สรรเพชญส่ง "วีระยุทธ" ลุยแหลมฉบังแก้รถติด ดัน Truck Queue
25 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

สรรเพชญ บุญญามณี ส่ง วีระยุทธ ลุยท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหารถติด พัฒนาลาน 83 ไร่ ดันระบบ Truck Queue ยกระดับโลจิสติกส์ EEC รองรับขนส่งโต
Business
25 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

สรรเพชญ บุญญามณี ส่ง วีระยุทธ ลุยท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหารถติด พัฒนาลาน 83 ไร่ ดันระบบ Truck Queue ยกระดับโลจิสติกส์ EEC รองรับขนส่งโต
KEY
POINTS
25 มิถุนายน 2569 สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ วีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการพัฒนา ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการจราจร และขับเคลื่อนระบบ Truck Queue หวังลดความแออัดของรถบรรทุก เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้วัดผลสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยเมื่อ 23 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตามข้อสั่งการของ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายธนะพงษ์ สวัสดิ์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 3 (ชลบุรี) นายภัทรพล สีดอกบวบ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชลบุรีที่ 2 พร้อมด้วยผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง
การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าประเด็นสำคัญ ที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญ ประกอบด้วย แผนการแก้ไขปัญหาการจราจรภายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง การพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่ เพื่อใช้เป็นลานอเนกประสงค์รองรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ และความคืบหน้าการทดสอบระบบ Truck Queue เพื่อบริหารจัดการการเข้า-ออกของรถบรรทุกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายวีระยุทธ กล่าวว่า นายสรรเพชญได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ต้นทุนโลจิสติกส์ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของไทย
“สิ่งที่กระทรวงคมนาคมต้องการเห็นคือ ความก้าวหน้าที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน ทุกโครงการต้องมีเป้าหมาย มีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน และมีตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งต่อผู้ประกอบการ ภาคการขนส่ง และประชาชนในพื้นที่” นายวีระยุทธ กล่าว
นายวีระยุทธ ได้ติดตามรายละเอียดแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
ในส่วนของพื้นที่ 83 ไร่ ได้กำชับให้เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ลดความแออัดภายในท่าเรือ และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ได้ติดตามความคืบหน้าระบบ Truck Queue ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการการจราจรภายในท่าเรือ โดยได้มอบหมายให้มีการใช้งานอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการลดระยะเวลารอคอย การลดปริมาณรถสะสม และการเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนของรถบรรทุก เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการขยายผลในระยะต่อไป
“ท่าเรือแหลมฉบังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ การพัฒนาในทุกมิติต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการนำนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้ท่าเรือแห่งนี้สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ” นายวีระยุทธ กล่าว
ภายหลังการประชุม นายวีระยุทธ และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยจะมีการติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและแล้วเสร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้