เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : "ความเงียบที่น่าตกใจ" แห่งวังเคนซิงตัน: เมื่อการซมซานกลับของแฮร์รี อาจบีบให้วิลเลียมต้องคืนดี?

23 ส.ค. 2569 | NATESAIY

ARTICLE : "ความเงียบที่น่าตกใจ" แห่งวังเคนซิงตัน: เมื่อการซมซานกลับของแฮร์รี อาจบีบให้วิลเลียมต้องคืนดี?

หลังมีข่าวครึกโครมว่า เจ้าชายแฮร์รีจะพาครอบครัวกลับไปสหราชอาณาจักร สื่อต่างจับตาความเคลื่อนไหวที่ "บ้านเวลส์" ซึ่งยังคงเงียบงัน... ท่ามกลางการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญราชวงศ์ที่ชี้ว่า "ความเงียบที่น่าตกใจ บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง" และนี่อาจเป็นกลยุทธ์จงใจบีบให้เจ้าชายวิลเลียมหมดทางเลี่ยงการคืนดี!

ความบาดหมางที่ลึกซึ้งระหว่างเจ้าชายวิลเลียม-เจ้าหญิงแคทเธอรีน (ดยุกและดัชเชสแห่งเวลส์) กับเจ้าชายแฮร์รี-เมแกน (ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์) ทำให้ผู้สันทัดกรณีมองว่า การย้ายครอบครัวกลับมาของซัสเซกซ์ อาจเป็นกลยุทธ์ที่จงใจ "บีบให้" ทั้งสองพระองค์กลับมาคืนดีกัน ในขณะที่พระบิดา (พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3) ยังทรงครองราชย์อยู่

ปีเตอร์ ฮันต์ อดีตผู้สื่อข่าวราชสำนักของ BBC วิเคราะห์ว่า เจ้าชายวิลเลียมน่าจะไม่พอใจอย่างมาก
"ในระยะยาว การกลับมาของซัสเซกซ์จะกลายเป็นการเปิดโอกาสให้เกิด 'ศึกสองบ้าน' แห่งราชสำนัก... ในระยะสั้น แฮร์รีจะสามารถสานสัมพันธ์กับพระบิดาให้แน่นแฟ้นขึ้นได้อีก การกลับมาอยู่บ้านเกิดจะทำให้พระเชษฐาเลี่ยงการคืนดีได้ยากขึ้น การกลับมาอย่างไม่คาดคิดนี้มีแนวโน้มสูงที่จะสร้างความขุ่นเคืองให้เจ้าชายวิลเลียมเป็นอย่างมาก"
 


🔵 [จาก "Fab Four" สู่สงครามประสาทข้ามแอตแลนติก]


ครั้งหนึ่ง เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน (อดีตนักแสดงซีรีส์ Suits) เคยเป็นส่วนหนึ่งของ "Fab Four" ร่วมกับวิลเลียมและแคทเธอรีน (ซึ่งทรงเป็นดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ในขณะนั้น) แต่รอยร้าวเริ่มก่อตัวตั้งแต่ก่อนพิธีเสกสมรสในเดือนพฤษภาคม 2018 จากจุดเล็กๆ ที่แฮร์รีกล่าวหาวิลเลียมว่าดูถูกเจ้าสาวของตน
.
จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2019 มีการประกาศว่าซัสเซกซ์จะย้ายไปตั้งรกรากที่อเมริกา อันเป็นการแตกแยกอย่างถาวร ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ "Megxit" ในปี 2020 การจากไปของซัสเซกซ์เต็มไปด้วยข้อกล่าวหาโจมตีบ้านเวลส์ ลามไปถึงพระเจ้าชาร์ลส์และพระราชินีคามิลลา ผ่านทั้งหนังสือ Spare และสารคดี Netflix

"Fab Four" กลับมาปรากฏตัวร่วมกันแบบเฉพาะกิจครั้งแรกหลัง Megxit คือตอนที่ออกไปดูกองดอกไม้อาลัยแด่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ที่หน้าวังวินด์เซอร์ในเดือนกันยายน 2022 ท่ามกลางความสนใจจากทั่วโลก ส่วนในงานราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์เมื่อปี 2023 แฮร์รีก็เสด็จเพียงลำพังและไม่มีโมเมนต์เข้าใกล้พระเชษฐาเลย
 


🔵 [กลยุทธ์ "Fait Accompli": มัดมือชกพระบิดา?]


รีเบกกา อิงลิช คอลัมนิสต์ของ DailyMail ระบุว่า ไม่ว่าจะเรียกสิ่งนี้ว่า "การกลับลำของเที่ยวบินอิสรภาพ" (Freedom flight's U-turn) หรืออะไรก็ตาม แต่นี่คือสัญญาณบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนสำหรับสถาบันกษัตริย์

แม้วังจะปล่อยถ้อยคำสวยหรูว่า พระเจ้าชาร์ลส์ทรงยินดีที่จะได้พบหน้าครอบครัวซัสเซกซ์มากขึ้น แต่ก็สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้แวดวงราชสำนัก การฟื้นฟูความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การที่จู่ๆ โผล่มาทักทาย "สวัสดีครับคุณปู่!" ถึงหน้าตำหนัก ถือเป็นหนังคนละม้วน

