svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : นารีขี่ม้าขาว! “นายกฯ ญี่ปุ่น” แบกพรรครัฐบาล จ่อชนะแลนด์สไลด์

08 ก.พ. 2569

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงกับการเลือกตั้งของประเทศญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในวันเดียวกับบ้านเรา ทุกคนได้ไปใช้สิทธิ์ของตัวเองกันมาหรือยังครับ ในขณะที่เมืองไทยกำลังลุ้นกันว่าหน้าตาของรัฐบาลจะเป็นสีอะไรผสมกัน ที่ญี่ปุ่นเขากำลังจับตากันว่าพรรคแอลดีพีที่นำโดยนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ซานาเอะ ทาคาอิจิ จะอุ้มพรรคแอลดีพีชนะเลือกตั้งได้มากแค่ไหน

ยิ่งเข้าใกล้วันเลือกตั้งมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าผลโพลที่ออกมาจะยิ่งทำให้ทาคาอิจิมั่นใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องแล้วในการยุบสภาแม้นั่งในตำแหน่งได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น เพราะทุกสำนักฟันธงตรงกันว่า พรรคแอลดีพีจะชนะเลือกตั้งและได้เสียงข้างมากในสภาอย่างแน่นอน จากเดิมที่พรรคเป็นเสียงข้างน้อยในทั้ง 2 สภา จนต้องจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกพรรคจึงจะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งมาแบบปริ่มน้ำ

 

🔵[นารีขี่ม้าขาว]

คะแนนนิยมในตัวทาคาอิจิต่างกับความนิยมในพรรคแอลดีพีราวฟ้ากับเหว เพราะในขณะที่ทาคาอิจิมีคะแนนอยู่ที่ 60-70% คะแนนของพรรคกลับน้อยกว่ากันเท่าตัว นั่นหมายความว่า ชัยชนะของพรรคแทบจะมาจากการ “แบก” ของทาคาอิจิคนเดียว โดยสภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นมีทั้งสิ้น 465 ที่นั่ง เท่ากับว่าต้องได้ 233 ที่นั่งขึ้นไปจึงจะได้เสียงข้างมาก

ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์โยมิอุริระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า พรรคแอลดีพีน่าจะได้ สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อรวมกัน 261 ที่นั่ง ขณะที่บางโพลให้จำนวนที่นั่งสูงกว่า 300 ที่นั่งด้วยซ้ำ นอกจากนี้แอลดีพียังมีพรรคร่วมรัฐบาลอีก 1 พรรค นั่นคือ พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่นหรืออิชิน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้ สส.ไปราว 34 คน ซึ่งเมื่อรวมกับ 261 ที่นั่งของแอลดีพีจะออกมาสูงถึง 295 ที่นั่ง

.

สวนทางกับพรรคฝ่ายค้านหลักที่เกิดจากการรวมตัวกันของ 2 พรรคกลายเป็น “แนวร่วมปฏิรูปสายกลาง” คาดว่าจะทำผลงานได้ย่ำแย่ลงเหลือไม่ถึง 100 ที่นั่ง ขณะเดียวกันยังมีอีกพรรคที่ต้องจับตา นั่นคือ พรรคซันเซโตะซึ่งมีแนวคิดขวาจัด ต่อต้านชาวต่างชาติ และเชื่อในทฤษฎีสมคบคิด โดยคาดว่าจะได้ สส.เพิ่มจาก 2 คนเป็น 10 คน หรือทำผลงานได้ดีกว่าเดิมถึง 5 เท่า!

 

🔵[จากรัฐบาลปริ่มน้ำ...สู่เผด็จการสภา?]

เมื่อคาดการณ์กันว่าพรรครัฐบาลจะได้เสียงข้างมาก แต่คำถามคือ แล้วจะเป็นเสียงข้างมากแบบไหน โดยทั่วไปจะแบ่งเสียงข้างมากในสภาออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ แบบปริ่มน้ำ คือ รูปแบบที่เคยเป็นก่อนยุบสภา แบบมีเสถียรภาพ คือ ได้ 261 ที่นั่งเป็นต้นไป จะทำให้รัฐบาลสามารถควบคุมการทำงานของคณะกรรมาธิการได้ทุกชุดและผ่านร่างกฎหมายได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะร่างงบประมาณรายจ่าย

 

เสียงข้างมากแบบสุดท้าย คือ เสียงข้างมากแบบพิเศษ คือ ได้ที่นั่งมากกว่า 2 ใน 3 ของสภา หรือ 310 ที่นั่งขึ้นไป ซึ่งในเมืองไทยอาจจะเคยมีคนใช้คำเรียกว่า “เผด็จการสภา” ในอดีต หมายความว่า นอกจากจะมีอำนาจแบบเด็ดขาดในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังสามารถใช้เสียงของ สส.ลงมติยืนยันกฎหมายที่ถูกตีตกจากวุฒิสภาที่พรรครัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อยได้อีกด้วย

