เนชั่นทีวี

Nation Story

SPORTS: ศึกแห่งศักดิ์ศรี "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้"

12 ก.ย. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

SPORTS: ศึกแห่งศักดิ์ศรี "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้"

สุดสัปดาห์นี้เตรียมพบกับแมตช์หยุดโลกที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอคอย เมื่อการแข่งขันพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 4 โคจรมาพบกับศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ณ สังเวียนโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2026 เวลา 22.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งไม่ใช่แค่งานล่า 3 แต้มสำคัญเพื่ออันดับบนตารางคะแนนเท่านั้น แต่ยังเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ยอมกันไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว .

⚽[ย้อนรอยความทรงจำสุดคลาสสิกของศึกดาร์บี้แมตช์]

หากพูดถึงแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ นี่คือหนึ่งในการแข่งขันที่การันตีความเดือดและดราม่ามาโดยตลอด ย้อนกลับไปในอดีต มีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะขาดลอย 5-0 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1994 จากการทำแฮตทริกของ อังเดร แคนเชลสกี้ หรือการเอาคืนอย่างบ้าคลั่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2011 ที่บุกมาถล่มถึงถิ่น 6-1 พร้อมท่าฉลองประตูในตำนาน "Why Always Me?" ของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งให้ทีมเรือใบสีฟ้าก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนั้น

 

นอกจากนี้ แฟนบอลยังคงจำภาพลูกยิงจักรยานอากาศสุดมหัศจรรย์ของ เวย์น รูนี่ย์ ในปี 2011 ซึ่งเจ้าตัวยกให้เป็นประตูที่สำคัญที่สุดในชีวิตการค้าแข้งกับปีศาจแดง หรือศึกสุดระทึกในปี 2009 ที่ เคร็ก เบลลามี่ ยิงประตูตีไข่แตกให้แมนฯ ซิตี้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่สุดท้าย ไมเคิล โอเว่น ก้าวออกมาเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยดราม่าพาแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไป 4-3 และในปี 2022 ทัพเรือใบสีฟ้าก็เคยเปิดบ้านรัวยิง 6-3 จากการทำแฮตทริกคู่ของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ และ ฟิล โฟเด้น มาแล้ว

⚽[การวัดกันของกุนซือรุ่นใหม่และความท้าทายบนม้านั่งสำรอง]

ศึกครั้งนี้นับเป็นการเผชิญหน้ากันของสองกุนซือรุ่นใหม่ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ฝั่งเจ้าบ้าน ไมเคิล คาร์ริค อดีตมิดฟิลด์ระดับตำนานของปีศาจแดง ผู้เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่คุมทีมนัดแรกด้วยการพาแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะดาร์บี้แมตช์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนส่งทีมจบอันดับ 3 และคว้าตั๋วแชมเปียนส์ ลีก ได้สำเร็จ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมแบบถาวร โดยในเกมนี้ คาร์ริค มีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด คนแรกในรอบ 113 ปีที่คว้าชัยชนะในศึกดาร์บี้แมตช์ระดับลีกได้ตลอด 2 นัดแรกที่ลงคุมทีม ต่อจาก เอเอช อัลบัต (ปี 1895) และ จอห์น เบนต์ลีย์ (ปี 1913)

 

ขณะที่ฝั่งทีมเยือน เอ็นโซ่ มาเรสก้า เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากเคยผ่านประสบการณ์เป็นผู้ช่วยกวาร์ดิโอล่า และคุมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ รวมถึง เชลซี มาก่อน เกมนี้จะเป็นการคุมทีมลงศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ครั้งแรกของเขา และหากพาซิตี้เก็บชัยชนะได้ จะทำให้เขาเป็นกุนซือเรือใบสีฟ้าคนที่ 9 ที่คว้าชัยในดาร์บี้แมตช์นัดแรก รวมถึงพาซิตี้สร้างสถิติใหม่ด้วยการชนะเปิดฤดูกาล 4 นัดรวดในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่ 7

⚽[เช็กฟอร์มล่าสุดและการเตรียมพร้อมของทั้งสองทีม]

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกสตาร์ตฤดูกาล 2026/27 ได้อย่างร้อนแรงและเป็นหนึ่งในสองทีมร่วมกับอาร์เซนอลที่ยังคงรักษาสถิติชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ในลีก โดยชนะบอร์นมัธ, คริสตัล พาเลซ และโคเวนทรี ซิตี้ รวมถึงล่าสุดเพิ่งบุกไปชนะปอร์โต้ 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ทำให้พวกเขากำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดด้วยผลงานชนะ 4 นัดติดต่อกันทุกรายการ

