลการแข่งขันกับอินเดียที่อาจแย่ง FDI กลุ่มยานยนต์และแผงวงจรไฟฟ้า (PCB) นั้น นายเอกนิติ มองว่า การแข่งขันเป็นเรื่องปกติ แต่นโยบายของไทยเน้นความเป็นพันธมิตร โดยการเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานอินเดียที่เป็นตลาดขนาดใหญ่