"แม่ทัพ 4" ลุยบาเจาะตรวจจุดเกิดเหตุ! ยืนยัน ฮ. ไม่ได้ยิงประชาชน ชี้คนร้ายป่วนใต้ เพราะโดนกดดันหนัก
23 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"แม่ทัพ 4" ลุยบาเจาะตรวจจุดเกิดเหตุ! ยืนยัน ฮ. ไม่ได้ยิงประชาชน ชี้คนร้ายป่วนใต้ เพราะโดนกดดันหนัก จ่อลุยล้างบางเครือข่าย
ข่าว
23 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"แม่ทัพ 4" ลุยบาเจาะตรวจจุดเกิดเหตุ! ยืนยัน ฮ. ไม่ได้ยิงประชาชน ชี้คนร้ายป่วนใต้ เพราะโดนกดดันหนัก จ่อลุยล้างบางเครือข่าย
KEY
POINTS
23 สิงหาคม 2569 พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) พร้อมด้วย พันเอก อนิรุจน์ ดิษฐประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บาเจาะ จังหวัดนราธิวาส พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ ตรวจสอบความเสียหาย และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของกำลังพล พร้อมมอบขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อุทิศตน เพื่อดูแลความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยยึดมั่นว่าความปลอดภัยและความสุขของพี่น้องประชาชนคือเป้าหมายสูงสุด
ด้าน พลโท นรธิป ได้ระบุยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ในคืนเกิดเหตุมีการนำเฮลิคอปเตอร์และโดรนบินลาดตระเวนจริง แต่ไม่มีการใช้อาวุธหรือยิงกระสุนจากอากาศยานแต่อย่างใด พร้อมเปิดทางให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาเพื่อความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ เชื่อว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่ผู้ก่อเหตุพยายามสร้างสถานการณ์ไม่ได้มุ่งหวังต่อชีวิตประชาชนหรือข้าราชการโดยตรง แต่เป็นการทำเพื่อดิสเครดิตเจ้าหน้าที่
จากการวิเคราะห์ของฝ่ายข่าวเชื่อว่าเป็นผลมาจากการที่เจ้าหน้าที่เปิดยุทธการกดดันกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา ทั้งการปิดล้อมตรวจค้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเปิดยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด รวมถึงการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้มีการกระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับความคืบหน้าทางคดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว 2 ราย พร้อมเร่งขยายผลเครือข่าย ตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ปปง. เพื่อติดตามแหล่งทุนของผู้กระทำผิด
นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการในระยะยาว โดยจะเดินหน้าผลักดันโครงการ “รั้วชายแดน” เพื่อสกัดกั้นการก่อเหตุและอาชญากรรม พร้อมยืนยันชัดเจนว่า “ไม่มีการซูเอี๋ยกับผู้กระทำผิด” ใครที่ทำผิดจะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ขณะที่ผู้เห็นต่างทางการเมืองยังคงใช้แนวทางพูดคุยควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง