สารพัดปัญหาใหญ่ แก้ไม่ได้เลยสักเรื่อง?
ข่าวร้ายเกี่ยวกับอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลที่เสี่ยงถูกขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) จากสหรัฐฯ ส่งผลให้รัฐบาลภูมิใจไทยที่กำลังเผชิญมรสุมจากคดีฮั้ว สว. ต้องเสียอาการหนักขึ้นไปอีก
ภาพที่ปรากฏซ้ำ ๆ คือ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใดขึ้น รัฐบาลภูมิใจไทยไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือลุล่วงเลยแม้แต่เรื่องเดียว
เมื่อไล่เรียงย้อนดูปัญหาเหล่านี้
- การแก้ปัญหาทุนเทาและสแกมเมอร์: ผ่านไป 1 ปี นับจากกรณีแต่งตั้งนายวรภัคเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วันนี้ข่าวร้ายย้อนกลับมาอีกครั้ง
- การรับมือวิกฤตสาธารณภัยและภัยธรรมชาติ: กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ทุกคนยังจำได้ดี ส่วนปฏิบัติการวัวหายล้อมคอก เช่น กรณีเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อเรื่องเงียบลงก็เลิกล้อมคอก และรอให้เกิดปัญหาซ้ำรอยอีก
- การแก้ปัญหาราคาพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง: จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุม “ไอ้โม่งโกงน้ำมัน” ได้ และปัจจุบันกำลังเกิดวิกฤตราคาพลังงานรอบใหม่ ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างทำได้เพียงลูบหน้าปะจมูกเช่นกัน
- โครงการ TH-AI Passport: โครงการไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดการณ์ไว้ หลังจากเปิดลงทะเบียนมาระยะหนึ่ง ต้องยอมรับว่า “เงียบสนิท” และแทบไม่มีกระแสเชิงบวกจากประชาชนทั่วไปที่เปิดใช้งาน ส่วนการถูกตรวจสอบเรื่อง TOR ก็อยู่ในวาระการอภิปรายซักฟอกของฝ่ายค้าน
- การจัดการปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น: จนถึงขณะนี้ยังไร้ตัว “ไอ้โม่งสั่งการ” และไม่มีการสั่งให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องออกจากราชการไว้ก่อน โดยข้าราชการระดับสูงที่สุดที่ถูกดำเนินการทางวินัยเป็นเพียงระดับซี 10 แต่ประชาชนเชื่อว่ามีระดับซี 12 หรืออาจถึงซี 14 เกี่ยวข้องด้วย ทว่ากลับถูกตัดตอนทั้งหมด
- การแก้ปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ที่ไม่สำเร็จ: อีกทั้งยังอ้างว่ามี “ไอ้โม่งค้าของเถื่อน” เป็นผู้จุดชนวนความรุนแรง ซึ่งเป็นการมองปัญหาผิดทิศผิดทาง และไม่สามารถถอนทหารเพื่อส่งมอบพื้นที่ชายแดนใต้ให้ฝ่ายพลเรือนรับผิดชอบแทนได้ตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ในปี 2570
- กรณีที่ดินเขากระโดง: กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่พร้อมจะตามหลอกหลอนรัฐบาลภูมิใจไทยตลอดเวลา
- คดีฮั้ว สว. ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมขณะนี้
วิธีแก้เกมของขั้วสีน้ำเงิน
สำหรับแนวทางแก้เกมการเมืองขณะนี้ โดยเฉพาะปมความพยายามพลิกขั้ว ส้มผสมแดง รัฐบาลภูมิใจไทย ได้มีการวางเกมไว้สองขา 2
ขาแรก ใช้แนวคิด 'ข้าผิด... เอ็งผิดด้วย' คือ กรณีการยื่นสอยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคส้ม และกรณีการตรวจสอบพรรคส้มว่ามีการฮั้ว สว. เช่นกัน
ส่วนอีกขา คือการเตรียมดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและขยายฐานอำนาจ เพื่อสกัดพรรคเพื่อไทยในการพลิกขั้วทางการเมือง
ย้อนอุทาหรณ์ทางการเมือง รัฐบาลแข็งโป๊กแต่พังเพราะปมภาพลักษณ์
ทั้งนี้หากย้อนไปในช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ 2 เคยมีเสียงข้างมากเด็ดขาดถึง 377 เสียงเพียงพรรคเดียว แต่กลับถูกกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่ แม้กระทั่งเหตุการณ์คาร์บอมบ์ ประชาชนยังเคลือบแคลงสงสัยว่าเป็นเพียง “คาร์บ๊อง” จนทำให้รัฐบาลทักษิณ 2 ที่เป็นแม่แบบคะแนนเสียงแบบแลนด์สไลด์ ต้องเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น สุดท้ายไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้