ออยศรีร้อง ปอศ. สอบเส้นทางเงิน บุ๋ม-มูลนิธิองค์กรทำดี
31 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"ออยศรี" หอบหลักฐานเข้าให้ปากคำ ตร.ปอศ. เอาผิดบุ๋ม-มูลนิธิองค์กรทำดี กางหลักฐานตั้งข้อสงสัยเส้นทางเงินบริจาค พบมีบัญชีรับเงิน 3 บัญชี ทั้งชื่อมูลนิธิและบัญชีส่วนบุคคล
ข่าว
31 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"ออยศรี" หอบหลักฐานเข้าให้ปากคำ ตร.ปอศ. เอาผิดบุ๋ม-มูลนิธิองค์กรทำดี กางหลักฐานตั้งข้อสงสัยเส้นทางเงินบริจาค พบมีบัญชีรับเงิน 3 บัญชี ทั้งชื่อมูลนิธิและบัญชีส่วนบุคคล
KEY
POINTS
31 ตุลาคม 2569 นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี เจ้าของเพจ “ออยศรีและผองเผือก” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ปอศ. เพื่อให้ปากคำแจ้งความเอาผิด บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พร้อมคณะกรรมการ มูลนิธิองค์กรทำดี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน
นางสาวบุญยนุช แสงศรี เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ออยศรีและผองเผือก” พร้อมด้วยนายภูวกร ศรีเนียน ภาคี HETA จรรยาบรรณองค์กร มูลนิธิ และสื่อ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย ที่โอนเงินเข้ามูลนิธิองค์กรทำดี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. เพื่อให้ปากคำ หลังจากเข้าแจ้งความเอาผิดมูลนิธิองค์กรทำดี นำโดย บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และคณะกรรมการมูลนิธิรวม 5 คน ในความผิดข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไปเมื่อวานนี้ เนื่องจากนำเงินมูลนิธิที่เป็นเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ออยศรี เปิดเผยว่า วันนี้เข้ามาให้ปากคำในฐานะผู้เสียหายที่มาแจ้งความให้ดำเนินคดี และได้นำพยานหลักฐานต่าง ๆ มาไล่เรียงให้พนักงานสอบสวนดู ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในการบริจาคเงิน จนนำไปสู่ความเสียหาย และเรื่องราวที่ตัวคุณบุ๋มและช่างเอ๋พูด ดังนั้นต้องดูว่าคุณบุ๋มนำเงินไปใช้ถูกวัตถุประสงค์หรือไม่ และเมื่อวานนี้ที่ไปแจ้งความยังไม่มีการสอบปากคำ ตำรวจจึงเรียกมาวันนี้ ไม่ใช่ตำรวจทำงานเร็ว
"ต่อให้ตนเองโอนเงินแค่ 5 บาทก็จะทำ เพราะถือเป็นผู้เสียหาย เนื่องจากตนเองทำด้วยใจบริสุทธิ์ ดังนั้นการที่คุณบุ๋มออกมารับเงินบริจาค ทำด้วยใจบริสุทธิ์หรือไม่ก็ต้องไปพิสูจน์กัน ส่วนใครจะเกี่ยวข้องบ้างนั้น ตนเองคงจะตอบไม่ได้ แต่รายชื่อที่เข้าไปมีความสัมพันธ์กับมูลนิธิ เราดำเนินคดีหมด"
ส่วนกรณีที่มีคณะกรรมการลาออกนั้น ส่วนตัวมองว่า ไม่ว่าจะลาออกวันนี้หรือเมื่อวานก็ไม่มีผล เพราะความผิดสำเร็จแล้ว และคณะกรรมการที่ลงรายชื่อไว้ก็ต้องร่วมรับผิดชอบเช่นกัน
ออยศรี ตั้งข้อสังเกตว่า มูลนิธิมีบัญชีรับบริจาคทั้งหมด 3 บัญชี ประกอบด้วยบัญชีชื่อมูลนิธิ 1 บัญชี และบัญชีส่วนบุคคลอีก 2 บัญชี ซึ่งมีชื่อนางสาวปนัดดาต่อท้าย และตั้งข้อสังเกตต่อว่า
