เนชั่นทีวี

ข่าว

มรสุมเดิมยังไม่แก้ ปมอดีต รมต.ยังซ้ำเติมภาพลักษณ์รัฐบาลภูมิใจไทย

18 ก.ย. 2569 | titayu_pur

มรสุมเดิมยังไม่แก้ ปมอดีต รมต.ยังซ้ำเติมภาพลักษณ์รัฐบาลภูมิใจไทย

เจาะลึกมรสุมการเมือง "รัฐบาลภูมิใจไทย" ปมอดีตรัฐมนตรียังมาซ้ำเติมวิกฤตความเชื่อมั่น สารพัดปัญหาใหญ่แก้ไม่ได้สักเรื่อง งานนี้จะซ้ำรอยบทเรียนวิกฤตศรัทธาในอดีตหรือไม่?

เจาะลึกมรสุมการเมือง "รัฐบาลภูมิใจไทย" ปมอดีตรัฐมนตรียังมาซ้ำเติมวิกฤตความเชื่อมั่น สารพัดปัญหาใหญ่แก้ไม่ได้สักเรื่อง งานนี้จะซ้ำรอยบทเรียนวิกฤตศรัทธาในอดีตหรือไม่?

KEY

POINTS

  • พิษสแกมเมอร์ซ้ำเติมภาพลักษณ์: กรรมาธิการสภาสหรัฐฯ ชี้เป้าลงโทษคว่ำบาตรเครือข่ายทุนเทา โดยมีชื่อ “วรภัค” อดีตรมช.คลัง ร่วมด้วย กระทบความเชื่อมั่นรัฐบาลอนุทินอย่างหนัก
  • สารพัดวิกฤตรุมเร้าไร้การแก้ไข: รัฐบาลเจอมรสุมรอบด้าน ทั้งคดีฮั้ว สว., ที่ดินเขากระโดง, โกงสอบท้องถิ่น และปัญหาราคาพลังงาน ที่ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างเบ็ดเสร็จ
  • เดินเกมการเมืองตั้งรับสู้ศึก: ภูมิใจไทยเร่งตั้งรับด้วยการเปิดศึกตรวจสอบฝั่งฝ่ายค้าน พร้อมเตรียมดึงพรรคกล้าธรรมเติมเสียง เสริมความแข็งแกร่งสกัดเกมพลิกขั้ว

18 กันยายน 2569 สถานการณ์ของพรรคภูมิใจไทย และรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะนี้ แม้ฉากหน้าจะแสดงออกว่า “ไม่มีอะไร สบาย ๆ” แต่สถานการณ์ที่แท้จริงรวมถึงเบื้องหลัง ต้องยอมรับว่ามีปัญหารุมเร้าไม่น้อย ล่าสุดต้องเผชิญกับข่าวร้าย เมื่อคณะกรรมาธิการของสภาสหรัฐฯ ได้เสนอรายงานให้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ลงโทษคว่ำบาตร 26 บุคคล กับ 2 องค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปรากฏชื่อของอดีตรัฐมนตรีและนักการเมืองไทยรวมอยู่ด้วย และคาดกันว่าน่าจะมีมากกว่า 1 คน เนื่องจากมีหลักฐานเชื่อว่าเกี่ยวพันกับกลุ่มธุรกิจสีเทา สแกมเมอร์ ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน 

 

สำหรับผู้ที่ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกระแสข่าวดังกล่าวแล้ว คือ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลอนุทิน 1

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

 

ย้อนรอยปม 'วรภัค' ฝืนกระแสแต่งตั้ง สู่ชนวนติดลบภาพลักษณ์รัฐบาล

 

หากยังไม่ลืม นายวรภัคเป็นบุคคลแรก ๆ ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นัดมาเปิดตัวที่พรรคว่าเป็น 1 ในทีมเศรษฐกิจสุดแกร่ง พร้อม ๆ กับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธ์

 

ในช่วงที่เปิดตัวใหม่ ๆ ก็ถูกทักท้วงก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยมีการหยิบยกเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาตั้งคำถาม แต่นายกรัฐมนตรีอนุทินก็ฝืนกระแส แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ทว่าสุดท้ายถูกเปิดหลักฐานจนต้านกระแสไม่ไหว จึงตัดสินใจลาออก

 

ส่งผลให้ภาพลักษณ์การแก้ปัญหาทุนเทาและสแกมเมอร์ของรัฐบาลอนุทินติดลบมาตั้งแต่บัดนั้น เนื่องจากหลายฝ่ายเตือนแล้วไม่รับฟัง หนำซ้ำยังตอบโต้ทางการเมืองอย่างไม่ยอมรับความจริง

 

จึงไม่แปลกที่แม้ที่ผ่านมาในรัฐบาลอนุทิน 2 จะเคยยึดทรัพย์ลอตใหญ่เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ  แต่กลับไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ เนื่องจากทุกฝ่ายมองไม่เห็นความจริงใจและมาตรการขุดรากถอนโคนอย่างจริงจัง นอกจากการดำเนินงานแบบลูบหน้าปะจมูก

 

 

สารพัดปัญหาใหญ่ แก้ไม่ได้เลยสักเรื่อง?

