เนชั่นทีวี

ข่าว

"หมอชลน่าน" ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้รัฐธรรมนูญ 60 เปิดช่องโหว่ที่มา สว. หนุนแก้รายมาตรา

29 ส.ค. 2569 | prisana_tha

"หมอชลน่าน" ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้รัฐธรรมนูญ 60 เปิดช่องโหว่ที่มา สว. หนุนแก้รายมาตรา

"หมอชลน่าน" ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน เตือนการเมืองยุคใหม่ ระวัง "โจรสมองเพชร" วางแผนมานาน โทษรัฐธรรมนูญ 60 เปิดช่องโหว่ที่มา สว.แบบนี้ หนุนแก้ไขรายมาตรา

"หมอชลน่าน" ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน เตือนการเมืองยุคใหม่ ระวัง "โจรสมองเพชร" วางแผนมานาน โทษรัฐธรรมนูญ 60 เปิดช่องโหว่ที่มา สว.แบบนี้ หนุนแก้ไขรายมาตรา

KEY

POINTS

  • “ชลน่าน” ชี้วิกฤตการเมืองต้องแก้ทั้งระบบ มองปัญหาการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ และการตรวจสอบอำนาจเชื่อมโยงกัน หากกลไกถ่วงดุลอ่อนแอ จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อประชาธิปไตย
  • โทษรัฐธรรมนูญ 2560 เปิดช่องที่มา สว. ระบุไม่ควรกล่าวโทษ สว.ทั้งหมดจากปมฮั้ว เพราะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่เห็นว่ารัฐธรรมนูญเปิดช่องให้เกิดระบบที่เป็นปัญหา พร้อมสนับสนุนการแก้ไขรายมาตราในประเด็นที่เร่งด่วน
  • “ชลน่าน-อภิสิทธิ์” แลกมุมมองการเมือง ชลน่านเรียกร้องผู้มีอำนาจใช้ความกล้าหาญทางการเมืองแก้ปัญหาประเทศ ขณะที่ อภิสิทธิ์ ย้ำการเมืองต้องอยู่บนพื้นฐานความจริง พร้อมเชิญ ชลน่าน ร่วมงาน “Homecoming” พรรคประชาธิปัตย์ ครบรอบ 80 ปี

29 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ในเวทีผู้นำฝ่ายค้าน "การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่นความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ" ช่วงวงเสวนา “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น และผลกระทบต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” โดย 3 อดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

 

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตและสส.อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตั้งแต่ได้รับการประสานงานจากทีมงานของผู้นำฝ่ายค้าน ตนก็มีความกังวลใจ แต่ว่าเวทีนี้ก็เป็นเวทีของสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวทีผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน ตนมีประสบการณ์มากในการจัดเวทีแบบนี้และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้นึกถึงตอนเคยทำหน้าที่และถ้าเราเข้ามามีส่วนร่วมก็น่าจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองการเมืองในปัจจุบันและระบบการเมืองในปัจจุบัน แต่ยังมีข้อกังวลว่าตนเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทยอยู่ แม้จะไม่มีตำแหน่งบริหารพรรค แม้จะเคยเป็นอดีตหัวหน้าพรรค แต่ตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่สมาชิกคนหนึ่ง

"หมอชลน่าน" ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้รัฐธรรมนูญ 60 เปิดช่องโหว่ที่มา สว. หนุนแก้รายมาตรา

 

เมื่อดูรายละเอียดของการจัดงานแล้วในช่วงที่ต้องมาพูด เป็นเวทีเสวนาระหว่างผู้นำฝ่ายค้าน ในเรื่องวิกฤตทางการเมืองกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับกลไกการตรวจสอบ รวมถึงบ้านเมืองเราจะรอดหรือไม่ จึงตัดสินใจมาซึ่งไม่ได้เป็นมติพรรค เพียงแต่แจ้งให้พรรคทราบในฐานะที่เป็นสมาชิก ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ได้ปิดกั้นและไม่ได้ห้ามแต่มีข้อกังวลและข้อห่วงใยว่า พรรคเพื่อไทยเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกิดผลกระทบกับพรรคแน่นอน เพราะไม่ได้เป็นผู้ตรวจสอบโดยตรง ตนเป็นเพียงผู้มาให้ความคิดเห็น เพื่อให้คนที่มีหน้าที่โดยตรงหรือองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเอาความคิดเห็นเราไปทำ

