🔵 [ย้อนรอยฝันร้าย "ไห่หนาน" บทเรียนที่สหรัฐฯ ไม่เคยลืม]
ความผิดพลาดครั้งนี้ ทำให้วงการทหารย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์สะเทือนโลกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2001 เมื่อเครื่องบินลาดตระเวนและสอดแนม EP-3 Aries II ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบินขับไล่ J-8II ของกองทัพจีนเหนือทะเลจีนใต้
เหตุการณ์บานปลายจนเกิดการเฉี่ยวชนกันกลางอากาศ ส่งผลให้เครื่องบินจีนตกและนักบินจีน (หวัง เหว่ย) เสียชีวิต ส่วนเครื่องบิน EP-3 ของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นักบินสหรัฐฯ ตัดสินใจนำเครื่องบินร่อนลงจอดฉุกเฉินที่ "ฐานทัพอากาศหลิงสุ่ย" บนเกาะไห่หนาน (ไหหลำ) ของจีนโดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เพื่อรักษาชีวิตลูกเรือทั้ง 24 คน ก่อนที่ทางการจีนจะบุกควบคุมตัวลูกเรือไว้ทั้งหมดเพื่อสอบสวนเป็นเวลาถึง 11 วัน
รัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ต้องออกแถลงการณ์ด้วยคำว่า "เสียใจอย่างยิ่ง" (Letter of Two Sorries) ต่อการเสียชีวิตของนักบินจีน ทางการจีนจึงยอมปล่อยตัวลูกเรือทั้งหมดกลับประเทศ
เหตุการณ์นั้นนอกจากจะสร้างความตึงเครียดทางการทูตครั้งใหญ่แล้ว สหรัฐฯ ยังต้องสูญเสียข้อมูลลับทางเทคโนโลยีการดักฟังบนเครื่องบิน EP-3 ให้จีนเข้าไปตรวจสอบและชำแหละอย่างละเอียด ก่อนที่จีนจะส่งคืน "ซากเครื่องบิน" ที่ถูกถอดประกอบกลับไปในภายหลัง
การที่ชิ้นส่วนเครื่องบินรบยุคที่ 5 หลุดไปไกลถึงฮ่องกงระหว่างการขนส่ง จึงนำมาสู่คำถามสำคัญว่า เรื่องนี้เป็นเพียงความผิดพลาดของระบบโลจิสติกส์ทั่วไป หรือแท้จริงแล้วคือหนึ่งในปฏิบัติการใต้ดินที่แนบเนียนที่สุดของมหาอำนาจกันแน่?