อดีตผู้พิพากษาช่วย อาชง นักธุรกิจจีน ถูกอดีตผู้การฯยึดโรงงาน
26 ก.ย. 2569 | suwat_pan

อดีตผู้พิพากษาเตรียมพา "อาชง" นักธุรกิจจีน ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกอดีตผู้การยึดโรงงานลำไย-อายัดบัญชี จ่อพึ่ง ตร.-สถานทูตจีน
ข่าว
26 ก.ย. 2569 | suwat_pan

อดีตผู้พิพากษาเตรียมพา "อาชง" นักธุรกิจจีน ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกอดีตผู้การยึดโรงงานลำไย-อายัดบัญชี จ่อพึ่ง ตร.-สถานทูตจีน
เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2569 ดร.เกษม ศุภสิทธิ์ (อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา) ในฐานะทนายความ
และที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของ นายเฉียน เย่ฉง หรือ อาชง(MR.CHEN YECHONG)
ซึ่งเป็นนักธุรกิจสัญชาติจีน มีอาชีพรับซื้อลำไยจากชาวสวนจังหวัดจันทบุรี ส่งออกไปขายที่ประเทศจีนมา ประมาณ15 ปี กล่าวว่า นายเฉียนได้มายื่นเรื่องขอความเป็นธรรมให้ตนช่วยเป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย โดย นายเฉียน ให้ข้อมูลว่า มีอาชีพค้าขายลำไยส่งออกไปประเทศจีน ตั้งโรงงานอยู่ที่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรีประมาณ 15 ปีแล้ว
โดยตัวนายเฉียนได้มีข้อพิพาท กับอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในพื้นที่ ซึ่งเคยเป็นหุ้นส่วนกันในเรื่องทางธุรกิจ
เเละเมื่อมีข้อพิพาท ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับ นายเฉียน กับพนักงานในบริษัทฯ รวม 5 คนต่อศาลจังหวัดจันทบุรี เมื่อศาลออกหมายจับ
"เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ร่วมกันกระทำ หรือยินยืนยอม กระทำ ทำให้เสียหาย ทำลายเปลี่ยนแปลงเอกสารของบริษัท เพื่อลวงให้ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นขาดผลประโยชน์อันควรได้" ตามประมวลกฎหมายอาญา/ พรบ.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พรบ.กำหนดความดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด สมาคม หรือมูลนิธิฯ มาตรา 42
เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำตัวนายเฉียนกับพวกไปสอบปากคำ ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงประมาณเที่ยงคืน และจะไม่ได้รับการประกันตัว แต่เนื่องจากเมื่อเข้าไปให้เหตุผลถึงรูปคดี ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง เห็นว่า คดีไม่ร้ายแรงอะไรจึงให้ประกันตัว เเต่ต่อมาเมื่อวันที่ 23ก.ย. 2569 พนักงานสอบสวนกลับเรียกให้นำตัว นายเฉียนกับพวก ที่ได้ประกันในชั้นโรงพักไปเเล้ว เเต่กลับถูกเรียกนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดจันทบุรี พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว โดยอ้างเหตุว่าคดีมีอัตราโทษสูงเกรงจะหลบหนี
เเต่ศาลจังหวัดจันทบุรีพิจารณาเเล้วอนุญาตให้ประกันตัวเพื่อมาต่อสู้คดีได้
ต่อมาจึงทราบข่าวว่ามีบุคคลเข้าไปบุกรุก ปิดกั้นไม่ให้นายเฉียนและพนักงานเข้าไปในโรงงาน โดยฝ่ายอดีตนายตำรวจใหญ่เข้าไปรบกวนการครอบครองโรงงาน
และต่อมาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 พนักงานสอบสวนได้ มีการอายัดบัญชีธนาคารของนายเฉียนทำให้ กระทบเรื่องการนำเงินมาจัดซื้อลำไยกับชาวสวน และเกิดความเสียหายในการ ประกอบธุรกิจการค้าขายลำไยส่งออก ทำให้กระทบกับชาวสวนลำไยที่สั่งซื้อไว้อาจจะเกิดความเสียหายเน่าเสียได้ และไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจตามกฎหมายในการอายัดบัญชีของตนเองหรือไม่
และตรวจพบว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรคนดังกล่าว ได้มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทำการปลดนายเฉียนออกจากการเป็นกรรมการ บริษัทฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คงเหลือกรรมการบริษัทเพียงผู้เดียวคือ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรคนดังกล่าว
ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีการประชุมตามข้อบังคับของบริษัท ฯในการเปลี่ยนแปลงกรรมการแต่อย่างใดอันเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย ในทางแพ่งและทางอาญา
จากนั้นอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดคนนั้นก็ได้ทำการปลด เลิกจ้างพนักงาน ในบริษัทฯเพื่อที่จะไม่ให้ธุรกิจเดินต่อไปได้
นายเฉียนที่ทำธุรกิจในไทยมา 15 ปี จึงรักเมืองไทย และมีส่วนในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไทยให้มีการส่งสินค้าลำไยสดออกขายไปต่างประเทศนำมาซึ่งเงินตราต่างประเทศเข้ามาช่วยประเทศไทย
โดยยืนยันว่าหากสิ่งที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎมานี้จะส่งผลทำให้ลูกความไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนเตรียมจะยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถานทูตจีนให้รับทราบเเละเข้ามาดูเเลเรื่องที้เกิดขึ้นนี้ต่อไป