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ตัดสินใจมาในวันนี้ก็เพราะเป็นเวทีผู้นำฝ่ายค้าน มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมวงเสวนาด้วย ซึ่งตนประทับใจตั้งแต่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตนหวังอยู่ลึก ๆ ว่า ประเด็นที่กำลังพูดคุยอยู่นี้เป็นวิกฤตทางการเมือง ความเชื่อมั่นลดลงตามลำดับ สะท้อนว่าบ้านเมืองเราจะไปต่อได้อย่างไร นี่จึงเป็นตัวชี้วัดที่ดีสำหรับความเชื่อมั่นในระบบการเมือง และเชื่อว่าการที่ตนมาในวันนี้วิกฤตทางการเมืองจะลดลง เพิ่มความเชื่อมั่นในระบบการเมืองให้มากขึ้น ตัวรัฐบาลเองที่เป็นองคาพยพหนึ่งในมิติทางการเมือง ในฝ่ายบริหาร ชัดเจนว่าระบบการเมืองเป็นระบบแบ่งแยกอำนาจ ทุกอำนาจเป็นอิสระต่อกัน แต่ต้องตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ระบอบนี้ถึงจะไปรอด

นายแพทย์ชลน่าน ยังกล่าวว่า ข้อกังวลที่ห่วงใยที่สุดคือ ถ้าเราไม่ทำให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุล ให้กลไกเข้าสู่อำนาจรัฐการใช้อำนาจรัฐการตรวจสอบอำนาจรัฐ เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย เราอาจจะไม่มีระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

 

"วิกฤตนี้กับระบบที่เป็นอยู่ อันไหนมาก่อนกัน เป็นผลพวงที่ส่งผลต่อกันและกันระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่ถูกทำให้อ่อนแอทำให้ไร้ประสิทธิภาพ ตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อผลประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่ม ยิ่งไปเติมเต็มวิกฤต ความเชื่อมั่นสุดท้ายถึงวิกฤตศรัทธา และอาจถูกนำไปอ้างเพื่อเปลี่ยนระบบ ฉะนั้นเราจะแก้จุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ต้องไปทั้งระบบ" นายแพทย์ชลน่านกล่าว

 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

 

นายแพทย์ชลน่าน ยังกล่าวว่า ระบบการตรวจสอบทุกอย่างทุกอย่างให้ไปอยู่ในตัวบทกฎหมายสุดท้ายมีการตัดสินด้วยกระบวนการยุติธรรม ยุติธรรมซึ่งจะมีคำว่ายุติ-ธรรม ซึ่งจะเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ข้อเสนอกับที่ทุกคนบอกว่าต้องไปจบที่ศาล เรามีหน้าที่อะไรก็ต้องทำไปตามนั้น กกต. มีหน้าที่ไปหาเหตุอันควรเชื่อได้ว่า และหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า แต่สิ่งที่ปรากฏในบ้านเมืองขณะนี้จะเพียงพอหรือไม่กับคำว่าอันควร วิญญูชนพึงคิดได้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ระบบการตรวจสอบสมดุล เกิดความเชื่อมั่นลดภาวะวิกฤตลงก็ให้เป็นไปตามระบบ และดำเนินไปตามกฎหมายในสิ่งที่ควรจะเป็น สำหรับผลประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติและประชาชน

 

"การเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจและการตรวจสอบอำนาจ มันเป็นเรื่องที่เป็นวิกฤตทั้ง 3 ระบบ ไม่แปลกที่ทุกคน จะมุ่งตรงไปที่การเข้าสู่อำนาจของทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น สส. สว. องค์กรอิสระหรือองค์กรตุลาการ แม้เราจะไม่มีหน้าที่โดยตรงแต่ก็อยู่บนเงื่อนไขว่าต้องตรวจสอบถ่วงดุลได้" นายแพทย์ชลน่านกล่าว

 

