🔵[อนุรักษ์นิยมขวัญใจ “เจนซี”]
ปกติแล้วกลุ่มคนรุ่นใหม่มักถูกมองว่าถูกจริตกับอุดมการณ์แบบเสรีนิยม แต่จากเสน่ห์ส่วนตัวของทาคาอิจิวัย 64 ปี ทำให้เธอกลายเป็นผู้นำอนุรักษ์นิยมขวัญใจคนเจนซีไปแบบไม่น่าเชื่อ โดยทาคาอิจิมีผู้ติดตามบน X ถึง 2.6 ล้านคน จนหัวหน้าพรรคแกนนำฝ่ายค้านที่มีผู้ติดตามแค่ 64,000 คนเทียบไม่ติด
ผลโพลที่วัดคะแนนนิยมตามช่วงวัยพบด้วยว่า คนรุ่นใหม่ชื่นชอบเธอท่วมท้นถึง 90% จนเกิดกระแสที่เรียกว่า “ซานะคัตสึ” ถึงขั้นที่คนแห่ซื้อของกินของใช้ตามแบบทาคาอิจิจนสินค้าขาดตลาดและทำให้ผู้ผลิตประหลาดใจที่ผู้ซื้อเปลี่ยนจากรุ่นป้ากลายเป็นรุ่นหลาน สินค้าที่ได้อานิสงค์จาก “ซานะคัตสึ” มีตั้งแต่กระเป๋าหนังราคา 28,000 บาทที่ทาคาอิจิใช้ประจำและคนที่จะซื้อตอนนี้ต้องรอคิวนานถึง 9 เดือน ปากกาลูกลื่นสีชมพูที่ใช้จดบันทึกที่สภา ไปจนถึงข้าวเกรียบกุ้งที่ทาคาอิจิถือโชว์บนขบวนรถไฟ
🔵[“ทรัมป์” เชียร์สุดใจ]
ระเบียบโลกในปัจจุบันยังคงถูกท้าทายโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทรัมป์ออกโรงโพสต์โซเชียลเชียร์ทาคาอิจิ ทั้งที่ปกติแล้วผู้นำประเทศควรหลีกเลี่ยงการออกตัวสนับสนุนผู้สมัครในการเลือกตั้งของประเทศอื่น เพราะสามารถถูกมองได้ว่า “แทรกแซงกิจการภายใน” แต่ทรัมป์ไม่สน แถมยังมั่นใจว่าทาคาอิจิจะชนะจนนัดพบเธอล่วงหน้าที่ทำเนียบขาวในวันที่ 19 มีนาคมนี้
ทรัมป์บอกว่า เขาพร้อมรับรองทาคาอิจิอย่างเต็มที่และสมบูรณ์ และชมว่าเธอเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ทรงพลัง ชาญฉลาด “รักชาติ” อย่างแท้จริง และเธอจะไม่ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นผิดหวัง โดยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ประกาศเชียร์ผู้ท้าชิงในการเลือกตั้งของประเทศอื่น ก่อนหน้านี้เขาเคยสนับสนุนผู้สมัครประธานาธิบดีฮอนดูรัสจนชนะเลือกตั้งมาแล้ว และล่าสุดก็ประกาศสนับสนุนนายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บาน ของฮังการีก่อนการเลือกตั้งในเดือนเมษายนนี้ด้วย
🔵[“จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์” ชี้ขาดชัยชนะ]
ท้ายที่สุดทาคาอิจิจะนำพาพรรคแอลดีพีให้ชนะเลือกตั้งได้มากแค่ไหน อาจขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ด้วย โดยญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีคนออกมาเลือกตั้งโดยเฉลี่ยประมาณ 55% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือ First Voter ที่มีสถิติใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมาเพียง 36% ในกรุงโตเกียว ตรงข้ามกับผู้สูงอายุที่มีสัดส่วนกว่า 70%
นอกจากนี้การเลือกตั้งยังเกิดขึ้นในช่วงฤดูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กมัธยมปลาย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ฉุดตัวเลขการใช้สิทธิ์ของ First Voter ได้ ประกอบกับปัจจัยที่คาดไม่ถึงจากสถานการณ์หิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์จนมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 35 ราย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปีที่จัดขึ้นกลางฤดูหนาว
ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไร รัฐบาลจะแลนด์สไลด์หรือไม่ อีกไม่กี่อึดใจคงได้รู้กัน ส่วนเราคนไทยก็อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติกันด้วยนะครับ!