เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: สายลับสาวจีน "คลุกวงใน" เจนเซน หวง เจ้าพ่อ Nvidia จริงหรือ? ข่าวกรองสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวเลือกไม่ขยับ

31 ต.ค. 2569 | nation_ent

WORLD: สายลับสาวจีน "คลุกวงใน" เจนเซน หวง เจ้าพ่อ Nvidia จริงหรือ? ข่าวกรองสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวเลือกไม่ขยับ

The New York Times เผยรายงานข่าวกรอง จีนใช้ "นางนกต่อ" เข้าหา เจนเซน หวง เจ้าพ่อ Nvidia เพื่อจัดหาชิป AI ให้จีน โดยใช้บริษัทในสิงคโปร์เป็นตัวกลางเพื่อเลี่ยงการตรวจจับของสหรัฐฯ แล้วทำไมผู้นำสหรัฐฯ ถึงเลือกไม่ทำอะไร?

ลองนึกภาพว่าคุณคือผู้บริหารที่ทุกคนอยากพบ แล้ววันหนึ่งมีคนบอกว่า หนึ่งในคนที่คุณพบอยู่บ่อย ๆ อาจเป็น "สายลับ" ของอีกประเทศหนึ่ง

 

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ "เจนเซน หวง" (Jensen Huang) ผู้ร่วมก่อตั้ง Nvidia บริษัทผลิตชิปประมวลผลกราฟิกในปี 1993 และเป็น CEO กับประธานบริษัทมาจนถึงวันนี้ ตามรายงานเอ็กซ์คลูซีฟของ The New York Times ระบุว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ รวบรวมข้อมูลลับพบว่า เขากำลังตกเป็นเป้าหมายในแผนจารกรรมของจีน

 

🔵[ใครคือ "อลิซ หวง" ผู้ถูกจับตา?]

รายงานระบุว่า "อลิซ หวง" (Alice Huang) หรือ "หวง เล่อ" (Huang Le) เป็นพลเมืองจีน และเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ซึ่งต่อมาถูกระบุว่าคือ Megaspeed เธอตกเป็นเป้าการตรวจสอบเพราะอาจเกี่ยวข้องกับการจัดหาชิป AI ขั้นสูงของ Nvidia ให้จีน และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังสรุปว่าเธอเป็นสายลับที่คอยส่งข้อมูลให้ทางการปักกิ่ง

.

แต่เรื่องไม่ได้จบแค่นั้น เพราะสิ่งที่พบต่อมา น่ากังวลยิ่งกว่า

🔵[เมื่อเธอ "ใกล้ชิด" กับเจ้าพ่อ AI]

จากการเฝ้าติดตาม พบว่าอลิซ หวง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจนเซน หวง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ พยายามสกัดไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการไล่ตามหรือแซงหน้าในศึกชิงความเป็นผู้นำด้าน AI แต่กลับพบว่าปักกิ่งได้รับข้อมูลจากคนที่ "เข้าถึงตัวเจนเซน หวง ได้โดยตรง"

 

ทำไมเรื่องนี้ถึงใหญ่? เพราะเจนเซน หวง (ชื่อจีนว่า หวง เหรินซวิน) คือหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลสูงสุดของการปฏิวัติ AI จนได้ฉายา "เจ้าพ่อแห่งวงการ AI" (Godfather of AI) บางคนเปรียบเขาเป็นคนขาย "เสียม" ให้นักขุดทองในยุคตื่นทอง เพราะชิป GPU ของ Nvidia คือรากฐานที่ทำให้โมเดล AI ยุคใหม่เกิดขึ้นได้

 

🔵[ทรัมป์รู้แล้ว แต่ทำไมไม่ทำอะไร?]

เจนเซน หวง เป็นพันธมิตรคนสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ข่าวกรองนี้จึงสร้างความตื่นตระหนกให้ทำเนียบขาว เมื่อราวหนึ่งปีก่อน ทรัมป์ได้รับรายงานสรุปเรื่องนี้ ซึ่งไม่เคยเปิดเผยมาก่อน แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ดำเนินการใด ๆ

 

เหตุผลคือ ความกังวลว่าหากไปแทรกแซงยอดขายชิป Nvidia ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและตลาดหุ้น อาจส่งผลลบ และอาจทำให้ความสัมพันธ์การค้าสหรัฐฯ-จีนซับซ้อนขึ้นไปอีก

 

คำถามคือ เมื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับความมั่นคงของชาติมาชนกัน เราควรให้น้ำหนักอะไรก่อน?

