เปิดแผนรับแรงกระแทกดีเซล! “เอกนัฏ” ล็อกเป้าตรึง B20 ไม่เกิน 37 บาท
25 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

เปิดแผนรับแรงกระแทกวิกฤตน้ำมัน! "เอกนัฏ" กาง 3 กลไก สู้ดีเซลโลกพุ่ง ล็อกเป้าตรึง B20 ไม่เกิน 37 บาท ปลดล็อกภาษีสรรพสามิตก๊อก 3
ข่าว
25 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

เปิดแผนรับแรงกระแทกวิกฤตน้ำมัน! "เอกนัฏ" กาง 3 กลไก สู้ดีเซลโลกพุ่ง ล็อกเป้าตรึง B20 ไม่เกิน 37 บาท ปลดล็อกภาษีสรรพสามิตก๊อก 3
KEY
POINTS
25 กันยายน 2569 สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกเริ่มพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งประเทศที่ส่งออกน้ำมันดีเซลมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกคือ สหรัฐฯ อันดับสองคือ รัสเซีย ซึ่งล่าสุด มีข่าวว่า สหรัฐฯ อาจห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล เนื่องจากราคาน้ำมันในสหรัฐฯ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกัน รัสเซีย ได้ขยายคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน ส่วนหนึ่งมาจากโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ถูกยูเครนถล่มด้วยโดรน ทำให้ฐานผลิตน้ำมันภายในรัสเซียได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ มีข่าวจากตะวันออกกลาง กลุ่มฮูตี ในประเทศเยเมน ถล่มท่าเรือยานบุ ริมฝั่งทะเลแดง ซึ่งเป็นท่าเรือเพื่อการส่งออกน้ำมันอีกแห่งหนึ่งของซาอุดิอาระเบีย นอกจากท่าเรือที่ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน สถานการณ์น้ำมันเจ็ท หรือน้ำมันสำหรับเติมเครื่องบินก็วิกฤตเช่นกัน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" เนชั่นทีวี ถึงประเด็นการเตรียมแผนรับแรงกระแทกจากวิกฤตราคาดีเซล
โดย นายเอกนัฏ กล่าวว่า ปัจจุบันใช้ 3 กลไก ในการดูแล
หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ได้หารือกับ ดร.เอกนิติ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วว่า ในที่สุดอาจต้องพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตลงมาบางส่วน โดยเฉพาะน้ำมันที่มีส่วนผสมเชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง B20 และ E20 ซึ่งปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ 35–36 บาท
แม้จะไม่เก็บภาษี B20 เลย (ปัจจุบันเก็บอยู่ 5.95 บาท/ลิตร) แต่มันก็ยังเอาไม่อยู่ สถานการณ์ดีเซลขยับขึ้นเรื่อย ๆ แล้วจะรับแรงกระแทกอย่างไร?
นาย เอกนัฏ กล่าวว่า หากลดภาษี B20 จะช่วยลดต้นทุนหน้าปั๊มลงได้ประมาณ 6 บาท/ลิตร ส่วนตัวฐานอย่าง B7 หากลดลงมา 1–2 บาท ต้นทุนหน้าปั๊มก็จะลดลง 1–2 บาท นอกจากนี้ เรื่องค่าการกลั่น รัฐมีการหักลดลง -4 บาททุกวัน จนถึงอย่างน้อยสิ้นเดือนตุลาคม และจะนำผลประโยชน์ส่วนเกินรอบเดือนกันยายนมาพิจารณาเพิ่มเติม
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฟิลิปปินส์ หรือลาว ราคาพุ่งไปถึง 55 บาทแล้ว ส่วนมาเลเซียแม้จะมีน้ำมันเองและมีโรงกลั่น ราคาก็อยู่ที่ 44–45 บาท
รัฐบาลพยายามตรึงไว้ไม่ให้ขึ้นแพงเกินไป และสร้างส่วนต่างระหว่าง B7 (ราคา 41 บาทกว่า) กับ B20 (ราคาประมาณ 36–37 บาท) เพื่อช่วยเหลือภาคขนส่ง
โจทย์ตั้งต้นของรัฐบาลคือจะตรึงราคาดีเซลหน้าปั๊มไว้ที่เท่าไหร่ และจะตรึงดีเซลทุกตัวหรือเฉพาะ B20?
นายเอกนัฏ กล่าวว่า หากตรึงหนักเกินไปโดยไม่เตรียมพร้อม วันหนึ่งจะมีปัญหาเหมือนวิกฤตสู้ค่าเงินบาทในอดีต ที่ผ่านมาไทยไม่ได้ปล่อยลอยตามราคาตลาดโลกทั้งหมด เพราะมีการใช้วิธีลดราคาหน้าโรงกลั่นควบคุมไว้
ดีเซลเกรด B20 มีกรอบนโยบายว่าจะตรึงไว้ไม่ให้เกินเท่าไหร่?
