svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ไลฟ์สไตล์

Abang Adik สองพี่น้อง ณ สุดขอบชนชั้นล่าง และจุดล่างสุดแห่งความชายขอบ

21 พฤษภาคม 2567
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

ก่อนจะมาถึงไทย และได้ชื่อเรื่องภาษาไทยว่า ล่าฝันเมืองเดือด หนังเรื่อง Abang Adik นั้นทำเงินถล่มทลายในไต้หวัน ทั้งยังได้เข้าชิงรางวัลม้าทองคำ ครั้งที่ 60 ถึง 7 สาขา และคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (อู๋ คังเหริน) มาครอง

แวบแรกเองผู้เขียนก็สับสนกับภาพยนตร์เรื่อง Abang Adik (2023) เล็กน้อย เรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศมาเลเซีย แต่นักแสดงนำของเรื่องคือ อู๋ คังเหริน ดาราหนุ่มจากไต้หวัน แถมเขายังคว้ารางวัลนักแสดงนำชายจากเวทีม้าทองคำ (Golden Horse Awards) เมื่อปี 2023 มาได้ แต่ที่จริงนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร แม้ประชากรส่วนใหญ่ของมาเลเซียจะเป็นชาติพันธุ์มลายู (สัดส่วนราว 60%) แต่ยังมีชาวมาเลย์เชื้อสายจีนอีกราว 20% ซึ่งคนมาเลย์จีนกับไต้หวันใช้ภาษาจีนกลางเหมือนกัน (แน่นอนว่ามีความแตกต่างในรายละเอียด) ส่วนรางวัลม้าทองคำแม้จะจัดที่ไต้หวัน แต่ก็มอบให้กับหนังทั้งหมดที่ใช้ภาษาจีน เรียกว่าเป็นออสการ์ของหนัง(พูด)จีนก็ได้

Abang Adik (2023). ภาพจาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

เป็นที่ทราบกันว่าชาวมาเลย์เชื้อสายจีนถือเป็นพลเมืองชั้นสองในมาเลเซีย เหตุเกิดจากชาวงทศวรรษ 60 ชาวมาเลย์จีนเริ่มมีบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น เป็นเจ้าของกิจการใหญ่โต ชาวมลายูเริ่มไม่พอใจ จนนำไปสู่การปะทะของทั้งสองฝั่ง รัฐบาลจึงเริ่มใช้นโยบายภูมิบุตรในยุค 70s กล่าวคือชาวมลายูจะได้สิทธิด้านต่างๆ ก่อนชาติพันธุ์อื่นๆ ไม่ว่าจะการศึกษา การรักษาพยาบาล การรับราชการ ฯลฯ มาเลเซียจึงเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ แต่ก็มีปัญหาความขัดแย้งและเหลื่อมล้ำเช่นกัน
 

ลักษณะของการเป็นชนชั้นที่ต่ำกว่าหรือถูกกดทับคือหัวใจหลักของ Abang Adik ผู้กำกับ เลย์ จินอ่อง กำหนดให้เรื่องราวเกิดขึ้นในตลาดสดที่ดูไม่ค่อยสะอาดนัก ตัวเอกเป็นพี่น้องสองคนที่จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด เขาถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ไม่มีใบเกิด เป็นคนไร้สัญชาติ ยิ่งไปกว่านั้น คนพี่ยังพิการหูหนวกอีก จึงเห็นได้ว่าความเป็นชนชั้นล่างของ Abang Adik มีมิติที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง     

Abang Adik เป็นหนังเดบิวต์ของจินอ่อง แต่เขาอยู่ในวงการภาพยนตร์มานานในฐานะโปรดิวเซอร์ ผลงานก่อนหน้าของเขามักเกี่ยวกับคนชายขอบเสมอ เช่น Shuttle Life (2017) ว่าด้วยครอบครัวที่ต่อสู้กับความยากจนและปัญหาสภาพจิต และ Miss Andy (2020) เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหญิงข้ามเพศมาเลย์กับแรงงานผิดกฎหมายชาวเวียดนาม

