นับใหม่ส้มวืด “พิษณุ” ชนะขาด “นายกเบี้ยว” ตัวละครลับน้ำเงินยึดเขต 7 ปทุมฯ
20 ก.พ. 2569
นับใหม่ไม่เปลี่ยน เขต 7 ปทุมธานี “พิษณุ พลธี” คว้าชัย “นายกเบี้ยว” ตัวละครลับน้ำเงิน จองเก้าอี้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์
Exclusive
20 ก.พ. 2569
นับใหม่ไม่เปลี่ยน เขต 7 ปทุมธานี “พิษณุ พลธี” คว้าชัย “นายกเบี้ยว” ตัวละครลับน้ำเงิน จองเก้าอี้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์
ปทุมธานีเขต 7 ไม่เปลี่ยน พิษณุ พลธี คว้าชัย ไม่เสียหน้า "นายกเบี้ยว" บ้านใหญ่หลีนวรัตน์ ถอย สส.เขต แลกตั๋วปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 13
ด้อมส้มประท้วงนับใหม่บางหน่วย ผลเลือกตั้ง สส.เขต 7 ก็ไม่เปลี่ยน ซ้อสมทรง บ้านใหญ่อยุธยาได้ สส.ปทุมฯ 2 ที่นั่งตามเป้า
จ.ปทุมธานี มี สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มขึ้น จากเดิม 7 เขต เป็น 8 เขต ฉะนั้น เขต 5 เปลี่ยนเป็นเขต 7 อ.คลองหลวง (เฉพาะ 4 ตำบล), อ.ธัญบุรี (เฉพาะ 2 ตำบล), อ.หนองเสือ (เฉพาะ 2 ตำบล)
ผลการนับคะแนน สส.ปทุมฯ เขต 7 เมื่อค่ำวันที่ 8 ก.พ.2569 มีการร้องเรียนเรื่องการนับคะแนนไม่โปร่งใส กกต.จึงจัดให้มีการนับคะแนนใหม่ ทั้งบัตรแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เฉพาะหน่วยที่มีปัญหา ซึ่งจากการนับคะแนนใหม่ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว เมื่อ 19 ก.พ.2569
ผู้ชนะคือ “พิษณุ พลธี” พรรคภูมิใจไทย ได้ 44,519 คะแนน และธันยนันท์ ไพบูลย์สุข พรรคประชาชน ได้ 25,783 คะแนน
เบื้องหลัง “เอ้ พิษณุ” ได้เป็น สส.ปทุมธานี สมัยที่ 2 คงต้องพูดถึงชายคนนี้ “นายกเบี้ยว” กฤษฎา หลีนวรัตน์ บ้านใหญ่ธัญบุรี ที่กล่อมลูกชาย “ฟลุ๊ค” มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ อดีต สส.ปทุมฯ หลีกทางให้พิษณุ
ถ้ายังจำกันได้กรณี “นายกเบี้ยว” กฤษฎา หลีนวรัตน์ และ ชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี ตบเท้าเข้าพรรคภูมิใจไทย ทำให้ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เสียความรู้สึกต่อ “เนวิน-อนุทิน” อย่างแรง
เนื่องจากทั้ง “เฮียเบี้ยว” และ “ลุงชาญ” เป็นคู่ต่อกรของ “บิ๊กแจ๊ส” ในสนามท้องถิ่นเมืองปทุมฯ
เมื่อยุทธศาสตร์ “เนวิน ชิดชอบ” ต้องการชนะพรรคประชาชน จึงงัดกลยุทธ์ดึงบ้านใหญ่ตระกูล “หลีนวรัตน์” มาเป็นตัวละครลับปักธง สส.เขต 7
ดังนั้น “ฟลุ๊ค” มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ อดีต สส.ปทุมฯ ค่ายแดง จึงไม่ลงสนาม ท่ามกลางความแปลกใจของคนเสื้อแดง และ “นายกเบี้ยว” ได้ถูกจัดให้เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 13 การันตีตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ ค่ายน้ำเงิน
จริงๆแล้ว “เฮียเบี้ยว” เคยลงสมัคร สส.ปทุมธานี เขต 4 (อ.ธัญบุรี) ในนามพรรคภูมิใจไทย เมื่อ 2554 ซึ่งตอนนั้น “ลุงชาญ” เป็นสายตรงเนวิน
ด้วยกระแสแดงปทุมฯ “เฮียเบี้ยว” จึงพ่าย “พรพิมล ธรรมสาร” ที่สังกัดเพื่อไทย และผ่านมาถึง พ.ศ.นี้ เฮียเบี้ยวและก้อย พรพิมล ก็มาอยู่ค่ายน้ำเงินเหมือนกัน
เมื่อไร้คู่แข่งตระกูล “หลีนวรัตน์” พิษณุ พลธี ก็มีโอกาสคว้าชัยในเขต 7 (เขต 5 เดิม) เพราะเลือกตั้งปี 2566 มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ลูกชาย “นายกเบี้ยว” เบียดชนะ “เอ้ พิษณุ” แค่ 2 พันกว่าแต้ม
“สส.เอ้” พิษณุ พลธี เคยเป็น ส.อบจ.ปทุมธานี เขต อ.คลองหลวง 2 สมัย และได้รับเลือกเป็น สส.ปทุมธานี เมื่อปี 2562
ตอนแรก “เอ้ พิษณุ” อยู่ในการดูแลของ “ลุงชาญ” ซึ่งเวลานั้น เป็นแม่ทัพน้ำเงินเมืองปทุมฯ แต่ภายหลัง ลุงชาญย้ายกลับสังกัดเพื่อไทย “สส.เอ้” จึงได้รับการดูแลจาก “บ้านใหญ่วังน้อย” สมทรง พันธุ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา
นอกจาก “เอ้ พิษณุ” ก็ยังมี พรพิมล ธรรมสาร ว่าที่ สส.ปทุมธานี เขต 8 ที่อยู่ในซุ้มบ้านใหญ่กรุงเก่า โดย “เสี่ยเอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาฯ ลูกชายซ้อสมทรง มาดูแลช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา
“ก้อย” พรพิมล ธรรมสาร ย้ายจากเพื่อไทยมาสังกัดภูมิใจไทย เมื่อปี 2566 โดยมี สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ อ.ธัญบุรี คู่ชีวิต สส.ก้อย เป็นกองหนุน
จะว่าไปแล้ว “ก้อย” และนายกฯสมชาย เป็นพันธมิตรกับ “บิ๊กแจ๊ส” ในสนามการเมืองท้องถิ่น ตั้งแต่นายก อบจ.ยันเทศบาล มาตั้งแต่ปี 2563
การที่ครูใหญ่เนวิน และชาดา ไทยเศรษฐ์ ดึง “เฮียเบี้ยว” และ “ลุงชาญ” เข้ามาสังกัดค่ายน้ำเงิน ก็สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้แก่บ้านใหญ่สนั่นรักษ์พอสมควร
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลการเลือกตั้ง สส.ปทุมธานี ปี 2569 ปรากฏว่า พรรคประชาชน ได้ 5 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 2 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย 1 ที่นั่ง ส่วนผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม ของ “บิ๊กแจ๊ส” แพ้ทุกเขต