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตั้งใจตรึง B20 ไว้ไม่ให้เกิน 37 บาท/ลิตร ขณะนี้ ราคาอยู่ที่ 36.44 บาท เหลือแก๊ปให้ขยับได้อีกราว 30–40 สตางค์ เพื่อไม่ให้กระทบภาคการขนส่งเกินไป รวมถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
แล้ว High Speed ดีเซล หรือ ดีเซลหมุนเร็วทั่วไป / B7 จะตรึงด้วยหรือไม่ และตรึงไว้ที่เท่าไหร่?
นาย เอกนัฏ กล่าวว่า หากประกาศตรึงราคา B7 อาจเสี่ยงทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดตลาด ในเชิงนโยบายจึงใช้วิธีเทียบเคียงกับประเทศในภูมิภาค อย่างมาเลเซีย (ซึ่งปัจจุบันอยู่อย่างน้อย 44 บาท) โดยพยายามดูแลไม่ให้ราคา B7 ของไทยแพงเกินกว่าราคาในมาเลเซีย
ไทยไม่ได้อิงราคาสิงคโปร์มาหลายเดือนแล้ว แต่ใช้การลดราคาหน้าโรงกลั่นแทน
B20 เจอ 2 เด้ง ทั้งดีเซลตลาดโลกขยับ และราคาน้ำมันปาล์มแพงกว่าเนื้อดีเซลแท้ ๆ จะจัดการอย่างไร เรื่องลดภาษีสรรพสามิตจะช่วยอย่างไร?
นาย เอกนัฏ กล่าวว่า การลดภาษีสรรพสามิตคือ "ก๊อกที่ 3" ที่ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งสมัยวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน เคยลดเหลือ 0 บาท แต่ปัจจุบันเก็บอยู่ราว 6–7 บาท/ลิตร หากลดภาษี B20 ต้นทุนจะถูกลงทันที 6–7 บาท
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันจะแพง แต่วิธีนี้ถือเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลังในประเทศ ดีกว่าเอาเงินไปอุดหนุนพ่อค้าต่างชาติ
อีกมุมหนึ่ง ผู้ใช้รถก็รู้สึกว่าทำไมต้องไปแบกรับภาระอุ้มเกษตรกร?
นาย เอกนัฏ กล่าวว่า หากรัฐใช้การลดภาษีสรรพสามิต ผู้ใช้รถก็จะไม่ต้องแบกรับภาระตรงนี้
“สถานการณ์ทั่วโลกตอนนี้ไม่แน่นอน เราจะบริหารแบบไม่มีแผนเลยไม่ได้ แผนที่เรามีก็ตั้งอยู่บนสมมุติฐาน มีตัวเลขที่ใช้อ้างอิง และมีการวางสำหรับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น”
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศคลี่คลาย ราคาน้ำมันและค่าขนส่งลดลง ก็พร้อมปรับลดราคาน้ำมันลงทันที
แล้วน้ำมันเครื่องบิน (น้ำมันเจ็ท) จะเข้าไปดูแลอย่างไร เพราะสายการบินเริ่มมีภาระเพิ่มขึ้น?
นายเอกนัฏ กล่าว รัฐบาล ไม่สามารถไปอุดหนุนส่วนต่างน้ำมันเจ็ทให้สายการบินทั่วโลกได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงต้องเลือก "ช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า" ไปที่ประชาชนกลุ่มใหญ่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก่อน ซึ่งก็คือ “น้ำมันดีเซล”
“ตอนผมเข้ามากองทุนติดลบอยู่แล้ว 65,000 ล้าน ตอนนี้ติดลบไปประมาณ 90,000 กว่าล้าน แต่ค่าจากการกลั่นเราเอามากแล้วเกือบ 30,000 ล้าน และมีการปรับลดอยู่ตลอดไม่ได้หยุด” นายเอกนัฏ กล่าว
หากเกิดวิกฤตหนักจริง ๆ มีโอกาสที่จะพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตให้ดีเซลหมุนเร็วทั่วไป (B7) ด้วยหรือไม่?
นายเอกนัฏ กล่าวว่า หากเกิดวิกฤตจริง ๆ ก็ต้องพิจารณา เครื่องมือภาษีสรรพสามิตยังคงเหลืออยู่โดยจะเริ่มปรับลดเป็นสเต็ป จาก B20 ก่อน หากไม่ไหวจึงขยับมาดูแลตัวฐานอย่าง B7 ต่อไป