หากมีการโอนเงินที่มีมูลค่าเกิน 50,000 บาท ต้องใช้การสแกนใบหน้าของประธานมูลนิธิเพื่ออนุมัติรายการ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องตรวจสอบว่า ประธานมูลนิธิรับทราบการเบิกจ่ายเงินหรือไม่ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการโอนเงินไปยังช่างเอ๋และมีการส่งต่อเงินเข้าบัญชีสามีของประธานมูลนิธิ ซึ่งต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดต่อไป
ส่วนกรณีการเบิกจ่ายเงินที่มีมูลค่าเกิน 500,000 บาท กลุ่มผู้ร้องเรียนระบุว่า ตามข้อบังคับจะต้องมีมติในวาระการประชุมรองรับ จึงต้องตรวจสอบว่าการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ รวมถึงคณะกรรมการที่มีชื่อในเอกสารจะต้องร่วมรับผิดชอบตามข้อเท็จจริง และการลาออกภายหลังไม่ทำให้ความรับผิดในกรณีที่เกิดขึ้นแล้วสิ้นสุดลง
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคุณบุ๋มและคุณก็อตนัดเจอกัน ตนเองไม่แน่ใจว่าไปเจอกันจริงหรือไม่ ไม่กล้าตัดสินใจ แต่การเจอกัน ถ้าถามตนเอง ตนเองมองว่า เงินออกจากคุณบุ๋ม คุณบุ๋มก็ต้องพิสูจน์ว่าออกไปทำไม และคุณก็อตก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่าเอาไปไหนต่อ หรือจบที่คุณแล้วไม่ได้ย้อนกลับไปที่มูลนิธิ
ส่วนกรณีที่มีการออกมาพูดถึงลาสบอสคือใครนั้น ออยศรีบอกว่า ใครเป็นคนเปิดเรื่องนี้คนแรกก็ต้องไปถามคนนั้น ซึ่งตนเองก็ยังไม่รู้ว่าใคร แต่ลาสบอสก็อาจจะรู้สึกงงตัวเองว่า เขาเป็นลาสบอส พอตนเองถาม ทนายเดชา แกก็บอกไม่ต้องมายุ่ง ซึ่งทนายเดชาอาจจะแซวเล่นก็ได้ และยืนยันย้ำว่า วันนี้คดีอาญาเริ่มขึ้นแล้วก็จะไม่ถอนด้วย
ขณะที่ นายภูวดล ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า 2 ปีที่ผ่านมา คือปี 67-68 มูลนิธิองค์กรทำดีไม่เคยยื่นงบการเงินเลย จึงเป็นจุดที่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงไม่ยื่น ทั้งที่ปี 65-66 ก็ยื่นปกติ
ออยศรี ยังพูดถึงกรณีที่ นางชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ออกมาชี้แจงว่า การที่ ออยศรีนำข้อมูลในคดีปลอมลายเซ็นที่ศาลพิพากษาไปแล้วมาพูดในสาธารณะ จะละเมิดอำนาจศาล ว่า ตนอยากจะออกมาแถลงข่าวอย่างชัดเจน จะได้นำหลักฐานออกมาให้ดูทั้งหมด แต่วันนี้ตนมาในเรื่องของคุณบุ๋ม แต่เมื่อสื่อถามมา ก็ขอพูดนิดหนึ่งว่า กรณีคดีปลอมแปลงลายเซ็น ความจริงแล้วมันพูดได้ และตนเองก็อยากจะพูด เพราะในชั้นศาลมีการเซ็นรับสารภาพกับศาลไปแล้ว และที่บอกว่าละเมิดศาล ออยศรียืนยันว่า พูดได้ พูดประจำ เพราะมันคือข้อเท็จจริง แต่ถ้าอยากจะฟ้องก็ฟ้องเลย
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามออยศรีว่า จะมีการไปตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ด้วยหรือไม่ ออยศรีกล่าวว่า เรื่องนี้ทางทนายตั้มได้ตรวจมา 2 เดือนแล้ว ทนายตั้มทำไม่สำเร็จเหรอ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าที่ทำไม่สำเร็จ เพราะทนายตั้มอ่อนแอเกินไป หรือ กันจอมพลังบริสุทธิ์ แต่หากตรวจพบว่า มูลนิธิของคุณกันไปโกง หรือเอาเปรียบความรักความเชื่อใจประชาชน ออยก็จะตรวจสอบเหมือนกัน แต่เรื่องคุณกันไปถามทนายตั้มดีกว่า