 

ข่าวร้ายเกี่ยวกับอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลที่เสี่ยงถูกขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) จากสหรัฐฯ ส่งผลให้รัฐบาลภูมิใจไทยที่กำลังเผชิญมรสุมจากคดีฮั้ว สว. ต้องเสียอาการหนักขึ้นไปอีก

 

ภาพที่ปรากฏซ้ำ ๆ คือ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใดขึ้น รัฐบาลภูมิใจไทยไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือลุล่วงเลยแม้แต่เรื่องเดียว

 

เมื่อไล่เรียงย้อนดูปัญหาเหล่านี้

 

 - การแก้ปัญหาทุนเทาและสแกมเมอร์: ผ่านไป 1 ปี นับจากกรณีแต่งตั้งนายวรภัคเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วันนี้ข่าวร้ายย้อนกลับมาอีกครั้ง

 

 - การรับมือวิกฤตสาธารณภัยและภัยธรรมชาติ: กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ทุกคนยังจำได้ดี ส่วนปฏิบัติการวัวหายล้อมคอก เช่น กรณีเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อเรื่องเงียบลงก็เลิกล้อมคอก และรอให้เกิดปัญหาซ้ำรอยอีก

 

 - การแก้ปัญหาราคาพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง: จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุม “ไอ้โม่งโกงน้ำมัน” ได้ และปัจจุบันกำลังเกิดวิกฤตราคาพลังงานรอบใหม่ ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างทำได้เพียงลูบหน้าปะจมูกเช่นกัน

 

 - โครงการ TH-AI Passport: โครงการไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดการณ์ไว้ หลังจากเปิดลงทะเบียนมาระยะหนึ่ง ต้องยอมรับว่า “เงียบสนิท” และแทบไม่มีกระแสเชิงบวกจากประชาชนทั่วไปที่เปิดใช้งาน ส่วนการถูกตรวจสอบเรื่อง TOR ก็อยู่ในวาระการอภิปรายซักฟอกของฝ่ายค้าน

 

 - การจัดการปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น: จนถึงขณะนี้ยังไร้ตัว “ไอ้โม่งสั่งการ” และไม่มีการสั่งให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องออกจากราชการไว้ก่อน โดยข้าราชการระดับสูงที่สุดที่ถูกดำเนินการทางวินัยเป็นเพียงระดับซี 10 แต่ประชาชนเชื่อว่ามีระดับซี 12 หรืออาจถึงซี 14 เกี่ยวข้องด้วย ทว่ากลับถูกตัดตอนทั้งหมด

 

 - การแก้ปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ที่ไม่สำเร็จ: อีกทั้งยังอ้างว่ามี “ไอ้โม่งค้าของเถื่อน” เป็นผู้จุดชนวนความรุนแรง ซึ่งเป็นการมองปัญหาผิดทิศผิดทาง และไม่สามารถถอนทหารเพื่อส่งมอบพื้นที่ชายแดนใต้ให้ฝ่ายพลเรือนรับผิดชอบแทนได้ตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ในปี 2570

 

 - กรณีที่ดินเขากระโดง: กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่พร้อมจะตามหลอกหลอนรัฐบาลภูมิใจไทยตลอดเวลา

 

 - คดีฮั้ว สว. ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมขณะนี้

 

วิธีแก้เกมของขั้วสีน้ำเงิน

 

สำหรับแนวทางแก้เกมการเมืองขณะนี้ โดยเฉพาะปมความพยายามพลิกขั้ว ส้มผสมแดง รัฐบาลภูมิใจไทย ได้มีการวางเกมไว้สองขา 2

 

ขาแรก ใช้แนวคิด 'ข้าผิด... เอ็งผิดด้วย' คือ กรณีการยื่นสอยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคส้ม และกรณีการตรวจสอบพรรคส้มว่ามีการฮั้ว สว. เช่นกัน

 

ส่วนอีกขา คือการเตรียมดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและขยายฐานอำนาจ เพื่อสกัดพรรคเพื่อไทยในการพลิกขั้วทางการเมือง

 

ย้อนอุทาหรณ์ทางการเมือง รัฐบาลแข็งโป๊กแต่พังเพราะปมภาพลักษณ์

 

ทั้งนี้หากย้อนไปในช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ 2 เคยมีเสียงข้างมากเด็ดขาดถึง 377 เสียงเพียงพรรคเดียว แต่กลับถูกกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่ แม้กระทั่งเหตุการณ์คาร์บอมบ์ ประชาชนยังเคลือบแคลงสงสัยว่าเป็นเพียง “คาร์บ๊อง” จนทำให้รัฐบาลทักษิณ 2 ที่เป็นแม่แบบคะแนนเสียงแบบแลนด์สไลด์ ต้องเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น สุดท้ายไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้
 

ข่าวล่าสุด