 

ด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วจะทำผลงานได้ดีที่สุดในลีกนับตั้งแต่คาร์ริคเข้ามาคุมทีม แต่การเปิดฤดูกาลนี้กลับมีฟอร์มที่ยังไม่สม่ำเสมอนัก หลังพ่ายต่อน้องใหม่ ฮัลล์ ซิตี้, รัวยิง อิปสวิช ทาวน์ 5-2 และทำได้เพียงเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 ส่งผลให้พวกเขาเสียไปถึง 2 ประตูต่อเกมใน 3 นัดแรกของลีก อย่างไรก็ตาม ทัพปีศาจแดงเพิ่งเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ทันเวลา จากการเปิดบ้านถล่ม ซาบาห์ ทีมจากอาเซอร์ไบจาน 4-0 ในเกมแชมเปียนส์ ลีก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมเก็บคลีนชีตแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ

 

⚽[ดวลเดือดทุกตำแหน่ง: คีย์แมนสำคัญที่จะชี้ขาดเกม]

ความน่าสนใจของเกมนี้อยู่ที่การประชันหน้ากันของตัวหลักทั้งสองฝั่ง ในตำแหน่งกองหน้า เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ที่ซัดไปแล้ว 5 ประตูจาก 5 นัดในฤดูกาลนี้ และมีสถิติถล่มประตูใส่แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง 8 ลูกจากการเจอ 7 นัด ต้องวัดคมกับ มาเตอุส คุนญ่า ที่ลงเล่นเป็นตัวหลักให้ปีศาจแดงมาตลอด และเคยฝากผลงาน 10 ประตูในฤดูกาลแรกกับทีม

 

ในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ รายาน แชร์กี ผู้เล่นของซิตี้ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการยิง 2 ประตู 2 แอสซิสต์ ต้องดวลกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งกดแฮตทริกใส่อิปสวิชมาสดๆ ร้อนๆ ส่วนเกมแดนกลางจะเป็นการปะทะกันระหว่าง เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์เชิงสูงของซิตี้ กับ ค็อบบี เมนู ดาวรุ่งที่กลับมาทำผลงานได้ดีภายใต้การคุมทีมของคาร์ริค ขณะที่เกมริมเส้น อองตวน เซเมนโย่ จะต้องประชันความฟิตและความเร็วกับ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ของฝั่งเจ้าบ้าน

 

⚽[อัปเดตสภาพความพร้อมและผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม]

สภาพทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับข่าวดีเมื่อ ลุค ชอว์ มีลุ้นลงสนามนัดที่ 300 ในพรีเมียร์ลีก หลังจากอาการตะคริวในเกมลีกล่าสุดไม่ได้รุนแรง แต่จะยังหมดสิทธิ์ใช้งาน คาร์ลอส บาเลบา, มัทไธส์ เดอ ลิกต์, มานูเอล อูการ์เต้, ทอม ฮีตัน และ อาหมัด ดิยัลโล่ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน โดยตำแหน่งหน้าเป้า คาร์ริค ต้องตัดสินใจระหว่าง เบนจามิน เชชโก้ หรือ มาเตอุส คุนญ่า ซึ่งมีโอกาสที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด อาจต้องออกสตาร์ตที่ม้านั่งสำรอง

 

ทางฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไม่มี เฌเรมี่ โดกู ที่ยังมีปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อน่อง แต่จะได้ นิโก้ โอไรล์ลี่ กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ส่วน เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ที่ทำผลงานได้ดีจากการแอสซิสต์ในเกมแชมเปียนส์ ลีก น่าจะได้ออกสตาร์ตตัวจริงต่อเนื่อง โดยมี เอลเลียต แอนเดอร์สัน คุมเกมแดนกลางร่วมกัน

 

เกมนี้จึงเป็นศึกดาร์บี้แมตช์ที่มีเดิมพันสูงยิ่ง ไม่เพียงแต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแย่งชิงพื้นที่หัวตารางช่วงต้นฤดูกาล แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ฝีมือครั้งใหญ่ของทั้ง ไมเคิล คาร์ริค และ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ว่าใครจะเป็นฝ่ายพาทีมครองความยิ่งใหญ่ในเมืองแมนเชสเตอร์ได้ในนัดนี้

ข่าวล่าสุด