"ศุภมาส" เข้ม สคบ. สั่งฉลากรถ EV ต้องโปร่งใส ฝ่าฝืนคุก 6 เดือน ปรับ 1 แสน
12 พ.ค. 2569

ศุภมาส นำทีม สคบ. ตรวจโชว์รูมรถ EV กำชับติดฉลากข้อมูลชัดเจน ทั้งระยะทางวิ่งจริงและรายละเอียดแบตเตอรี่ ป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค หากฝ่าฝืนมีโทษหนัก
Business
12 พ.ค. 2569

ศุภมาส นำทีม สคบ. ตรวจโชว์รูมรถ EV กำชับติดฉลากข้อมูลชัดเจน ทั้งระยะทางวิ่งจริงและรายละเอียดแบตเตอรี่ ป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค หากฝ่าฝืนมีโทษหนัก
12 พฤษภาคม 2569 จับตามาตรการเข้ม รถยนต์ไฟฟ้า เมื่อ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจโชว์รูมย้ำการติดฉลากข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับข้อมูลจริงทั้งระยะทางและแบตเตอรี่ สร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาด รถEV ไทยมีความโปร่งใส ป้องกันการโฆษณาเกินจริงที่อาจสร้างความเสียหายต่อเงินออมในกระเป๋าของประชาชน พร้อมเปิดตัว e-Book เปรียบเทียบข้อมูลรถทุกยี่ห้อ สนับสนุนสิทธิ คุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้ข้อบังคับทางกฎหมาย สคบ. ที่มีบทลงโทษรุนแรงทั้งจำและปรับ
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และ สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากการจัดจำหน่าย รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า โดยยี่ห้อแรกที่เดินทางไปตรวจ คือ บริษัท ไฮ-คลาส อีวีคาร์ จำกัด (โชว์รูม BYD Hi-Class สาขาลาดพร้าว) และ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู จำกัด (สาขาขาลาดพร้าว) โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามกับผู้บริหารของโชว์รูม ทั้งเรื่องของฉลากที่จะต้องติดป้ายให้ชัด การใช้งานแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ ราคา การรับประกัน และการแก้ปัญหาต่างๆเรื่องของอะไหล่รถยนต์ ซึ่งถือเป็นมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคด้านรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า จากปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า รถEV เพิ่มมากขึ้น การลงมาตรวจก็เพื่อสร้างมั่นใจกับผู้บริโภค ที่รัฐบาลเป็นห่วงเป็นประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ รถยนต์ที่จะซื้อในแต่ละคัน บางคน อาจจะเป็นเงินที่สะสม ด้วยน้ำพักน้ำแรง มาเกือบทั้งชีวิต การซื้อสินค้า และ บริการจะต้องได้รับการคุ้มครองอย่างดี โดยการกำกับดูแลของรัฐบาล
สำหรับการดูแลสิทธิประโยชน์ แก้ไขปัญหาที่ผู้บริโภค อาจพบเจอในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เน้นย้ำว่ารถ EV เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายควบคุมหลายฉบับ ทั้งจากกระทรวงอุตสาหกรรมในด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และ ความปลอดภัย รวมถึงกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ว่าด้วยเรื่องการจัดทำ "ฉลากสินค้า" ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดง “ฉลาก” ที่มีข้อความถูกต้อง ครบถ้วน เห็นและอ่านได้ชัดเจนที่ตัวรถ หากผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
จากการตรวจสอบพบว่า ฉลากที่ถูกต้อง (สัญลักษณ์สีเขียว) จะต้องระบุข้อมูลที่ครบถ้วน ชัดเจนเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภค แตกต่างจากฉลากที่ไม่ถูกต้อง (สัญลักษณ์สีแดง) ที่แทบจะไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์
-สมรรถนะการขับขี่
-ระยะทางที่รถวิ่งได้ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% (กี่กิโลเมตร)
-เงื่อนไขการทดสอบ เช่น อุณหภูมิหรือจำนวนผู้โดยสาร เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหากการใช้งานจริงไม่ตรงกับที่ระบุไว้
-ข้อมูลแบตเตอรี่ ประเภทแบตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV
-การรับประกัน เงื่อนไขและระยะเวลาการรับประกันแบตเตอรี่ และชิ้นส่วนอะไหล่อื่นๆ รายละเอียดตัวรถ: ยี่ห้อ, รุ่น, ประเภทรถ, ขนาด, น้ำหนัก และระบบเกียร์
-ผู้ผลิตและราคา จะต้องมีชื่อผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต เพื่อให้สามารถติดตามหรือฟ้องร้องได้หากเกิดปัญหา รวมถึงระบุปีที่ผลิต ประเทศที่ผลิต และราคาจำหน่ายที่ชัดเจน
นางสาวศุภมาส ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากเรื่องฉลากแล้ว สคบ. ยังให้ความสำคัญกับ "เนื้อหาการโฆษณา" และ โปรโมชันต่างๆ ผู้ประกอบการต้องทำตามที่ตกลงไว้ เช่น ของแถม ระยะเวลาการส่งมอบรถ และ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่โฆษณาไว้ต้องเป็นไปตามจริง ไม่สร้างความสับสนหรือเอาเปรียบผู้บริโภค การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ทราบถึงสิทธิที่ควรได้รับ และ เป็นการกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเป็นธรรมในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
เมื่อวานนี้ทาง สคบ. ยังได้เรียกประชุมผู้ขายรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20 แบรนด์ ได้มีการพูดคุยกัน และมีการตั้งคณะทำงาน เพื่อหาข้อสรุปและทาง สคบ.เอง ก็จะขอเป็นเจ้าภาพในการทำอีบุ๊ค ของฉลากรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ หากใครจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าอีวี ยี่ห้อใดรุ่นไหน สามารถที่จะเข้าไปในอีบุ๊คเพื่อศึกษารายละเอียดต่างๆ ได้โดยจะมีข้อเปรียบเทียบในแต่ละยี่ห้อให้อย่างชัดเจน ในแอปพลิเคชันของ สคบ. เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเกิดความเป็นธรรม
สำหรับปัญหาส่วนใหญ่ที่ร้องเรียนมา ส่วนใหญ่คือการวิ่งระยะทางไกล ได้ไม่เท่ากับที่โฆษณาโฆษณา ก็มีการชี้แจงกันไป และ เรื่อง โปรโมชั่น ของแถม แต่พอถึงเวลาได้ของไม่ครบ เป็นไปตามที่โฆษณา , เรื่องของอะไหล่รถยนต์แต่ละชิ้นที่รอนานมาก เป็นปัญหาหลักๆ ที่พี่น้องประชาชนเจอและอยากให้ สคบ.ช่วย
ส่วนเรื่องของราคาที่ลดลงอย่างรวดเร็ว หรือซื้อได้ไม่นานแต่ราคาปรับลดดิ่งลงมา มองว่าเวลานี้เรื่องราคาไม่น่าจะมีปัญหาเพราะเริ่มนิ่ง รวมถึงต้นทุนต่างๆ ที่เริ่มนิ่งเพราะ บีโอไอ ได้เข้ามากำกับดูแลรวมถึงมีโรงงานที่ผลิตผลิตในไทย ราคาก็จะเป็นไปตามกลไกของตลาดรถยนต์เอง
ข่าวล่าสุด