🔵[อนุรักษ์นิยมขวัญใจ “เจนซี”]

 

ปกติแล้วกลุ่มคนรุ่นใหม่มักถูกมองว่าถูกจริตกับอุดมการณ์แบบเสรีนิยม แต่จากเสน่ห์ส่วนตัวของทาคาอิจิวัย 64 ปี ทำให้เธอกลายเป็นผู้นำอนุรักษ์นิยมขวัญใจคนเจนซีไปแบบไม่น่าเชื่อ โดยทาคาอิจิมีผู้ติดตามบน X ถึง 2.6 ล้านคน จนหัวหน้าพรรคแกนนำฝ่ายค้านที่มีผู้ติดตามแค่ 64,000 คนเทียบไม่ติด

 

ผลโพลที่วัดคะแนนนิยมตามช่วงวัยพบด้วยว่า คนรุ่นใหม่ชื่นชอบเธอท่วมท้นถึง 90% จนเกิดกระแสที่เรียกว่า “ซานะคัตสึ” ถึงขั้นที่คนแห่ซื้อของกินของใช้ตามแบบทาคาอิจิจนสินค้าขาดตลาดและทำให้ผู้ผลิตประหลาดใจที่ผู้ซื้อเปลี่ยนจากรุ่นป้ากลายเป็นรุ่นหลาน สินค้าที่ได้อานิสงค์จาก “ซานะคัตสึ” มีตั้งแต่กระเป๋าหนังราคา 28,000 บาทที่ทาคาอิจิใช้ประจำและคนที่จะซื้อตอนนี้ต้องรอคิวนานถึง 9 เดือน ปากกาลูกลื่นสีชมพูที่ใช้จดบันทึกที่สภา ไปจนถึงข้าวเกรียบกุ้งที่ทาคาอิจิถือโชว์บนขบวนรถไฟ

 

🔵[“ทรัมป์” เชียร์สุดใจ]

ระเบียบโลกในปัจจุบันยังคงถูกท้าทายโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทรัมป์ออกโรงโพสต์โซเชียลเชียร์ทาคาอิจิ ทั้งที่ปกติแล้วผู้นำประเทศควรหลีกเลี่ยงการออกตัวสนับสนุนผู้สมัครในการเลือกตั้งของประเทศอื่น เพราะสามารถถูกมองได้ว่า “แทรกแซงกิจการภายใน” แต่ทรัมป์ไม่สน แถมยังมั่นใจว่าทาคาอิจิจะชนะจนนัดพบเธอล่วงหน้าที่ทำเนียบขาวในวันที่ 19 มีนาคมนี้

 

ทรัมป์บอกว่า เขาพร้อมรับรองทาคาอิจิอย่างเต็มที่และสมบูรณ์ และชมว่าเธอเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ทรงพลัง ชาญฉลาด “รักชาติ” อย่างแท้จริง และเธอจะไม่ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นผิดหวัง โดยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ประกาศเชียร์ผู้ท้าชิงในการเลือกตั้งของประเทศอื่น ก่อนหน้านี้เขาเคยสนับสนุนผู้สมัครประธานาธิบดีฮอนดูรัสจนชนะเลือกตั้งมาแล้ว และล่าสุดก็ประกาศสนับสนุนนายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บาน ของฮังการีก่อนการเลือกตั้งในเดือนเมษายนนี้ด้วย

 

🔵[“จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์” ชี้ขาดชัยชนะ]

ท้ายที่สุดทาคาอิจิจะนำพาพรรคแอลดีพีให้ชนะเลือกตั้งได้มากแค่ไหน อาจขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ด้วย โดยญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีคนออกมาเลือกตั้งโดยเฉลี่ยประมาณ 55% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือ First Voter ที่มีสถิติใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมาเพียง 36% ในกรุงโตเกียว ตรงข้ามกับผู้สูงอายุที่มีสัดส่วนกว่า 70%

 

นอกจากนี้การเลือกตั้งยังเกิดขึ้นในช่วงฤดูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กมัธยมปลาย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ฉุดตัวเลขการใช้สิทธิ์ของ First Voter ได้ ประกอบกับปัจจัยที่คาดไม่ถึงจากสถานการณ์หิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์จนมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 35 ราย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปีที่จัดขึ้นกลางฤดูหนาว

 

ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไร รัฐบาลจะแลนด์สไลด์หรือไม่ อีกไม่กี่อึดใจคงได้รู้กัน ส่วนเราคนไทยก็อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติกันด้วยนะครับ!