เชื่อว่านี่คือกลยุทธ์ปล่อยข่าวไปยังนักข่าวกลุ่มเล็กๆ เพื่อสร้างภาพว่าพระเจ้าชาร์ลส์มีส่วนช่วยให้พระโอรสองค์เล็กกลับมา โดยไม่สนความรู้สึกพระโอรสองค์โต ภาพลักษณ์ของพระองค์จึงถูกมองว่าทั้งอ่อนแอ ถูกชักใย และเหมือนร่วมมือกับซัสเซกซ์อย่างแนบเนียน

จนราชสำนักต้องรีบปฏิเสธข่าวลือที่ว่า เซอร์ ไคลฟ์ อัลเดอร์ตัน มือขวาของพระองค์จะลาออกเพราะไม่เห็นด้วยกับการไปเจอแฮร์รี โดยยืนยันว่าเซอร์ไคลฟ์คือผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดแจงให้แฮร์รีพบพระบิดาเมื่อเดือนก่อน แม้เขาจะเป็นเป้าหมายความไม่พอใจของแฮร์รีตอนย้ายไปอเมริกาก็ตาม

รีเบกกา ทึ่งต่อ "แผน" ของแฮร์รีที่พาครอบครัวไปเข้าเฝ้าพระบิดาที่ไฮโกรฟเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม (พบกันครั้งแรกในรอบ 4 ปี) โดยไม่แม้แต่จะเอ่ยปากบอกล่วงหน้า แหล่งข่าวยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เคยถูกนำมาหารือ แต่ถูกนำเสนอต่อพระเจ้าชาร์ลส์ในรูปแบบ "การตัดสินใจที่เสร็จสิ้นไปแล้ว" (Fait accompli)

สถานการณ์ยิ่งน่าแปลกใจเมื่อมีข่าวว่า เมแกนได้แอบไปดูโรงเรียนสองแห่งในย่าน Cotswolds สำหรับอาร์ชี (7 ขวบ) และลิลิเบต (5 ขวบ) พร้อมเล็งบ้านพักเอาไว้แล้ว ข่าวการกลับมาแบบเต็มตัวจึงสร้างความตกตะลึงให้แวดวงราชสำนัก ทั้งที่ซัสเซกซ์เพิ่งจะบอกว่า "สถานที่แห่งนี้อันตรายเกินกว่าจะพาครอบครัวมาเยือน" ก็ตาม ปฏิกิริยามีตั้งแต่ขบขัน (ที่อ้างว่าระบบกึ่งทำกึ่งถอนตัวใช้ได้ผล แต่สุดท้ายก็ขอกลับมา) ไปจนถึงความหวาดหวั่น


🔵 [ความเงียบจากเคนซิงตัน และจุดยืนที่เด็ดเดี่ยว]


สำนักพระราชวังบักกิงแฮมปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น เช่นเดียวกับ ความเงียบงันจากพระราชวังเคนซิงตัน (บ้านเวลส์) ซึ่งแหล่งข่าวระบุชัดว่า วิลเลียมและแคทเธอรีนไม่มีความสนใจที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ซัสเซกซ์ทำหรือพูด
.
มีความกังวลว่าหากซัสเซกซ์กลับมา ทุกย่างก้าวจะถูกวิเคราะห์หาเค้าลางการกลับมาทำหน้าที่ ซึ่งอาจเบี่ยงเบนความสนใจจากคนทำงานจริง แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า พวกเขาจะไม่ทำหน้าที่พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง เพราะพระเจ้าชาร์ลส์ทรงยึดมั่นจุดยืนนี้อย่างเด็ดเดี่ยว "สิ่งเดียวที่พระองค์ให้ความสำคัญ คือการปกป้องสิ่งที่ถูกต้องสำหรับสถาบันกษัตริย์ และโดยเฉพาะความสัมพันธ์กับบ้านเวลส์... ความรู้สึกของเจ้าชายวิลเลียมจะต้องได้รับความเคารพอย่างแน่นอน"

ปัจจุบัน เจ้าชายแห่งเวลส์กำลังพักผ่อนอยู่ที่บัลมอรัล และไม่ทรงปรารถนาที่จะคืนดีกับพระอนุชาเลย สมาชิกราชวงศ์คนอื่นๆ ยังคงจำพฤติกรรมที่ไม่เคารพต่อสมเด็จพระราชินีนาถผู้ล่วงลับและเจ้าชายฟิลิปในช่วงบั้นปลายได้ดี จึงไม่อาจเต็มใจมาร่วมสร้างภาพครอบครัวอบอุ่นอีกครั้ง

บุคคลในแวดวงราชวงศ์ถึงกับเปรยว่า "เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่เรารู้ สำหรับสองคนนี้ มักจะมีอะไรแบบนี้เสมอแหละ" ขณะที่บางกลุ่มกังวลว่าทั้งคู่กำลังพยายามสร้าง "ราชสำนักคู่แข่ง" ขึ้นมาเทียบเคียงบัคกิงแฮมและเคนซิงตัน

นับตั้งแต่ถอนตัว แฮร์รีมีท่าทีแข็งกร้าวในการแถลงต่อสาธารณะ ถึงขั้นเคยวิจารณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียงไม่กี่วันก่อนที่พระเจ้าชาร์ลส์จะเสด็จเยือนอเมริกาเมื่อต้นปี ซึ่งนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การอยู่อเมริกายากขึ้น จนต้องซมซานหอบครอบครัวกลับแผ่นดินเกิด

ข่าวล่าสุด