นายแพทย์ชลน่าน ยังระบุว่า ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ มีความอัจฉริยะในการนำเสนอคือโน้มน้าวชักจูงให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ เพราะมิติทางการเมืองความเชื่อคือความจริงทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องจริง นายอภิสิทธิ์สามารถอภิปรายในสภาบอกว่านี่คือแมว ทั้ง ๆที่เป็นหมา แต่ทำให้ทุกคนเชื่อว่านี่เป็นแมวได้และคนก็เชื่อว่าเป็นแมว เพราะฉะนั้นในมิติทางการเมืองความเชื่อคือความจริง และในระบบประชาธิปไตยต้องตัดสินด้วยเสียงข้างมาก แต่ในยุคนี้ถ้าไม่มาช่วยกันแก้ นโยบายผลงานการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนก็จะมีค่าเท่ากับศูนย์ ดังนั้นตนอยากสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเมือง เพราะนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ตำหนิตนที่มาพูดบนเวทีนี้ก็ถือว่าเปิดกว้างให้มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุล ถ้าเราช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นได้ ก็จะเป็นกฎหมายที่ทำให้ระบบการเมืองเราก้าวหน้าต่อไป การเข้าสู่อำนาจขณะนี้สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือผู้มอบอำนาจโดยไม่รู้สึกตัว ว่าอำนาจที่มอบให้นั้นเกิดจากอำนาจที่แท้จริงของเขาหรือไม่ และยังไม่รู้ว่าไม่ชอบ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องช่วยกันคือการเข้าสู่ระบบอำนาจต้องมีความชอบธรรมด้วย ถ้าการเข้าสู่อำนาจถูกชี้นำให้เป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้เป็นตามที่เขาวางไว้ โอกาสที่จะมีส่วนร่วมของประชาชนก็ค่อนข้างยากและบุคคลที่จะมาเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุลก็ขอฝากไว้ด้วย

 

"คุณขนกระสุนไปเป็นร้อย กับอีกกลุ่มหนึ่งขนไปแค่ 30 แต่มีกระบวนการจัดการ การบริหารที่ดีเยี่ยม 30 ชนะ การสร้างบริบททางการเมือง สร้างสภาพแวดล้อมไม่ใช่เฉพาะวันเลือกตั้ง เขาปูมาเรื่อย ๆ ไม่ใช้เงินสักบาทเพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ร้อยนึงเขาก็เลือก เพราะบริบทการเมืองมันเอื้อมาแล้ว เพราะฉะนั้นการจัดการสำคัญที่สุดบริหารฐานคะแนน อย่างที่ทุกคนเห็นทำไมเขาถึงสร้างกลุ่มตัวแทนเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นเพราะความชาญฉลาดผมยอมรับนับถือความชาญฉลาดนี้ ถ้าเป็นโจรเรียกว่าโจรสมองเพชรน่ากลัวมาก สมองเพชรถ้าใช้ประโยชน์ในทางที่ดีกับประเทศชาติบ้านเมือง มันจะเจริญรุ่งเรืองมาก บ้านเมืองก็จะอยู่อย่างมีความสุข " นายแพทย์ชลน่านกล่าว

 

"หมอชลน่าน" ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้รัฐธรรมนูญ 60 เปิดช่องโหว่ที่มา สว. หนุนแก้รายมาตรา

 

ขณะที่นายอภิสิทธิ์​ ยังขอใช้สิทธิ์พาดพิง​ พร้อมหันไปแตะมือนายแพทย์ชลน่าน และกล่าวว่า “ต้องพูดไว้ล่วงหน้าเพราะหาตัวยาก ตุลาคมนี้พรรคประชาธิปัตย์จะจัด homecoming รวบรวมศิษย์เก่า​ ที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิก จึงขอเชิญล่วงหน้า เนื่องจากครบโอกาสที่พรรคครบ 80 ปี แต่ตนยังเป็นหัวหน้าพรรคที่อายุน้อยกว่าพรรค​ และขอชี้แจงคนเข้าใจผิดว่าพรรคประชาธิปัตย์พูดแมวเป็นหมา พูดหมาเป็นแมว คือจริง ๆ ฝ่ายค้านในอดีต ต้องยอมรับว่าเครื่องไม้เครื่องมือในการสื่อสารอยู่ในมือรัฐบาล เพราะฉะนั้นง่ายที่สุดคือฝ่ายรัฐบาล ก็บอกว่าแมวเป็นหมา หน้าที่เราก็คือใช้ความสามารถ ให้ถึงที่สุดในเวทีสภาให้คนเห็น จริง ๆ แล้วมันคือแมว” ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะหัวเราะ และกล่าวต่อว่า

 

" คุณหมอคงไม่ลืมว่า สัจจัง​ เว​ อมตา วาจา​ เราต้องอยู่บนความจริงครับ" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

"หมอชลน่าน" โทษรัฐธรรมนูญ 60 เปิดช่องโหว่ที่มา สว.แบบนี้ หนุนแก้ไขรายมาตรา

 

