วิกฤตคลองรังสิตธงแดง: น้ำจ่อทะลัก 1.80 เมตร "กรมชลประทาน" เร่งระดม "สูบน้ำด่วน"
25 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

วิกฤตคลองรังสิตธงแดง: น้ำจ่อทะลัก 1.80 เมตร "กรมชลประทาน" เร่งระดม "สูบน้ำด่วน" หวั่นทะลักท่วม "เขตเศรษฐกิจ-หมู่บ้าน"
ข่าว
25 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

วิกฤตคลองรังสิตธงแดง: น้ำจ่อทะลัก 1.80 เมตร "กรมชลประทาน" เร่งระดม "สูบน้ำด่วน" หวั่นทะลักท่วม "เขตเศรษฐกิจ-หมู่บ้าน"
KEY
POINTS
25 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเข้าขั้นวิกฤต หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนฝนตกหนักต่อเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ส่งผลให้มีปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่ค่อนข้างมากถึง 90 มิลลิเมตร ประกอบกับมวลน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในช่วง 2-5 วันที่ผ่านมา ไหลสะสมสูงถึง 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ลงสู่คลองระพีพัฒน์และระบบระบายน้ำ ทำให้ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะระดับ 1.80 เมตร จนต้องขึ้น "ธงแดง" แจ้งเตือนภัยในระดับวิกฤต และเสี่ยงเกิดน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง กระทบต่อเขตเศรษฐกิจและบ้านจัดสรรนับหมื่นหลัง
วันเดียวกันนี้ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้ลงพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 11 ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี และนายกเทศมนตรี เทศบาลนครรังสิต เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ ประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต (กึ่งถาวร)
โดยอธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเต็มที่ เร่งผันน้ำออกตามประตูระบายน้ำต่าง ๆ พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยอย่างเร่งด่วน
ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 20 เครื่อง (เดินเครื่องใช้งานพร้อมระบายน้ำ 11 เครื่อง) เพื่อรักษาระดับน้ำในคลองให้อยู่ต่ำกว่าระดับ 1.78 เมตร ช่วยลดผลกระทบในพื้นที่คลองรังสิตฯ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งนครนายก
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.) อธิบดีกรมชลประทาน มีกำหนดการเดินทางไปติดตามการระบายน้ำเหนือที่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งยังคงระบายน้ำในอัตรา 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมถึงติดตามการผันน้ำเหนือเขื่อนที่ประตูระบายน้ำมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ออกทางด้านตะวันออก เพื่อช่วยลดผลกระทบท้ายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป ท้องถิ่นระดมกำลังรับมือขั้นสูงสุด
ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า พื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนและน่าเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้ ได้แก่ คลองหลวง, นครรังสิต, คูคต และลาดสวาย ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่นและเริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมขังแล้ว จึงต้องเร่งประสานงานเพื่อระบายน้ำออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งฝากขอความกรุณาไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ช่วยพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและระบายน้ำให้พี่น้องชาวลำลูกกาและชาวปทุมธานีได้คลี่คลายลง พร้อมเตือนให้ประชาชนในพื้นที่อย่าประมาทและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรี นครรังสิต เปิดเผยว่า สถานการณ์ริมคลองหนึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางบ้านน้ำขึ้นสูงถึงระดับเตียงนอน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือและช่วยสูบน้ำออก เนื่องจากปัจจุบันระดับน้ำในคลองสูงกว่าถนน ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำลอดเข้ามาท่วมได้ ทางเทศบาลฯ จึงต้องเร่งทำบล็อกกั้นน้ำไม่ให้ไหลข้ามเข้ามาท่วมชุมชน พร้อมทั้งวางแผนทำคันดินบริเวณสะพานแดงและนำแท่งแบริเออร์มาบล็อกจุดที่ระดับต่ำ เพื่อให้นครรังสิตปลอดภัย
"ล่าสุดมวลน้ำในพื้นที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.72 เมตรแล้ว สร้างความกังวลว่าหากปล่อยทิ้งไว้อาจแตะระดับ 1.80 เมตร และทำให้น้ำล้นทะลักเข้าสู่ตรอกซอกซอยมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงระดมกำลังเร่งสูบน้ำและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อพยายามดึงระดับน้ำให้ลดลงโดยเร็วที่สุด" ร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ระบุ