เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : สานฝันคนไทย! “ฉางเอ๋อ-7” ยานอวกาศจีนมุ่งสู่ดวงจันทร์

23 ส.ค. 2569 | กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ

OPINION : สานฝันคนไทย! “ฉางเอ๋อ-7” ยานอวกาศจีนมุ่งสู่ดวงจันทร์

ตอนนี้ผมอยู่ที่เกาะไหหลำ ประเทศจีนครับ วันอังคารนี้ (25 สิงหาคม) ผมจะเป็นหนึ่งในสักขีพยานในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่จีนจะส่งยานลำล่าสุดไปยังดวงจันทร์ นั่นคือ “ฉางเอ๋อ-7” โดยเป็นภารกิจที่สานฝันด้านอวกาศของคนไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น เพราะหนึ่งในองค์ประกอบของยานเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอวกาศ “CE-7 MATCH” จากฝีมือการพัฒนาของนักวิจัยคนไทย

ในยุคที่สหรัฐฯ กับจีนเป็นสองมหาอำนาจที่แข่งขันกันในทุกมิติ หนึ่งในเรื่องที่ทำให้คนทั้งโลกตื่นเต้นก็คือ การกิจสำรวจอวกาศซึ่งในอดีตเป็นการแข่งกันระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียต ปัจจุบันจีนและสหรัฐฯ ต่างมุ่งสู่ดวงจันทร์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่แค่การกลับไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์เท่านั้น แต่คือการสร้างฐานถาวร เพื่อให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตบนดวงจันทร์ได้ในระยะยาวและต่อยอดสู่การเดินทางไปยังดาวอังคารที่ไกลออกไป


🔵 [ศึกประชัน “เทพีแห่งจันทรา”]


หลายสิบปีก่อนเราอาจคุ้นเคยกับชื่อภารกิจ “อพอลโล” ขององค์การนาซา ซึ่งเป็นชื่อของเทพแห่งดวงอาทิตย์ของชาวกรีก ตามตำนานอพอลโลมีพี่สาวฝาแฝดชื่อว่า “อาร์ทีมิส” ซึ่งเป็นเทพแห่งดวงจันทร์ และเป็นที่มาของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของนาซาในยุคปัจจุบัน ในขณะที่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ขององค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีนหรือ CNSA ก็ตั้งชื่อตามความเชื่อเกี่ยวกับ “ฉางเอ๋อ” เทพธิดาแห่งดวงจันทร์เช่นกัน โดยเรื่องราวของฉางเอ๋อก็คือที่มาของเทศกาลไหว้พระจันทร์นั่นเอง

แม้องค์การนาซาได้เริ่มต้นโครงการอาร์ทิมิสในปี 2560 ในสมัยแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่กว่าที่ยานอาร์ทิมิส 1 จะได้ออกเดินทางก็ต้องรออีก 5 ปีถัดมา โดยภารกิจแรกเป็นการทดสอบการส่งยานไปโคจรรอบดวงจันทร์โดยยังไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย ตามมาด้วยยานอาร์ทิมิส 2 เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ที่ส่งลูกเรือไป 4 คน สร้างประวัติศาสตร์การเดินทางของมนุษย์ที่ไกลจากโลกมากที่สุด 406,771 กิโลเมตร

ส่วนหลังจากนี้จะตามมาด้วยภารกิจอาร์ทิมิส 3 ช่วงปลายปีหน้าที่จะทดสอบการเชื่อมต่อยานลงจอดบนดวงจันทร์ในวงโคจรโลก ก่อนที่ในปี 2571 ภารกิจอาร์ทิมิส 4 จะพามนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งในรอบกว่า 50 ปี และตามมาด้วยยานอาร์ทิมิส 5 ในการเริ่มต้นสร้างฐานบนดวงจันทร์

🔵 [“ฉางเอ๋อ 7” สู่ขั้วใต้ของดวงจันทร์]


ภารกิจฉางเอ๋อของจีนเริ่มต้นในปี 2547 และพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในเวลาอันรวดเร็ว โดยมียานฉางเอ๋อ 1 และ 2 โคจรรอบดวงจันทร์เพื่อสำรวจพื้นที่ลงจอดที่เป็นไปได้ ก่อนที่ในปี 2556 ยานฉางเอ๋อ 3 ได้ส่งยานลงจอดและสำรวจดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรกของจีน ตามมาด้วยยานฉางเอ๋อ 4 ที่สามารถลงจอดบน “ด้านไกลของดวงจันทร์” ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ในปี 2563 ยานฉางเอ๋อ 5 ได้นำตัวอย่างจากดวงจันทร์กลับมายังโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 46 ปี ขณะที่ยานฉางเอ๋อ 6 ได้เก็บตัวอย่างจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมายังโลก ส่วนในวันพรุ่งนี้ยานฉางเอ๋อ 7 จะออกไปสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ ก่อนที่อีก 2 ปีข้างหน้ายานฉางเอ๋อ 8 จะเดินหน้าทดสอบความเป็นไปได้ต่างๆ ในการใช้ทรัพยากรบนดวงจันทร์สร้างสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (ILRS) ซึ่งมีสมาชิก 13 ประเทศรวมถึงไทย และในที่สุดจีนจะส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ภายในปี 2572-2573
 