ทั้งนี้ นายแพทย์ชลน่าน กล่าวถึงกรณีฮั้ว สว.ว่า ส่วนตัว มองว่าขณะนี้เรามี สว. 200 กว่าคน ทำหน้าที่อยู่ในสภาแม้บางส่วนมีข้อสงสัยว่า ฮั้ว ว่าโกง ซึ่งต้องพิสูจน์กันต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตนไม่โทษคนจัดการ ไม่โทษ สว.เพราะฟัง สว.บางคน ตนก็เห็นใจท่าน ว่า "สว.ชุดปัจจุบันทำอะไรที่เสียหายต่อบ้านเมืองหรือไม่" ดังนั้นตนจะพูด 2 เรื่อง คือ ที่มาและการทำหน้าที่ โดยในส่วนของที่มานั้นตนไม่โทษ สว. เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 เปิดช่องให้เข้ามาได้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่ตัวรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดช่องเปิดโอกาสตรงนี้ เปิดกลไกให้ได้มาซึ่ง สว.แบบที่เราเห็นอยู่ หลายคนบอกว่าที่มาแบบนี้จะวิกฤต และมันจะไปไม่รอด

 

"หมอชลน่าน" ร่วมเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้รัฐธรรมนูญ 60 เปิดช่องโหว่ที่มา สว. หนุนแก้รายมาตรา

 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า คนเราอยู่ไม่ถึงร้อยปี ดังนั้นคนที่ทำหน้าที่กำกับดูแลบ้านเมืองทุกคนถ้ามองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติ ประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักจริงๆ แล้วเชื่อว่าทุกอย่างคลี่คลายได้ บางเรื่องเราไม่ว่าถ้าท่านทำเพื่อการอยู่รอด เราพออภัยให้ได้ แต่อย่าเกินเลยไปจนทำให้ภาพรวมเสียหาย ดังนั้นการใช้อำนาจของ สว.ขอให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ซื่อสัตย์สุจริตตามรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านได้ปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ขณะเข้าทำหน้าที่ ว่าจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ตนคิดว่าก็จะแก้ได้ จึงฝาก สว. ในมุมที่ทำหน้าที่ของท่าน

 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาบ้านเมืองมี 2 ส่วน คือส่วนของคน และระบบ ซึ่งการแก้คนนั้นแก้ได้ แต่แก้ยาก ส่วนการแก้ไขระบบนั้นแก้ได้ แต่จะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบริบทสภาพแวดล้อม และสิ่งที่คนกังวลคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าคนแก้ คนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องยังเป็นระบบเดิม ก็หวังได้ยากว่า รัฐธรรมนูญจะออกมาตามที่ต้องการ ดังนั้นการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มาของ สสร.ก็ดี คนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี ต้องคิดให้รอบคอบ ปิดช่องว่างช่องโหว่ที่จะทำให้เกิดการบิดเบือนบิดพลิ้วให้มากที่สุด และตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าแก้ไขรายมาตรานั้น ตนก็เห็นด้วยเพราะบางอย่างต้องรีบดำเนินการ เพราะการจะหวังเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมันยาก อะไรที่ทำได้ต้องทำไปก่อน วันนี้ประชามติออกมาแล้ว 21 ล้านเสียง ให้ดำเนินการได้ เพื่อนำมาสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน การใช้อำนาจ เข้าสู่อำนาจและการตรวจสอบเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง

 

"สิ่งสำคัญคือฝากถึงนายกฯ และผู้ใช้อำนาจ เมื่อท่านได้โอกาสจากประชาชนแล้วใช้โอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความกล้าหาญทางการเมือง เจตนารมณ์ทางการเมืองอันนี้สำคัญ ปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของบ้านเมือง ปกป้องประชาชน ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ขอเถอะครับให้ใช้ความกล้าหาญทางการเมืองมาช่วยกันทำตรงนี้ ถ้า 3 องค์ประกอบนี้ไปด้วยกัน ผมว่าแก้ได้ขอให้ช่วยกัน แม้ผมจะเป็นประชาชนคนธรรมดาก็มาช่วยกัน ผมก็ยินดีทำให้ทุกคนมีคุณภาพที่ดีขึ้นมา อย่าทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง ทุกคนมีความสำคัญ" นายแพทย์ชลน่าน กล่าว

 

ข่าวล่าสุด