🔵[ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าเรื่องชิป]

The New York Times อ้างอิงการสัมภาษณ์ผู้ที่ทราบรายละเอียดการเฝ้าระวัง โดยผู้ให้ข้อมูลขอสงวนนามเพราะเป็นข่าวกรองชั้นความลับ และยังมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ รวมถึงผู้บริหารและนักวิเคราะห์ในวงการ AI

 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สงสัยมาก่อนแล้วว่าอลิซ หวง ช่วยให้จีนเลี่ยงข้อจำกัดการเข้าถึงชิป AI ขั้นสูง แต่การเปิดเผยว่าเธอส่งข้อมูลตรงไปยังปักกิ่ง ทำให้เรื่องน่าหนักใจกว่าเดิม เพราะอาจรวมถึงความเป็นไปได้ที่เธอล่วงรู้แนวคิดของทรัมป์ ในประเด็นสำคัญของทั้งสองประเทศ ซึ่งคาดว่าจะถูกหยิบมาหารือระหว่างที่ทรัมป์เยือนจีนเพื่อร่วมประชุมสุดยอด APEC ที่เมืองเซินเจิ้น ในเดือนพฤศจิกายน

 

อีกคำถามที่ตามมาคือ เธอเข้าถึงข้อมูลภายในของ Nvidia ได้หรือไม่ ทั้งที่ Nvidia เป็นบริษัทสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ในการรักษาความได้เปรียบของสหรัฐฯ ด้านโมเดล AI ล้ำสมัย และแหล่งข่าวระบุว่า เจนเซน หวง ยังไม่ได้รับ "การบรรยายสรุปเพื่อการป้องกัน" (defensive briefing) ซึ่งเป็นคำเตือนที่มักมอบให้ชาวอเมริกันที่ตกเป็นเป้าหมายของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ

 

🔵[Nvidia และ Megaspeed ว่าอย่างไร?]

แหล่งข่าวระบุว่า การเฝ้าระวังอลิซ หวง ยังดำเนินอยู่ และ Megaspeed ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้สั่งซื้อชิป AI ของ Nvidia รายใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงซื้อชิปต่อเนื่องในปีนี้ ฝั่ง Nvidia ชี้ว่า Megaspeed เป็นเพียงลูกค้าในภูมิภาครายหนึ่ง เหมือนลูกค้ารายอื่น ๆ และก่อนหน้านี้บริษัทเคยตรวจสอบและหักล้างข้อกล่าวหาว่าบริษัทสิงคโปร์แห่งนี้ลักลอบส่งชิปไปจีนแล้ว

 

จอห์น ริซโซ โฆษกของ Nvidia ชี้แจงว่า การที่เจนเซน หวง พบปะกับอลิซ หวง ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะการพบลูกค้าเป็นหน้าที่ของ CEO ซึ่งในแต่ละปีเขาคุยกับผู้บริหารลูกค้าหลายพันคน และ Nvidia มั่นใจว่าหากรัฐบาลสหรัฐฯ เห็นว่าใครเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรม รัฐบาลย่อมแจ้งให้ทราบ พร้อมยืนยันว่าลูกค้าอย่าง Megaspeed ได้รับเพียงข้อมูลธุรกิจทั่วไป ไม่ใช่ความลับทางการค้าสำคัญ และไม่มีข้อมูลด้านความมั่นคงของชาติ

 

ด้านทำเนียบขาว CIA และ NSA ปฏิเสธแสดงความเห็น ส่วน Megaspeed แถลงต่อ The New York Times ว่า "คณะผู้บริหารชุดปัจจุบัน" ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังที่สุด ได้ว่าจ้างที่ปรึกษากฎหมายภายนอกตรวจสอบภายในอย่างละเอียด และแจ้งรัฐบาลสหรัฐฯ แล้วว่าพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

 

เมื่อทั้งสองฝ่ายพูดไม่ตรงกัน คำถามที่ผู้อ่านอาจอยากถามคือ ใครกันแน่ที่ควรเป็นผู้ตัดสินว่าอะไรคือ "ภัยคุกคาม"?

 

🔵[ย้อนดูชีวิตส่วนตัวของ "เจนเซน หวง"]

เมื่อชื่อ "อลิซ หวง" ถูกพูดถึง คนจำนวนมากจึงย้อนไปดูเรื่องส่วนตัวของเจนเซน ซึ่งที่ผ่านมาเขาคบผู้หญิงเพียงคนเดียวคือ "ลอรี่" (Lori) และแต่งงานกับเธอ ทั้งสองรู้จักกันจากการทำงานในห้องแล็บมหาวิทยาลัยสมัยเรียนที่สหรัฐฯ นัดทำการบ้านด้วยกันตอนสุดสัปดาห์ ก่อนพัฒนามาเป็นการออกเดท กินข้าว ดูหนัง และแต่งงานกันในที่สุด

 

ทั้งคู่มีลูก 2 คน คือ "แมดิสัน หวง" (Madison Huang) ลูกสาว ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Nvidia และ "สเปนเซอร์ หวง" (Spencer Huang) ลูกชาย ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Nvidia โดยเริ่มจากการเป็นนักศึกษาฝึกงาน ไม่ได้รับตำแหน่งผู้บริหารทันที

 

🔵[แล้วเราควรมองเรื่องนี้อย่างไร?]

ข่าวนี้ยังเป็นเพียงข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตน และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ แต่มันสะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่ AI คือขุมพลังของโลก ชิปเพียงชิ้นเดียวอาจมีน้ำหนักทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง

 

ถ้าเป็นคุณ คิดว่าสหรัฐฯ ควรเข้มงวดกับเรื่องนี้แค่ไหน โดยไม่ทำให้ธุรกิจและตลาดหุ้นสั่นคลอน? และเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องความมั่นคง ประเทศอย่างไทยควรเตรียมรับมืออย่างไรกับการแข่งขันของมหาอำนาจ?

ข่าวล่าสุด