เช้าวันอังคาร ยานฉางเอ๋อ 7 จะเดินทางออกจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชางบนเกาะไหหลำ โดยจรวด Long March-5 Y14 เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง นั่นคือ ขอบของปล่องภูเขาไฟแช็คเคิลตันบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ นี่ถือเป็นภารกิจการสำรวจดวงจันทร์ด้วยหุ่นยนต์ที่ทะเยอทะยาน ครอบคลุม และซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา

หลังจากปล่อยขึ้นสู่อวกาศ ยานฉางเอ๋อ-7 จะโคจรรอบดวงจันทร์เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนที่จะปล่อยยานลงจอดบนพื้นผิวในช่วงปลายปี เมื่อลงจอดยานสำรวจจะกระโดดไปยังปล่องภูเขาไฟเพื่อค้นหาแหล่งน้ำแข็ง ซึ่งแม้ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีน้ำแข็งอยู่บนดวงจันทร์ แต่ยังไม่เคยมีใครประเมินทรัพยากรน้ำบนดวงจันทร์ได้อย่างชัดเจน

🔵 [สานฝันคนไทยไปดวงจันทร์]


นอกจากภารกิจหลักของจีนแล้ว ยานฉางเอ๋อ 7 ยังนำ 7 ความฝันของคนหลายชาติเดินทางไปยังดวงจันทร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ PmL-Ch7 ของรัสเซียสำหรับตรวจจับฝุ่นบนดวงจันทร์, อุปกรณ์สะท้อนแสงเลเซอร์ของอิตาลี, กล้องโทรทัศน์ขนาดเล็กที่พัฒนาโดยสมาคมหอสังเกตการณ์ดวงจันทร์สากลบนเกาะฮาวายร่วมกับมหาวิทยาลัยฮ่องกง, กล้อง LunaHcam ที่บาห์เรนและอียิปต์พัฒนาเพื่อสร้างภาพความละเอียดสูงของพื้นผิวดวงจันทร์, เครื่องสเปกโทรมิเตอร์วัดปริมาณรังสีที่สะท้อนจากโลกโดยสวิตเซอร์แลนด์

และที่ขาดไม่ได้ก็คือ CE-7 MATCH หรือ Chang’E-7 Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope ของคนไทย อุปกรณ์โดยนักวิจัยจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ใช้เวลาพัฒนามานานกว่า 2 ปี ทำหน้าที่ตรวจวัดสภาพอวกาศ รังสีคอสมิก และอนุภาคพลังงานสูงในวงโคจรรอบดวงจันทร์ นอกจากนี้บนจรวด Long March-5 ที่จะปล่อยยานฉางเอ๋อยังมีตราสัญลักษณ์ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ติดอยู่ให้เห็นอย่างชัดเจนด้วย

นี่คือประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่อุปกรณ์ของไทยไปไกลถึงดวงจันทร์ และผมมั่นใจว่านี่จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของคนไทยกับภารกิจสำรวจอวกาศเท่านั้น หลังจากนี้ไทยจะมีส่วนร่วมในภารกิจระดับนานาชาติอีกมากโดยเฉพาะสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ และเราอาจได้เห็นคนไทยบนสถานีอวกาศเทียนกงของจีนในอนาคตอีกไม่นานเกินรอ แต่ที่ไม่ต้องรอก็คือ การปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 ที่ผมอยากชวนทุกคนมาร่วมนับถอยหลังความภาคภูมิใจของคนไทยไปพร้อมๆ กันในวันอังคารนี้ครับ
 


🔵 [หมายเหตุ]


ล่าสุดสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติประกาศเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 Y14 ในภารกิจฉางเอ๋อ 7 ออกไปประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้การเลื่อนกำหนดการดังกล่าว ไม่ได้มีผลเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH ของไทย ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ในสถานะพร้อมสำหรับภารกิจ สำหรับวันและเวลาปล่อยครั้งใหม่จะแจ้งให้ทราบทันทีที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ข่าวล่าสุด