Abang Adik (2023). ภาพจาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

จินอ่องเล่าว่าแรงบันดาลใจของ Abang Adik มาจากสภาพสังคมในยุคโควิด-19 จริงอยู่ที่ทุกคนล้วนประสบกับความยากลำบาก แต่คนที่สาหัสที่สุดคือเหล่าชนชั้นล่าง ไม่ว่าจะคนจน แรงงานเถื่อน หรือคนไร้สัญชาติ ซึ่งนี่เป็นปัญหาระดับสากลโลก ยกตัวอย่างภูมิภาค AEC ถ้ายังจำกันได้ช่วงที่วัคซีนโควิดเข้าไทยใหม่ๆ คนจำนวนหนึ่งไม่มีเงินจ่ายค่าวัคซีน mRNA ส่วนสิงคโปร์ที่รัฐบาลได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติว่ารับมือกับโควิดได้ดีเยี่ยม ทว่าที่จริงแล้วก็ยังมีกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ถูกละเลย
 

ชื่อไทยของ Abang Adik ที่ว่า ‘ล่าฝันเมืองเดือด’ อาจทำให้หลงคิดว่านี่เป็นหนังแอ็กชั่นดุเดือด หากแต่มันคือหนังดราม่าเข้มข้นว่าด้วยการดิ้นรนเอาชีวิตรอด คนพี่เลือกทางบนดินถูกกฎหมาย ส่วนคนน้องเลือกทางใต้ดิน แต่ไม่ว่าจะทางไหนทั้งสองก็พบกับทางตันอยู่ร่ำไป จนเรียกได้ว่าเมืองนี้ไม่มีความฝันอะไรหลงเหลืออีกต่อไป นอกจากนั้นหนังยังวิพากษ์นโยบายรัฐของมาเลเซียอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่องการได้มาซึ่งใบเกิดที่ต้องพาพ่อแท้ๆ ไปยืนยันตัวที่หน่วยราชการ

Abang Adik (2023). ภาพจาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

นี่เป็นสาเหตุที่ Abang Adik เลือกไปเปิดตัวก่อนที่ไต้หวันในช่วงปลายปี 2023 เพราะหากหนังมีปัญหากับกองเซนเซอร์มาเลเซีย อย่างน้อยหนังก็ยังขายที่ไต้หวันได้ ปรากฏว่ากองเซนเซอร์ไม่ได้มีปัญหาเรื่องนโยบายรัฐ แต่กลับขอให้ลดทอนฉากกอดกันของสองพี่น้อง ซึ่งจินอ่องให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ได้จะสื่อถึงประเด็น LGBTQ+ แต่อย่างใด แต่มันคือการแสดงว่าสองคนนี้ผูกพันกันมากแค่ไหน แต่จินอ่องก็ยอมทำตามขอคำขอกองเซนเซอร์ และท้ายสุด Abang Adik ก็ทำเงินถล่มทลายทั้งในไต้หวันและมาเลเซีย

ผู้เขียนคิดว่า Abang Adik ถือเป็นหนังเดบิวต์ที่น่าพอใจ แม้จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แถมพล็อตบางส่วนก็ออกจะธรรมดาเสียด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ช่วย ‘แบก’ ให้หนังรอดได้คือ การแสดงของสองดารานำ โดยเฉพาะ อู๋ คังเหริน (พี่ชาย) ที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้โทรมจนแทบจำไม่ได้ เขาต้องเรียนภาษามือมาเลเซียอยู่หลายเดือน อีกทั้งยังฝึกสับไก่และใช้ชีวิตในตลาดเพื่อเข้าถึงบทบาท

Abang Adik (2023). ภาพจาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

ฉากจำของ อู๋ คังเหริน มีทั้งฉากเศร้าแบบซาบซึ้งระหว่างตัวละครพี่ชายกับน้องชาย แต่ฉากสำคัญที่สุดน่าจะเป็นฉากลองเทกที่เขาอธิบายว่าทำไมถึงอยากตาย มันเป็นความเศร้าที่ไม่ได้บีบคั้นน้ำตา แต่บาดลึกลงไปในใจ และต้องไม่ลืมว่าตัวละครนี้พูดไม่ได้ สื่อสารด้วยภาษามือ ทั้งฉากจึงอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน แต่มันก็เป็นเสียงกรีดร้องไร้เสียงอันสะเทือนเลือนลั่น            
 

logoline